บทที่ 9 บทที่ 2 คนนี้กูจอง - 100% -
เขาคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าอายุอ่อนกว่าเขาหลายปีแน่นอน แต่เพราะยังไม่คุ้นเคยและเพิ่งคุยกันแบบเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรกจึงไม่กล้าแทนตัวเองว่าพี่ อีกทั้งหากเจ้าตัวสวนกลับมาว่าไม่ต้องการนับญาติด้วย เขาไม่หน้าแตกหรอกหรือ
"ลินค่ะ" เธอตอบเสียงห้วนพลางตวัดตามองมาอย่างไม่สบอารมณ์ ทำเอาเขาอดยิ้มไม่ได้ ดูท่าทางผู้หญิงคนนี้เล่นตัวไม่น้อย แต่จะว่าไปเธอก็มีดีให้เล่นตัวไม่ว่าจะหน้าตาที่สวยบาดใจ รวมไปถึงรูปร่างสูงโปร่งได้สัดส่วน
แต่ปกเกล้าก็คือปกเกล้า ผู้ซึ่งมีชั่วโมงบินสูงในเรื่องหญิงสาว ผู้หญิงแบบไหนบ้างที่เขาไม่เคยเจอ ต่อให้เล่นตัวหรือหยิ่งยิ่งกว่านี้เขาก็ปราบมาหมดแล้ว
"ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับ ถึงแม้ว่าคุณอาจจะไม่ค่อยยินดีเท่าไร วันไหนถ้าสนใจอยากลองแข่งรถยนต์บ้างก็บอกผมได้นะครับ ผมจะได้ลงสนามด้วย"
"คุณแข่งรถยนต์หรือคะ" ในที่สุดหญิงสาวก็เป็นฝ่ายถามเขาบ้าง ชายหนุ่มได้แต่หัวเราะร่าอยู่ในใจ เขามั่นใจว่าวันนี้เขาต้องได้เบอร์โทรศัพท์ของเธอแน่นอน
"ก็แข่งบ้างครับ แต่ก็เหมือนคุณนั่นแหละคือแข่งเป็นงานอดิเรกมากกว่า ไม่ได้ทำเป็นอาชีพ เผอิญว่าผมทำงานอยู่แถวนี้ก็เลยได้ลงสนามบ้างเป็นบางครั้ง แล้วคุณล่ะ ทำงานอยู่แถวนี้หรือว่าอยู่กรุงเทพฯ"
"อยู่กรุงเทพฯ ค่ะ"
"อ้อ นึกว่าทำงานแถวนี้ งั้นไม่เป็นไรครับ เอาอย่างนี้ละกัน คุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมถ้าผมอยากขอเบอร์หรือไลน์คุณไว้หน่อย เผื่อคราวหน้าถ้าคุณมาบุรีรัมย์ หรือว่าสนใจอยากลองแข่งรถยนต์ดูบ้างก็ติดต่อผมได้ หรือไม่ก็แค่นัดเจอกินข้าวกันสักมื้ออะไรแบบนั้น"
เมื่อเขาพูดจบก็เห็นเธอยิ้มพลางหันหน้าไปทางอื่น หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นมาทันทีด้วยความคาดหวังและรอคอย จากนั้นหญิงสาวก็หันกลับมามองเขาอีกครั้งแล้วบอกว่า
"ขอโทษนะคะ ฉันไม่ชอบให้เบอร์กับคนแปลกหน้า" พูดจบเธอก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับหยิบหนังสือและเบียร์กระป๋องมาถือไว้ในมือตามเดิมแล้วเดินมาทางเขา ก่อนจะหยุดยืนห่างออกไปประมาณสองช่วงแขนพลางเอียงคอมองเขาทั้งรอยยิ้ม สีหน้าแววตาราวกับต้องการบอกว่าเธอรู้ทันเขา
"คุณคะ หางโผล่แล้วค่ะ" พูดจบเธอก็ยักคิ้วให้เขาข้างหนึ่งก่อนจะเปิดประตูห้องแล้วเดินเข้าไปจากนั้นก็ปิดประตูไว้ตามเดิม ทิ้งให้เขาได้แต่ยืนกอดอกมองตามเธอไปจนกระทั่งเห็นแต่ประตูห้อง ไม่เห็นตัวคนแล้ว
