บทที่ 17 บทที่ 4 ผู้ชายร้าย ๆ - 100% -

"หงอยเหงาหรือหอยเหงากันแน่นังยูมิ!" นิสราพูดดักคอซึ่งยูมิก็หัวเราะคิกคักตอบกลับทันทีเช่นกัน

"ทั้งสองอย่างเลยเจ๊ แบบว่าของขาดน่ะ จะทำเองก็ไม่มันเท่ามีทอมรูปหล่อมาช่วยทำ ฟินกว่ากันเยอะ"

"ของปลอมมันจะสู้ของจริงได้ยังไงวะนังยูมิ ของจริงสิมันกว่า" นิสรายังไม่ยอมแพ้ เพราะอยากให้อีกฝ่ายคบหากับผู้ชายแท้ ๆ มากกว่าทอม

"ทำไมจะสู้ไม่ได้ละเจ๊ ของปลอมสิดีไม่ต้องกลัวท้องไม่ต้องกลัวโรคติดต่อ แถมเลือกขนาดได้ด้วยว่าจะเอาไซซ์ไหน มีให้เลือกตั้งแต่เล็กพริกขี้หนูยันมะระอันโตเลยเจ๊ จะสีชมพูฟรุ้งฟริ้งหรือไฟกะพริบวิบวับก็ยังมี สนุกจะตาย" ยูมิพูดพร้อมกับทำมือประกอบไปด้วย

"ระวังจะเจอบวบเหลี่ยมนะแก..." นิสรายังพูดไม่ทันจบ อลินดาก็ยกมือเบรกคนทั้งคู่เสียก่อน

"พอ ๆ พอได้แล้วทั้งคู่เลย คุยอะไรกันเนี่ย ไม่มีเรื่องอื่นคุยกันแล้วรึไง"

อลินดาหัวเราะร่วนกับการต่อปากต่อคำของทั้งคู่ แม้จะชินชาเสียแล้วที่ทั้งสองคนมักจะคุยสองแง่สองง่ามเกี่ยวกับเรื่องอย่างว่าอยู่เสมอ แต่บางครั้งก็ต้องเบรกเสียบ้างเพราะคราวนี้หากยังปล่อยให้เถียงกันต่อไป คงเลยเถิดไปถึงท่วงท่าและบรรดาอุปกรณ์เสริมทั้งหลายแหล่เป็นแน่

"แล้วนี่จะอยู่กันกี่วัน หรือจะกลับกรุงเทพฯ กันเลย" นิสราถามสองสาวพลางเปิดลิ้นชักรื้อหากุญแจรถจักรยานยนต์ของอลินดา

"หนูว่าจะอยู่ต่อสัก..." ยูมิทำท่าครุ่นคิดสักพักก่อนตอบว่า

"สามสี่วันน่ะเจ๊"

"อ้าว ไหนว่าจะกลับมะรืนนี้" อลินดาหันไปถามเพื่อน แต่นิสราเป็นฝ่ายตอบแทนยูมิ

"แหม...มันเพิ่งตกเหยื่อใหม่มาได้ แกจะให้มันรีบกลับกรุงเทพฯ ไปทำไมล่ะ ดีไม่ดีคืนนี้แกได้นอนเฝ้าห้องคนเดียวแน่ไอ้ลิน"

"อยู่นานเดี๋ยวก็เจอเมียเฮียไช้มาตอแยอีกหรอก"

อลินดานึกห่วงเพื่อน หากฝ่ายนั้นมีกันแค่สองหรือสามคนละก็ ไม่คณามือยูมิแน่นอน แต่ถ้ามีมากกว่านั้นหรือพาผู้ชายมาด้วย อย่างไรเสียฝ่ายเสียเปรียบก็คือยูมิอยู่ดี

"นี่อย่าบอกนะว่าไปมีเรื่องกับอีนั่นมาแล้ว" นิสราทำตาโตเมื่อได้ยินชื่อคู่ปรับอย่างรุ้งลาวัลย์

"หนูเพิ่งไปเหยียบหน้ามันมา หนอย...ทำมาเป็นหึงผัวไม่ดูตาม้าตาเรือ พาพวกมาหาเรื่องหนูก่อน หนูเลยจัดซะ"

ยูมิเบะปากเมื่อพูดถึงคนที่ตนเพิ่งจัดการเสียอยู่หมัดก่อนหน้านี้ ส่วนคนฟังอย่างนิสรานั้นสะใจจนหัวเราะร่าพลางยื่นกุญแจรถให้อลินดา แต่อลินดารับไปแล้วส่งต่อให้ยูมิ

