บทที่ 1 1
นายแพทย์พิทยา ตระกูลกำธร แพทย์หนุ่มอนาคตไกล ดีกรีนักเรียนนอก เป็นที่หมายปองของสาวๆ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์หญิงร่วมอาชีพเดียวกัน หรือพยาบาลสาวที่ทำงาน แต่ตัวคุณหมอหนุ่มกลับไม่ให้ความสนใจใครเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าจะให้ความสนิทสนมกับแพทย์หญิงแพรวนภา บุตรสาวคนเดียวของเจ้าของโรงพยาบาลที่ประจำอยู่ก็ตาม เพราะเขานั้นได้มอบหัวใจให้กับพลอยจันทร์ สาวน้อยข้างบ้านไปแล้ว ตั้งแต่ที่ครอบครัวของเธอย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่เมื่อแปดปีก่อน พลอยจันทร์เป็นคนค่อนข้างโลกส่วนตัวสูง ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน กว่าจะยอมเปิดปากพูดคุยกับเขา ก็ใช้เวลาร่วมปี จนกระทั่งมารู้ภายหลัง เธอถูกมารดาเลี้ยงสั่งห้ามไม่ให้คบค้าสมาคมกับใคร ทำเอาเขาทนไม่ไหว ต้องแอบปีนรั้วเข้าไปหาพลอยจันทร์ที่บ้านอยู่บ่อยครั้ง ยามที่บิดากับมารดาเลี้ยงเธอไม่อยู่บ้าน ด้วยความรู้สึกสงสารเห็นใจ จึงค่อยๆ ก่อเกิดความรู้สึกที่ดีๆ ให้ และอยากปกป้องดูแลพลอยจันทร์ตลอดไป มุ่งมั่นตั้งใจว่าหลังจากที่เธอสำเร็จการศึกษา เขาจะให้ผู้ใหญ่ไปเจรจาสู่ขอ แต่ ศรีนวลผู้เป็นมารดาได้ยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนโดยให้เขาเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศในระดับปริญญาโท ในระหว่างที่รอ พลอยจันทร์เรียนจบ
และแล้วเวลาที่นายแพทย์พิทยารอคอยนั้นก็เดินทางมาถึง วันที่พลอยจันทร์จบการศึกษา เขาจึงรีบโทร.ไปร่วมแสดงความยินดีข้ามประเทศ และถือโอกาสสารภาพความในใจที่เก็บไว้มานานหลายปี แต่ก็สายเกินไป เมื่อหญิงสาวได้บอกกับตนว่ากำลังจะแต่งงานในอีกสามเดือนข้างหน้า ตอนนั้นเขารู้สึกราวกับว่าถูกฟ้าฝ่าลงกลางใจ หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ และนั่นทำให้คุณหมอหนุ่มตัดสินใจที่จะเป็นแพทย์ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนมีชื่อแห่งหนึ่งของรัฐรัฐหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ตามคำแนะนำของเพื่อนชาวอเมริกัน แม้เวลาผ่านล่วงเลยไปเกือบสองปีแล้ว ก็ไม่สามารถลืมพลอยจันทร์ไปจากใจได้ เธอยังคงวนเวียนอยู่ในหัวใจของเขาไม่เคยเสื่อมคลาย
“ทำไมพี่ยังลืมเธอไม่ได้สักทีพลอย” นายแพทย์หนุ่มพึมพำถึงสาวเจ้าของหัวใจด้วยเสียงแหบแห้งปนความเจ็บปวด แม้ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี เขาก็ยังไม่สามารถลืมเธอไปได้ แต่ทว่าความคิดก็ต้องมีอันหยุดชะงักลง เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ตรงหน้าดังขึ้น ดึงสติของคุณหมอหนุ่มให้กลับคืนมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง เจ้าของเครื่องขมวดคิ้วมุ่น ก่อนเอื้อมมือขึ้นมากดรับสาย
