บทที่ 5 5
“ค่ะคุณป้า” พิมพ์อัปสรขานรับ ก่อนลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าเดินทางของตน แต่สาวใช้ชิงถือเดินนำไปเสียก่อน เธอจึงรีบตามไปที่ห้องพัก ซึ่งดูหรูหราน่าอยู่กว่าบ้านเธอเป็นหลายเท่านัก
“ขอบคุณค่ะ” พิมพ์อัปสรหันมากล่าวขอบคุณสาวใช้ ที่อุตส่าห์ยกกระเป๋าเดินทางขึ้นมาให้
“เป็นหน้าที่ของเดือนอยู่แล้วค่ะ ขาดเหลืออะไร เรียกใช้เดือนได้นะคะ”
“ได้ค่ะพี่เดือน” พิมพ์อัปสรระบายยิ้มอ่อนๆ ออกมา เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างที่มาทำงานที่นี่
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เดือนขอตัวลงไปหาคุณท่านก่อนนะคะ”
“ค่ะพี่เดือน” พิมพ์อัปสรเดินตามไปปิดประตูห้องพัก จัดการปิดล็อกไว้ หันมาจัดการกับเสื้อผ้าใส่ตู้ให้เรียบร้อย ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำ และนอนพักผ่อน เพื่อเตรียมตัวเริ่มงานในวันรุ่งขึ้น
อีกฟากหนึ่งของห้องนอน นายแพทย์หนุ่มนั่งครุ่นคิดถึงภาพที่ได้เห็นเมื่อครู่ที่ผ่านมา คงเป็นผู้หญิงคนนี้สินะ ที่พลอยจันทร์เล่าให้ฟัง ไร้ยางอายที่สุด หน้าตาก็ดี ไม่น่าคิดที่จะรวยทางลัดแบบนี้
“พี่จะกีดกันผู้หญิงคนนั้น ให้ออกจากชีวิตคุณภาคินเองพลอย พลอยของพี่ต้องพบแต่ความสุข” นายแพทย์หนุ่มยอมทำทุกอย่าง เพื่อให้ผู้หญิงที่เขารักมีความสุข
เช้าตรู่ของวันต่อมา
พิมพ์อัปสรเริ่มต้นการทำงานวันแรกอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง สร้างความพึงพอใจแก่นายจ้างเช่นศรีนวลเป็นอย่างมาก ทำให้ย้อนนึกไปถึงพรรณีลูกจ้างคนก่อน ต้องให้บอกให้สั่ง ถ้าไม่บอกก็จะไม่ยอมทำอะไร แต่อยู่ต่อหน้าบุตรชายนางเท่านั้น ถึงกุลีกุจอตั้งใจทำงาน
“วันนี้คุณพิมพ์ทำข้าวต้มปลาให้คุณท่านทานค่ะ” เดือนเต็มนำชามข้าวต้มมาวางตรงหน้าศรีนวล
“หนูพิมพ์ทำเหรอลูก แล้วเอาเวลาไหนไปทำจ๊ะ” หญิงสูงวัยหันมาเอ่ยถามด้วยสีหน้าค่อนข้างแปลกใจ เพราะตั้งแต่เช้ามา พิมพ์อัปสรก็อยู่กับตนตลอดเวลา
“คุณพิมพ์เธอลงมาทำให้ตั้งแต่ตีห้าค่ะคุณท่าน” สาวใช้กล่าวรายงาน รู้สึกชื่นชมในตัวพิมพ์อัปสรไม่น้อย
“ต่อไปไม่ต้องนะจ๊ะ สั่งให้เด็กทำก็ได้”
“ไม่ได้ค่ะคุณป้า พิมพ์ต้องดูแลทุกอย่างเกี่ยวกับสุขภาพของคุณป้า ไม่เว้นแม้แต่เรื่องอาหาร คุณป้าทานข้าวต้มเถอะค่ะ กำลังร้อนๆ”
“แล้วของหนูล่ะ”
“คุณป้าทานเสร็จ พิมพ์ค่อยไปทานในห้องครัวค่ะ”
“ฮื้อ มานั่งทานด้วยกันที่นี่แหละ จะไปทานทำไมในห้องครัวให้ยุ่งยาก” นางส่ายหน้า ไม่เห็นด้วยกับความคิดของลูกจ้างคนใหม่
“แต่พิมพ์เป็นแค่ลูกจ้าง ไม่กล้าตีตนเสมอเจ้านายหรอกค่ะ”
“พิมพ์อัปสรเขาพูดถูกแล้วครับคุณแม่ และที่สำคัญ ผมไม่ชอบนั่งร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้า” คุณหมอหนุ่มเดินเข้ามา ได้ยินบทสนทนาเข้าพอดี
