บทที่ 4 4

“ทำงานเหรอ ทำงานอะไร แล้วงานบริษัทที่กรุงเทพฯ ล่ะพิมพ์” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

“พิมพ์ลาออกแล้วค่ะ”

“มีอะไร ขัดข้องเรื่องเงิน ทำไมไม่บอกพี่พิมพ์ พี่ยินดีช่วยเหลือทุกเรื่อง” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ที่เห็นเธอต้องมาทำงานต่างจังหวัดแบบนี้ ทั้งที่เธอนั้นไม่เคยห่างจากมารดา

“อย่าเลยค่ะ เดี๋ยวภรรยาพี่คินจะเข้าใจผิด และที่สำคัญ พิมพ์ไม่ต้องการเงินของใคร พิมพ์หาเองได้ค่ะ” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นๆ พยายามจะไม่แสดงความอ่อนแอ เมื่อนึกถึงเรื่องที่มารดาของภาคินมาขอร้องให้เธอนั้นเลิกยุ่งเกี่ยวกับภาคินโดยเด็ดขาด เพราะเขามีผู้หญิงที่เหมาะสมกว่า ทั้งชาติตระกูล ฐานะทางสังคม หากเธอรักและหวังดีต่อชายหนุ่มจริงๆ ก็ควรถอยห่างออกมา ซึ่งเธอก็ยอมรับปาก แต่ภาคินนั่นแหละที่ไม่ยอม พยายามตามตื้อเธอไม่เลิก จนเธอต้องอุปโลกน์ผู้ชายคนหนึ่งมาเป็นคู่รัก หลังจากนั้น ภาคินจึงได้หายหน้าไปจากชีวิตเธอ

“เงินนี่ ก็เป็นเงินของพี่ทั้งหมด พิมพ์เองก็ไม่อยากห่างจากคุณแม่ไม่ใช่เหรอ กลับกรุงเทพฯ ไปดูแลท่าน กลับไปทำงานที่เดิมนะ” ชายหนุ่มกล่าววิงวอน เขาไม่อยากเห็นเธอเหนื่อยมากไปกว่านี้ และที่สำคัญไม่อยากให้มารดาทราบเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้น ชีวิตของพิมพ์อัปสรคงไม่มีความสุขแน่

“ไม่ค่ะ พิมพ์ตั้งใจมาทำงานที่นี่ พิมพ์ก็จะต้องทำให้ได้ ฟ้าก็จะได้สบาย ไม่ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย พิมพ์อยากให้น้อง ให้เวลากับการเรียนมากกว่านี้” พิมพ์อัปสรเข้าใจผิดมาตลอด ว่าฟ้าใสทำงานพิเศษ ถึงมีเงินมาคอยช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่ายา และค่าเล่าเรียน

“ทำไมพิมพ์ดื้อแบบนี้นะ” ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมา อย่างอ่อนใจ เห็นเรียบร้อยๆ แบบนี้เถอะ ดื้อชะมัดยาด

“พิมพ์ไม่ได้ดื้อสักหน่อย” หญิงสาวทำหน้ามุ่ย เมื่อถูกอดีตคนรักกล่าวหา

“ไม่ดื้อก็ไม่ดื้อ ตกลงให้พี่ไปส่งที่ไหน”

“บ้านตระกูลกำธรค่ะ พี่คินรู้จักหรือเปล่าคะ”

“คนดังของที่นี่ ลูกชายเขาเป็นหมอ” นักธุรกิจหนุ่มกล่าวอธิบาย พร้อมเดินนำเธอไปที่รถ เพื่อขับรถพาหญิงสาวไปยังจุดหมายปลายทาง

บ้านตระกูลกำธร

ภาคินขับรถมาจอดเทียบหน้าบ้านหลังใหญ่ ชะเง้อมองเข้าไปในบ้าน เห็นแสงไฟเปิดอยู่ จึงเดินลงมาหยิบกระเป๋าเดินทางจากเบาะรถด้านหลัง และยื่นให้กับเธอ

“ให้พี่เข้าไปเป็นเพื่อนมั้ย” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ต้องหรอกค่ะ พิมพ์เดินเข้าไปถามยามที่เฝ้าหน้าประตูเอง พี่คินกลับบ้านเถอะ เดี๋ยวภรรยาพี่คินจะเป็นห่วง” หญิงสาวเอ่ยขึ้น เท่านั้นแหละนัยน์ตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจ ไม่รู้ป่านนี้พลอยจันทร์กลับถึงบ้านหรือยัง