“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณแม่” เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความสงสัย ปกติแล้วมารดาของเขา จะไม่โทร.มารบกวนในเวลางาน ถ้าไม่ใช่เรื่องด่วนจริงๆ
“ใกล้ออกเวรหรือยังตาหมอ” หญิงสูงอายุวัยหกสิบห้าปีเอ่ยถามบุตรชายเพียงคนเดียวของตน ขณะที่สามีได้ตัดช่องน้อยแต่พอตัวลาลับโลกไป เมื่อครั้งบุตรชายยังอยู่ในวัยเพียงสิบหกปี แต่นางก็สามารถทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่โดยไม่ขาดตกบกพร่อง
“ยังครับ อีกครึ่งชั่วโมง คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ไม่มีอะไรมากหรอก แม่เห็นว่าหมอขับรถผ่านขนส่งพอดี เลยอยากวานให้หมอช่วยไปรับพิมพ์อัปสรที่ขนส่งให้หน่อย เขาจะเดินทางมาถึงประมาณสองทุ่มครึ่งน่ะ”
“พิมพ์อัปสรนี่ใครครับคุณแม่” นายแพทย์หนุ่มเอ่ยถามด้วยความงุนงง เพราะแน่ใจว่าไม่เคยรู้จักบุคคลชื่อนี้มาก่อน
“คนที่จะมาดูแลแม่น่ะสิ”
“อ้าวแล้วคุณพรรณีล่ะครับคุณแม่” นายแพทย์หนุ่มย้อนถามกลับเสียงหลง ไม่เข้าใจ ว่ามารดาจะจ้างคนมาดูแลเพิ่มอีกคนทำไม ในเมื่อท่านไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่โรคคนแก่เท่านั้น
“แม่ให้เขาออกไปแล้ว ช่วงที่หมอไปสัมมนาที่ภูเก็ตน่ะ”
“ออก ทำไมถึงให้เธอออกล่ะครับ เธอก็ทำงานดีไม่ใช่เหรอครับคุณแม่”
“ดีต่อหน้าหมอน่ะสิ และที่สำคัญแม่ไม่อยากให้หมอพลาดท่าเสียทีให้กับแม่พรรณี บอกตรงๆ แม่ไม่อยากได้พรรณีเป็นสะใภ้” ศรีนวลไม่ได้รังเกียจคนที่มีฐานะต้อยต่ำกว่า แต่ที่นางรับไม่ได้ คือนิสัยและการวางตัวของลูกจ้างสาว
“ผมไม่เล่นด้วย คงไม่มีใครลุกขึ้นมาปลุกปล้ำได้หรอกครับคุณแม่” คุณหมอหนุ่มกล่าวด้วยเสียงอ่อนอกอ่อนใจ ที่มารดาออกอาการหวงเขาเกินเหตุ จนไม่มีคู่ครองกับเขาสักที เพื่อนๆ ในกลุ่มที่สนิท ก็ต่างพากันมีลูก มีภรรยากันหมดแล้ว
“หมอจะไปทันเล่ห์เหลี่ยมผู้หญิงคนนั้นได้ยังไงกัน วันๆ เจอแต่คนไข้”
“แล้วพิมพ์อัปสร ไว้ใจได้แค่ไหนครับคุณแม่ สอบประวัติเขาดีหรือยัง เกิดเป็นสายโจรขึ้นมาล่ะ แย่นะครับ ผมเองก็ไม่ได้อยู่บ้านทุกวันด้วย เกิดอะไรขึ้น ลุงดำคงช่วยไม่ไหว” นายแพทย์หนุ่มเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะกลัวจะทะเลาะกับมารดาโดยใช่เหตุ
“ไว้ใจได้จ้า เพื่อนแม่แนะนำมาเอง ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”
“แล้วเขาหน้าตาเป็นยังไงครับ อ้วนต่ำดำขาว เวลาผมไปรับจะได้รู้” นายแพทย์หนุ่มเอ่ยถามรายละเอียดเกี่ยวกับตัวลูกจ้างคนใหม่