"หึ!" ชายหนุ่มแค่นหัวเราะให้ตัวเองพลางส่ายหน้าช้า ๆ อุตส่าห์จงใจไม่รุกจีบแบบโจ่งแจ้ง แต่อาศัยพูดคุยเพื่อสร้างความคุ้นเคยก่อนแล้วค่อยขอเบอร์โทรศัพท์ ตามหลักแล้วหญิงสาวส่วนใหญ่มักจะให้เบอร์มา ไม่ว่าจะด้วยความพอใจหรือเกรงใจไม่กล้าปฏิเสธ แต่อย่างไรเสียเขาก็ถือว่าได้เบอร์โทรศัพท์มาแล้ว คิดไม่ถึงว่าเจ้าหล่อนจะปฏิเสธเขาอย่างไม่ไว้หน้าเลยแม้แต่น้อย
แต่ทว่าหากได้มาง่าย ๆ ก็หมดสนุกไวเท่านั้น เขายังมีเวลาเหลือเฟือที่จะตะล่อมหญิงสาวคนนี้ให้ยอมศิโรราบอยู่ใต้อาณัติเขา
...เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย ลินดา
ในช่วงใกล้ค่ำ ยูมิ สาวลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นเพื่อนสนิทอีกคนที่เป็นหุ้นส่วนเกสต์เฮ้าส์ของอลินดาก็มาถึง ยูมิจัดเป็นหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง ใบหน้าดูน่ารักอ่อนหวานอย่างสาวแดนอาทิตย์อุทัยที่มองแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยน หากมองข้ามรอยสักรูปเกอิชาขนาดใหญ่ที่คลุมเต็มแผ่นหลัง
ยูมิเคาะประตูห้องพักที่อลินดาอยู่สองสามครั้งก่อนจะไขกุญแจเปิดเข้าไปเองโดยไม่รอให้คนที่อยู่ในห้องมาเปิดให้เพราะตนก็มีกุญแจเช่นกัน อีกทั้งห้องพักห้องนี้ก็เป็นห้องของพวกตนซึ่งเป็นเจ้าของเกสต์เฮ้าส์แห่งนี้อยู่แล้ว บางครั้งที่ยูมิมาที่นี่แต่อลินดาไม่ได้มาด้วย ยูมิก็พักอยู่ห้องนี้เช่นกัน
"ทำไมมาช้า นึกว่าจะมาถึงตั้งแต่หกโมงแล้วซะอีก" อลินดาเปิดปากพูดทันทีเมื่อเห็นเพื่อนก้าวขาเข้าไปในห้อง
"แวะไปกินข้าวร้านไอ้อู๋มา" ยูมิตอบพลางหย่อนตัวนั่งที่ริมเตียงนอนแล้วทิ้งตัวนอนไปบนนั้นก่อนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วพูดว่า
"โคตรเมื่อยเลย ขับรถจากกรุงเทพฯ มาบุรีรัมย์แค่ไม่กี่กิโล น่าเบื่อชะมัดเป็นผู้หญิงนี่แม่งไม่มีอะไรดีสักอย่าง"
อลินดาเหลือบมองเพื่อนสาวแล้วได้แต่ยิ้มพลางส่ายหน้าไปมา เพื่อนของเธอคนนี้หากเป็นคนอื่นที่ไม่รู้จักคงมองแค่ภายนอกแล้วนึกว่ายูมิเป็นสาวหวานคิขุเป็นแน่ ทั้งที่ความจริงแล้วอีกฝ่ายจัดว่าเป็นสาวห้าวเป้งคนหนึ่งเลยทีเดียว ความใจกล้าบ้าบิ่นไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอกเลยด้วยซ้ำ
"แล้วทำไมถึงมานั่งในห้องล่ะ กูนึกว่ามึงจะออกไปนั่งรีแลกซ์อยู่นอกชานซะอีก" ยูมิหันหน้ามามองเพื่อนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ตรงหน้ามีเบียร์กระป๋องวางอยู่
"ยุงเยอะ รำคาญ"
อลินดาตอบสั้น ๆ แต่คนฟังกลับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะที่พักของที่นี่จะติดตั้งเครื่องไล่ยุงไฟฟ้าเอาไว้ทุกห้องเพื่อให้ลูกค้าสามารถออกมานั่งนอกชานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องยุง อีกทั้งพันธุ์ไม้ที่ปลูกแซมไว้ก็มีประเภทที่มีคุณสมบัติไล่ยุงและแมลงอยู่ไม่น้อย และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องยุงมาก่อน พอได้ยินอลินดาตอบมาอย่างนั้นจึงอดแปลกใจไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงถามย้ำไปเพื่อความแน่ใจ