“งั้นพี่กลับก่อนนะพิมพ์ ขอให้โชคดีนะครับ แล้วพี่จะโทร.หา” ภาคินคว้าร่างบางเข้ามากอด พร้อมจุมพิตลงกลางหน้าผากเนียนด้วยความรวดเร็ว เป็นช่วงจังหวะที่นายแพทย์พิทยาขับรถชะลออยู่ที่หน้าบ้านพอดี จึงเห็นชัดเจนว่าเป็นใครที่มายืนขวางหน้าประตูบ้าน ถึงกับขบกรามเป็นสันนูนด้วยความโกรธแค้นแทน พลอยจันทร์ กับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า แต่ทั้งคู่ไม่มีโอกาสรู้ตัว

เมื่ออดีตคนรักขับรถกลับไปแล้ว พิมพ์อัปสรจึงเดินเข้าไปที่หน้าประตูบ้าน บอกความจำนงแก่ยามที่เฝ้าอยู่ การกระทำทั้งหมดของหญิงสาว ตกอยู่ในสายตาของนายแพทย์หนุ่มตลอดเวลา คิ้วเข้มขมวดเป็นปมด้วยความแปลกใจ ว่าหญิงสาวเป็นใครกัน มาทำอะไรอยู่ที่นี่ รอจนเธอเดินหายเข้าไปในบ้านพร้อมกับสาวใช้ เขาจึงบีบแตรรถให้ยามเปิดประตู และสอบถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร จึงรู้ว่าเป็นลูกจ้างคนใหม่ ที่ต้องมาดูแลมารดานั่นเอง      นายแพทย์หนุ่มรีบเคลื่อนรถเข้าไปในบ้าน อยากไปดูหน้าชัดๆ ว่าผู้หญิงที่ชอบยุ่งกับสามีชาวบ้านนั้นหน้าตาเป็นเช่นไร

“ตาหมอมาพอดี ทำไมถึงไม่ไปรับหนูพิมพ์ตามที่แม่บอกฮึ” ศรีนวลกล่าวตำหนิบุตรชาย ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องรับแขก

“ผมไปแล้วแต่ไม่เจอ ที่จริงไม่ควรบอกให้ผมไปรับให้เสียเวลา ยังไงเขาก็มาเองได้” คุณหมอหนุ่มกล่าวเสียงขรึม ปรายหางตามองลูกจ้างคนใหม่ด้วยสายตาเหยียดหยัน

“เอ๊ะ...ตาหมอ ทำไมพูดแบบนั้น แม่ไม่เข้าใจเลยจริงๆ”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวนะครับ ผมเหนื่อย” ชายหนุ่มหันมาเอ่ยกับมารดา แต่อดไม่ได้ที่จะสำรวจรูปร่างหน้าตาของลูกจ้างคนใหม่ พลางยิ้มเหยียดๆ ที่มุมปาก จนคนถูกมองรู้สึกหน้าชา ไม่เข้าใจ ทำไมชายหนุ่มถึงมองตนด้วยสายตาที่เหยียดหยามเช่นนั้น

“งั้นไปเถอะ” นางพยักหน้าให้กับบุตรชาย รอจนนายแพทย์พิทยาเดินหายออกไปจากห้องรับแขก

“นั่นลูกชายป้า เขาเป็นหมอจ้ะ อย่าถือสาเขาเลยนะ ปกติเขาเป็นคนใจเย็น ไม่รู้วันนี้เป็นอะไร” ศรีนวลแก้ต่างให้บุตรชาย ซึ่งนางเองก็สงสัย ว่าบุตรชายนางไปกินรังแตนมาจากที่ไหน

“ค่ะคุณป้า พิมพ์เข้าใจ”

“ป้าให้เด็กจัดห้องไว้ให้หนูแล้วนะจ๊ะ อยู่ติดกับห้องป้า มีประตูเชื่อมต่อกัน เวลามีอะไร ป้าจะกดกริ่งเรียกหนูเอง” หญิงสูงวัยอธิบายงานคร่าวๆ ให้แก่ลูกจ้างคนใหม่ที่จะมาดูแลตน

“ค่ะคุณป้า”

“งั้นขึ้นไปพักเถอะ เดินทางมาเหนื่อยๆ”

“แล้วคุณป้าล่ะคะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง เพราะกลัวท่านจะเดินขึ้นไปที่ห้องไม่ไหว

“ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ เดี๋ยวป้าเรียกเด็กให้พาขึ้นไปได้ หนูขึ้นไปพักผ่อนเถอะลูก พรุ่งนี้เราค่อยมาเริ่มต้นงานกัน” นางกล่าว พลางยิ้มให้เด็กสาวด้วยแววตาเอ็นดู รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป