บทที่ 8 บทที่ 2 คนนี้กูจอง - 75% -
"ไม่เป็นไรครับ ผมก็นึกว่าเป็นห้องวีไอพีที่ต้องจ่ายแพงหน่อยซึ่งผมยอมจ่ายอยู่แล้วถ้าวิวดีขนาดนั้น จริงสิ...แล้วอีกสี่ห้องละครับนั่นก็เป็นห้องของเจ้าของที่นี่เหมือนกันหรือ" เขาจำได้ว่ามีห้องนั้นห้องเดียวที่ไม่มีหมายเลขกำกับไว้ ส่วนอีกสี่ห้องนั้นมีอยู่
"ไม่ใช่ค่ะ เป็นของเจ้านายแค่ห้องนั้นห้องเดียว ส่วนอีกสี่ห้องเปิดให้เข้าพักตามปกติ ตอนนี้ก็ยังว่างอยู่สองห้องนะคะ ถ้าคุณลูกค้าสนใจอยากเปลี่ยนห้องก็เปลี่ยนได้นะคะ"
ปกเกล้ายิ้มแต่ในใจโห่ร้องอย่างยินดีพลางพูดว่า "เปลี่ยนเลยครับ ผมขอห้องที่ติดกับห้องเจ้าของเลยนะครับเพราะมันใกล้น้ำตกดี ผมชอบ"
"ได้ค่ะคุณลูกค้า รอสักครู่นะคะ" พนักงานสาวยิ้มอย่างสุภาพก่อนนั่งลงพิมพ์อะไรบางอย่างในคอมพิวเตอร์ ขณะที่ปกเกล้านั้นได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองไว้เพื่อกลั้นยิ้มพลางมองไปที่รถดูคาติสีดำอย่างหมายมาด
ห้องวีไอพีนั้นกว้างกว่าห้องปกติประมาณสองเท่า ด้านนอกมีระเบียงและมีชุดโต๊ะเก้าอี้ตั้งไว้หนึ่งชุด ด้านในกั้นเป็นห้องนอนและห้องนั่งเล่นแยกกันเป็นสัดส่วน อีกทั้งห้องน้ำยังมีอ่างอาบน้ำให้ด้วย แต่ห้องพักปกติจะไม่มีให้
เมื่อได้ย้ายมาอยู่ห้องวีไอพี ปกเกล้าก็อดมองไปทางห้องพักที่อยู่ถัดไปไม่ได้ ตอนที่ยังไม่รู้ว่าหญิงสาวคนนั้นพักอยู่ที่นี่ เขากะว่าจะกลับมานอนพักสักสองสามชั่วโมงแล้วค่อยออกไปเจอเพื่อนตามนัด แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจแล้ว
ปกเกล้าตัดสินใจนั่งเอนหลังพักผ่อนอยู่ที่ระเบียงเพื่อดักรอเจอ แม้สายตาจะมองไปเบื้องหน้าที่เป็นน้ำตกและบ่อปลาคาร์ฟหลากสี หากแต่ความสนใจของเขากลับอยู่ที่ห้องพักด้านซ้ายมือ
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าสาวดูคาติคนนั้นจะออกมาจากห้อง กระนั้นปกเกล้าก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม และคงเพราะบรรยากาศร่มรื่นราวกับได้เข้าไปอยู่ใจกลางป่าเขาลำเนาไพร หนังตาของเขาจึงดูเหมือนหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็เผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น
อลินดาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้านเมื่อได้ยินเสียงข้อความเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือ หญิงสาวกลิ้งตัวไปอีกด้านของเตียงแล้วยื่นมือไปคว้าโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะมากดเปิดอ่าน
Yumi : ซื้อของโปรดแช่ไว้ให้ในตู้เย็น แต่อย่าล่อจนหมดล่ะ
หญิงสาวคลี่ยิ้มกว้างเมื่ออ่านจบเพราะของโปรดที่ว่าก็คือไวน์แดงยี่ห้อหนึ่ง จากนั้นก็พิมพ์ข้อความตอบกลับไป
A Linda : จะเหลือทำไม เดี๋ยวมันบูด