"ยุงเนี่ยนะ อะไรวะ อย่าบอกนะว่าไอ้เครื่องไล่ยุงพวกนั้นเจ๊งแล้ว"
อลินดาเงยหน้าจากหนังสือมองเพื่อนแล้วถอนหายใจแผ่วก่อนตอบว่า
"กูหมายถึงไอ้ห้องข้าง ๆ นี่"
อลินดาพยักพเยิดไปทางห้องที่ปกเกล้าอยู่ ซึ่งพอรู้สาเหตุที่แท้จริงแล้วก็ทำให้ยูมิหัวเราะขึ้นมาทันที
"ทำใจเว้ยไอ้ลิน เกิดมาสวยก็เงี้ย"
ครั้นพอพูดถึงเรื่องความสวย ยูมิก็เหมือนนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ เจ้าตัวเปลี่ยนอิริยาบถเป็นนอนตะแคงข้างแล้วใช้มือยันศีรษะเอาไว้ก่อนถามว่า
"ตกลงวันนี้ได้ไปคุยกับเฮียไช้ยัง"
"ยัง เขาโทร. มาเลื่อนเป็นพรุ่งนี้ตอนค่ำ ๆ เห็นบอกว่าวันนี้มีธุระด่วน" อลินดาตอบไปตามความจริง เรื่องที่ตนได้รับการทาบทามให้เป็นนักแข่งในสังกัดดังนั้นเพื่อนสนิททุกคนรู้กันหมดแล้วเพราะกฤษณะป่าวประกาศไปทั่ว
"นัดกันที่ไหน พรุ่งนี้กูจะไปกับมึงด้วย" ยูมิทำเสียงจริงจังจนอลินดาเอะใจจึงเอ่ยปากถาม
"นัดที่ศูนย์เขานั่นแหละ ทำไมวะ"
คราวนี้ยูมิลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิบนเตียงแล้วพูดว่า
"กูเพิ่งรู้มาว่าเฮียไช้น่ะไว้ใจไม่ค่อยได้เท่าไรโดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง ไม่ใช่เห็นว่ามึงสวยก็เลยคิดแผนอุบาทว์จะจัดการมึงล่ะ"
"ก็ไหนว่าเมียโคตรดุเลยไม่ใช่หรือวะ ไอ้กั๊ตบอกมาอย่างงั้น" อลินดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย
"เออ เมียดุแถมยังขี้หึงสุด ๆ แต่แม่งไม่จัดการผัวตัวเองนะเว้ย มันไปตามคิดบัญชีกับผู้หญิงพวกนั้นแทน และเท่าที่รู้มานะ นางไม่สนด้วยว่าผู้หญิงคนนั้นจะถูกผัวตัวเองหลอกมาฟันหรือบังคับพามา เวลาไปตามเช็คบิลก็เล่นงานแต่พวกผู้หญิง ส่วนไอ้ผัวเฮงซวยก็ลอยตัวตามระเบียบ"
อลินดานิ่งไปอย่างใช้ความคิด เพราะข่าวที่ยูมิได้รับมานั้นแน่นอนว่าเป็นเรื่องจริงเพราะบิดาของอีกฝ่ายจัดว่าเป็นผู้มีอิทธิพลกว้างขวางคนหนึ่ง ข่าวสารที่ได้รับมาจึงเชื่อถือได้
"กูรู้ว่ามึงเอาตัวรอดได้ แต่กูไม่วางใจ ยังไงพรุ่งนี้กูก็จะไปด้วย"
ไม่พูดเปล่า แต่ยูมิหยิบปืนพกออกมาจากกระเป๋าเป้แล้ววางบนเตียงตรงหน้าตนพร้อมกับยิ้มมุมปาก
"จัดไป" อลินดายิ้มอ่อน ไม่คิดห้ามเพื่อนแต่อย่างใดเพราะรู้ว่าห้ามไปก็เท่านั้น จะว่าไปแล้วก็ดีเหมือนกันเพราะอย่างน้อยหากเกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ ก็ยังมียูมิคอยเป็นกำลังเสริมให้