“เกิดมาไม่ชอบอะไรอีกล่ะ เห็นคราวพรรณี ไม่เห็นหมอจะว่าอะไรเลยนี่”
“ผมมาคิดดูแล้ว ว่าควรแบ่งเป็นสัดส่วน ลูกจ้างก็ควรทานในห้องครัว จะได้ไม่มาตีตนเสมอเจ้านาย” นายแพทย์หนุ่มกล่าวเสียงเรียบ ขณะทรุดร่างลงนั่งข้างมารดา ทำเอาทุกคนพลอยอึ้งไปตามๆ กัน เกิดอะไร ทำไมคุณหมอหนุ่มแสนอ่อนโยน ไม่เคยแบ่งชั้นวรรณะ ถึงพูดออกมาแบบนี้ ส่วนพิมพ์อัปสรหน้าชาเล็กน้อย รู้สึกตัวอย่างคนต้อยต่ำ
“ก็อยู่กันแค่นี้ จะอะไรกันหมอ แม่จะได้มีเพื่อนทานข้าวด้วย หมอเองก็ไม่ค่อยว่างกลับมาทานข้าวกับแม่ จะปล่อยให้แม่เหงา นั่งทานข้าวคนเดียวหรือไง” ศรีนวลกล่าวแย้งขึ้นมา ไม่ชอบที่บุตรชายพูดทำนองนี้ ไม่ว่ากับใคร ทั้งที่นางไม่เคยสอน
“เอ่อ...คือ” นายแพทย์หนุ่มถึงกับพูดไม่ออก รู้ตัวดีว่ากำลังทำให้มารดาโกรธ
“ตามนี้แหละ เดือนตักข้าวให้คุณหมอ คุณพิมพ์” ศรีนวลหันไปสั่งงานกับสาวใช้ จนไม่มีใครกล้าคัดค้านอะไรออกมา พิมพ์อัปสรทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามกับคุณหมอหนุ่ม ด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะเหลือบสายตาขึ้นมอง ซึ่งเขากำลังจ้องมองด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก พยายามครุ่นคิดว่า ตนนั้นเคยไปทำอะไรให้คุณหมอหนุ่มไม่พอใจหรือเปล่า หรือเป็นเรื่องที่ไปรับเธอที่ขนส่งแล้วไม่เจอกันนะ ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลง เมื่อชามข้าวต้มหอมกรุ่นมาวางตรงหน้า
“วันนี้พี่เดือนทำข้าวต้มอร่อยมากเลยนะครับ” นายแพทย์หนุ่มหันมากล่าวชมสาวใช้ ที่ยืนอยู่มุมโต๊ะอาหาร
“เอ่อ...วันนี้ไม่ใช่ฝีมือเดือนหรอกค่ะ ฝีมือคุณพิมพ์ค่ะคุณหมอ” เดือนเต็มชี้แจงให้เจ้านายหนุ่มฟัง แค่นั้นรอยยิ้มที่น่ามอง ค่อยๆ เจื่อนลงเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงเข้ามาแทนที่ พร้อมวางช้อนข้าวลง
“ผมอิ่มแล้ว พี่เดือน ช่วยบอกให้เด็กยกกาแฟตามไปให้ผมที่ห้องทำงานด้วยนะครับ ส่วนเธอพิมพ์อัปสร หลังทานข้าวเสร็จ ตามฉันไปที่ห้องทำงานด้วย ฉันจะแจกแจงงานทั้งหมดที่เธอต้องทำงาน ในระหว่างที่มาดูแลแม่ของฉัน” คุณหมอหนุ่มกล่าวจบก็หมุนตัวเดินออกไป พิมพ์อัปสรจึงรวบช้อนวางลง ก่อนยกน้ำขึ้นดื่ม เพื่อรีบตามเจ้านายหนุ่มไปที่ห้องทำงาน
“ไม่ต้องรีบหรอกหนูพิมพ์ วันนี้ตาหมอเขาลางานครึ่งวัน ทานให้อิ่มก่อนลูก” ปกติแล้ว นางจะเป็นคนเข้มงวด คนที่จะมาดูแลตน คอยบ่นให้บุตรชายฟังเป็นประจำ แต่ทำไมคราวนี้ กลับกลายเป็นว่าบุตรชายเองที่เข้มงวดแทน แถมวางท่าไม่ชอบหน้าคนที่จะมาดูแลนางอีก ทั้งที่พิมพ์อัปสรไม่ได้ทำอะไรให้ ดูจะเจียมตัวเสียด้วยซ้ำ