Yumi : เหลือไว้ให้กูไง กูจะกินด้วย
A Linda : ก็รีบกลับมาดิ อยู่ไหนแล้วเนี่ย
Yumi : โคราชแล้ว
A Linda : เออ จะรอ
Yumi : ห้ามหมดนะนังลิน ถ้ากินหมดกูจะแช่งให้มึงมีผัวภายในสามเดือนหกเดือน
อลินดายู่หน้าใส่โทรศัพท์ทันที ก่อนจะส่งสติ๊กเกอร์รูปชูนิ้วกลางไปให้ยูมิ เพื่อนสนิทที่เป็นหุ้นส่วนอีกคนหนึ่งในการทำเกสต์เฮ้าส์แห่งนี้ด้วยกัน
หญิงสาววางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมก่อนจะลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ อีกหลายชั่วโมงกว่าจะได้เวลากินมื้อเย็น ดังนั้นระหว่างรอ เธอจึงหยิบหนังสือนิยายแนวฆาตกรรมสืบสวนสอบสวนที่นำติดตัวมาจากบ้านออกไปนั่งอ่านที่ระเบียงหน้าห้อง โดยก่อนออกไปก็ไม่ลืมหยิบเบียร์กระป๋องที่แช่ในตู้เย็นติดมือไปด้วย
ปกเกล้าสะดุ้งตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงปิดประตูจากห้องพักที่อยู่ใกล้กัน เขาหันมองไปทางต้นเสียงด้วยความงัวเงียจนกระทั่งได้สบตากับสาวสวยคนหนึ่งที่กำลังเบิกตากว้างมองมาทางตนราวกับตกใจ จากนั้นเจ้าตัวก็ยกมือไหว้เขาพลางส่งยิ้มแหยมาให้
"ต้องขอโทษด้วยนะคะที่เสียงดัง เมื่อกี้ลมมันแรงค่ะ"
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะยังไม่ตื่นดี หรือเพราะมัวแต่ตกตะลึงที่ได้เห็นหน้าหญิงสาวในระยะใกล้ แต่กระนั้นก็ทำให้ปกเกล้าถึงกับทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้างนอกจากมองหน้าเธอนิ่งงันอยู่อย่างนั้น
"เอ่อ...ไม่...ไม่เป็นไรครับ" ครั้นพอตั้งหลักได้แล้ว ชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นถูหน้าตัวเองแรง ๆ จนตื่นเต็มตา และหลังจากที่สมองแจ่มใส องค์ขุนแผนแสนเสน่ห์ก็เข้าประทับร่างทันที
"ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรึเปล่า ผมรู้สึกคุ้นหน้าคุณจัง" เขารู้ดีว่ามุขจีบสาวประโยคนี้นั้นห่วยแสนห่วย แต่ก็ถือว่าเป็นประโยคคลาสสิกที่ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาในตอนถัดไป
"หืม..." เธอส่งเสียงในลำคอเบา ๆ พลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย หากแต่ปกเกล้าก็มองออกว่าความเกรงใจและเป็นมิตรของหญิงสาวก่อนหน้านี้นั้นเริ่มหายไปแล้ว แต่ถูกแทนที่ด้วยสีหน้าและสายตาที่มองเขาราวกับรู้ทัน
"คิดว่าไม่ค่ะ" เธอตอบมาสั้น ๆ ยิ่งเสียงของเธอแหบห้าวเล็กน้อยก็ยิ่งฟังดูห้วนอย่างช่วยไม่ได้
ปกเกล้ามองหญิงสาวทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้พลางวางกระป๋องเบียร์ไว้บนโต๊ะตรงหน้าแล้วไม่หันมามองเขาอีก ขณะที่เขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นเครื่องดื่มที่เธอนำติดมือออกมาด้วย
...จัดเบียร์แต่หัววันเลยนะแม่คุณ...