"ไอ้ลิน มึงกลับไปก่อนเดี๋ยวกูขับตามไป ขอกูเม้าท์กับเจ๊นิดก่อน" ยูมิรับกุญแจไปแล้วยักคิ้วให้เพื่อน

"จะคุยกับพี่เขาหรือจะคุยกับใครกันแน่" อลินดารู้ทันอีกฝ่าย นิสราจึงพูดขึ้นบ้าง

"นั่นสิ ทำเป็นมาพูดว่าจะคุยกับเจ๊ แต่สายตามองไปทางโน้นตลอด นังคนนี้"

"แหม...ในเมื่อรู้แล้วก็ไม่ขอปิดบังละกัน ก็ตามนั้นนั่นแหละ" ยูมิพูดกลั้วหัวเราะ อลินดาจึงได้แต่ยิ้มพลางลุกขึ้นยืน

"งั้นลินไปก่อนนะพี่ ฝากหวัดดีพี่ทศด้วยนะ ก่อนกลับกรุงเทพฯ จะแวะมาหาอีกรอบ" พูดจบก็เดินออกจากห้องกระจกไป ครั้นพอคล้อยหลังอลินดาแล้ว ยูมิจึงหันไปป้องปากพูดกับนิสรา

"ความจริงแล้วหนูเปิดทางให้ผู้ชายเขามาจีบไอ้ลินมันน่ะเจ๊ ตอนนี้พักอยู่ที่เกสต์เฮ้าส์ ท่าทางสนใจไอ้ลินมากเลย"

"เฮ้อ! ไอ้ลินมันสวยซะขนาดนั้น ผู้ชายที่ไหนเห็นก็ชอบทั้งนั้นแหละวะ แกดูเด็กเจ๊แต่ละคนสิ มองตามไอ้ลินกันคอแทบเคล็ดแล้วนั่น"

นิสราบุ้ยหน้าไปทางลูกน้องของตนที่กำลังตรวจเช็กสภาพรถให้ลูกค้าอยู่ แต่ทุกคนต้องหยุดมือเพราะเอาแต่มองตามอลินดาตาปรอย

"แต่คนนี้หนูเชียร์มากเลยนะเจ๊ หน้าตาดีอยู่แถมขับเฟอร์รารี่ด้วย หนูลืมถามชื่อมาเหมือนกันแต่ดูท่าทางไม่ธรรมดาเลยนะ หนูแอบเห็นลูกน้องเฮียไช้บางคนยังยกมือไหว้เขาเลย"

ยูมินึกถึงตอนที่ตนเดินไปเข้าห้องน้ำ เธอเห็นผู้ชายคนนั้นเดินเข้ามาพอดี ลูกน้องของเฮียไช้ยกมือไหว้เขาทันทีที่เจอหน้า อีกทั้งยังทำท่าทางเกรงใจเขามาก ซึ่งผู้ชายคนนั้นก็แค่พยักหน้าให้เล็กน้อย ไม่ยิ้มและไม่ไหว้ตอบ

เมื่อได้ยินยูมิพูดถึงชายหนุ่มคนนั้นนิสราก็เบิกตากว้าง ภาพใบหน้าคมเข้มกับบุคลิกเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความร้ายกาจตามประสาคนมีอำนาจอยู่ในมือก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดทันที

"ชื่อปกรึเปล่าวะ ปกเกล้าน่ะ"

"หนูไม่รู้น่ะสิเจ๊ เอาไว้ถ้าเจออีกทีจะถามชื่อมานะ แต่หนูบอกตามตรงว่าเชียร์ให้ไอ้ลินมาก อยากให้มันมีแฟนสักที"

ยูมิรู้ดีถึงเหตุผลที่อลินดาไม่อยากคบกับใคร ทว่าเธอก็ไม่คิดจะเล่าเรื่องส่วนตัวของเพื่อนให้คนอื่นฟัง

แต่เธอคิดว่าคนบนโลกใบนี้มีดีเลวปะปนกัน อลินดาควรจะเปิดใจลองคบใครสักคนดู เพราะการได้รักหรือชอบใครคนหนึ่งนั้นเป็นสีสันในชีวิตอย่างหนึ่ง ดีกว่าปล่อยให้หัวใจว่างเปล่าและดำเนินชีวิตไปวัน ๆ เหมือนหุ่นยนต์

"ถ้าเจ๊จำไม่ผิด เหมือนในเครื่องเจ๊จะมีรูปเขาอยู่ ขอหาก่อน"

นิสราหยิบโทรศัพท์มือถือของตนขึ้นมาแล้วเปิดดูรูป แต่เลื่อนขึ้นลงอยู่หลายครั้งก็ยังไม่เจอ ยูมิเห็นว่าในเครื่องของอีกฝ่ายมีแต่รูปที่เจ้าของเซลฟีตัวเองไว้ก็อดแซวไม่ได้