"จะไม่ลองนึกดูหน่อยหรือครับ ผมคิดว่าเราเพิ่งได้เจอกันเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เองนะ" ชายหนุ่มยิ้มแบบไม่เห็นฟันเมื่อเห็นหญิงสาวหันมามองหน้าตนในที่สุด ดังนั้นเขาจึงทบทวนความจำให้เธอด้วยประโยคที่คิดว่าเจ้าหล่อนต้องจำได้แน่
"สักตาไหมน้อง"
ตามคาด เพราะทันทีที่เขาพูดจบหญิงสาวก็เบิกตากว้างอ้าปากค้างพร้อมกับชี้มาทางเขาด้วยความตกใจ
"เป็นคุณหรือ!"
ปกเกล้ายิ้มกว้างพลางยกมือขึ้นกอดอกแล้วเอนตัวไปพิงเสา สายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าสวยจัดนั้นอย่างไม่วางตา เขามองออกว่าตอนนี้เธอไม่ได้แต่งหน้า แม้กระทั่งแป้งฝุ่นก็ไม่ได้ทาด้วยซ้ำเพราะหยดน้ำยังเกาะอยู่ตามคิ้ว หน้าผากและแก้มบางส่วนอยู่เลย เห็นชัดว่าหญิงสาวล้างหน้าเสร็จก็ออกมาจากห้องทันทีโดยไม่ยอมเช็ดให้แห้ง
"เดี๋ยวนะ คุณจำฉันได้ยังไง วันนั้นฉันใส่หมวกกันน็อกอยู่นะ คุณเห็นแค่ครึ่งหน้าเท่านั้นตอนที่ฉันเปิดหน้ากากออก"
หญิงสาวยังนั่งอยู่ที่เดิม ไม่ยอมเดินเข้ามาคุยกับเขาใกล้ ๆ น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นฟังดูคาดคั้นกึ่งหาเรื่องเล็กน้อย ทำให้เขาอดหวั่นใจไม่ได้ว่าสาวสวยคนนี้จะเป็นทอมหรือเปล่า
สวยเซ็กซี่ขนาดนี้ ภาวนาอย่าให้มีรสนิยมแบบหญิงรักหญิงเลย เขายังไม่อยากยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้น เพราะเรื่องรสนิยมหรือความชอบเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงกันได้โดยง่าย
"ความจริงแล้วผมก็ไม่มั่นใจนักหรอก เพราะผมก็เห็นหน้าแค่ครึ่งบนของคุณเท่านั้น ถ้าให้ตอบตามความจริงก็คือสิ่งที่ผมจำได้น่ะเป็นรถของคุณมากกว่า" เขาพยักพเยิดไปทางด้านหน้าโรงแรมแล้วพูดต่อ
"Ducati Monster 821 รุ่นล่าสุดเสียด้วย" พูดจบเขาก็ยิ้มกว้างอีกครั้งเมื่อเห็นเธอพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะฝืนยิ้มให้เขาอย่างเสียไม่ได้
"เป็นนักแข่งสังกัดไหนหรือครับ"
เขาชวนเธอคุยต่อโดยจงใจพูดเกี่ยวกับเรื่องที่หญิงสาวตรงหน้าให้ความสนใจ ซึ่งก็คงไม่พ้นเรื่องของการแข่งรถ หรือบิ๊กไบค์
"ตอนนี้ยังไม่มีสังกัดค่ะ ฉันแค่มือสมัครเล่น ไม่ได้คิดจะแข่งเป็นอาชีพ"
เธอตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยจนเขาเดาไม่ออกว่าเธออยู่ในอารมณ์ไหน อีกทั้งยังไม่มองหน้าเขาแต่ดวงตาเรียวสวยคู่นั้นกลับมองเหม่อไปเบื้องหน้าอย่างไม่เจาะจงว่ามองอะไร
"ก็แปลว่าไม่ได้อยู่ที่นี่ ปกติอยู่กรุงเทพฯ หรือครับ...เออใช่ ผมนี่แย่จริง คุยมาตั้งนานยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย ผมชื่อปกครับ แล้วคุณ..."