"แหมเจ๊ มีแต่เซลฟีรูปเซ็กซี่ทั้งนั้นเลย ทำตัวเหมือนคนไม่มีผัวเลยเนอะ"

"เรื่องของฉัน! พูดอย่างกับของแกไม่มีงั้นแหละ ในเครื่องน่ะกี่พันรูปล่ะนังเจ้าแม่ร้อยแอ็ค...เจอแล้ว ๆ นี่ไงคนนี้รึเปล่า"

นิสรายื่นโทรศัพท์ให้ยูมิดูรูปของผู้ชายที่กำลังเป็นหัวข้อสนทนา ซึ่งพออีกฝ่ายเห็นก็พยักหน้าหงึกหงัก

"ใช่เจ๊ คนนี้แหละ" เมื่อเห็นสีหน้าครุ่นคิดของอีกฝ่าย ยูมิก็อดสงสัยไม่ได้

"ทำไมหรือเจ๊ เขาดังมากเลยหรือ"

"ไม่ใช่ว่าดังแบบที่ใครก็ต้องรู้จักหรอก แต่คนในระดับบิ๊ก ๆ เขาจะรู้จักกัน คนนี้น่ะชื่อปก เป็นหลานของป๋านิรุตติ์ เจ้าพ่อในแถบภาคอีสานน่ะ ความจริงแล้วตระกูลนี้เขามีอำนาจมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นทวดแล้ว พ่อคุณปกเขาก็เคยเล่นการเมืองนี่นา แต่เป็นส.ส.ในกรุงเทพฯ นะไม่ได้เป็นแถวนี้ แถมยังรวยด้วยแกเอ๊ย เป็นดีลเลอร์รถซูเปอร์คาร์เชียวนะ นี่เห็นว่ากำลังจะเปิดศูนย์ซูเปอร์คาร์ที่นี่ด้วย" นิสราป้องปากพูดเสียงเบา ยูมิฟังแล้วได้แต่อ้าปากค้าง

"ป๋านิรุตติ์ก็เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของพ่อคุณปกนั่นแหละ" นิสราพูดถึงตรงนี้ก็ลดเสียงให้เบาลงกว่าเดิมอีกก่อนพูดต่อ

"ป๋าเขาเลี้ยงมือปืนไว้เยอะ พวกนักการเมืองท้องถิ่นหรือพวกที่อยากสร้างคอนเน็กชันให้ตัวเองส่วนใหญ่ก็มักเข้าหาป๋ากันทั้งนั้น ป๋าแกไม่มีลูกก็เลยรักคุณปกเหมือนลูกแท้ ๆ คนหนึ่ง กิจการหรืองานอะไรส่วนใหญ่ก็ให้คุณปกดูแล แต่เรื่องพวกนี้มีแต่คนวงในที่รู้กันเท่านั้น พวกชาวบ้านร้านตลาดหรือคนทั่วไปไม่รู้กันหรอกว่าคุณปกเขาเป็นมือขวาให้ป๋านิรุตติ์"

"แล้วเจ๊รู้ได้ยังไง"

"เอ๊าอีนี่! เจ๊ทำธุรกิจอะไร หล่อนแหกตาดูซิ จะบิ๊กไบค์หรือซูเปอร์คาร์มันก็วงการเดียวกันนั่นแหละ"

ยูมิได้ฟังก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "เฮ้อ...ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่ไหวว่ะเจ๊ คนอย่างไอ้ลินมันชอบความสงบ ไอ้เรื่องเจ้าพ่อหรือพวกคนมีอิทธิพลอะไรพวกนี้มันไม่ชอบเลยล่ะ"

"แต่ผู้หญิงติดเขาเยอะ นั่งอยู่เฉย ๆ ก็มีสาวมาอ่อยแล้ว แต่เจ๊ไม่เคยได้ยินนะว่าเขาบังคับหรือฉุดผู้หญิง ถ้าไอ้ลินมันไม่ชอบเดี๋ยวเขาก็คงเลิกยุ่งไปเองนั่นแหละ แต่เจ๊เห็นด้วยกับแกนะว่าอย่าให้ไอ้ลินไปยุ่งกับเขาเลย อันตรายว่ะ"

"เนอะ แต่ก็เสียดายอยู่นะเนี่ย อุตส่าห์เจอคนที่เหมาะกับไอ้ลินแล้วแท้ ๆ เฮ้อ..." ยูมิถอนหายใจอีกครั้ง จะว่าไปแล้วก็ถือว่าโชคดีที่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นก่อน มิเช่นนั้นป่านนี้เธอคงเชียร์ และแอบช่วยเขาไปแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป