บทที่ 6 6
ด้านคุณหมอหนุ่มได้แต่เดินวนไปวนมาภายในห้องทำงาน เมื่อลูกจ้างสาวไม่ยอมตามมาเสียที จากอารมณ์เสียเป็นทุนเดิม เริ่มคุกรุ่นขึ้นมาในใจเป็นทวีคูณแทบจะระเบิด จนได้ยินเสียงเคาะประตู
“เชิญ” นายแพทย์หนุ่มกล่าวอนุญาตเสียงเข้ม พร้อมทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้โต๊ะทำงาน มองลูกจ้างสาวที่เดินตัวลีบเข้ามาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด พิมพ์อัปสรทำเหมือนเขาเป็นยักษ์เป็นมารเสียอย่างนั้น
“นั่งลงสิ” คุณหมอเอ่ยขึ้นเมื่อไม่เห็นหญิงสาวทรุดร่างลงนั่งเสียที
“ค่ะ” พิมพ์อัปสรรีบเลื่อนเก้าอี้ลงนั่ง ก่อนที่จะถูกดุซ้ำสอง
“นี่เป็นยาที่คุณแม่ต้องทานเป็นประจำหลังอาหารทุกมื้อ” นายแพทย์หนุ่มกล่าวชี้แจงการให้ยาแก่มารดาอย่างละเอียด รวมถึงเรื่องการดูแล ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเวลาเข้านอน
“แค่นี้ทำได้หรือเปล่า”
“ได้ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าอย่างแข็งขัน พลางระบายยิ้มอ่อนๆ ออกมา จนคุณหมอมาดขรึมชะงัก ใจเต้นแรงผิดจังหวะ พยายามไล่ความรู้สึก ที่แปลกประหลาดออกไป
“เธอพอจะบอกฉันได้มั้ย ว่าทำไมถึงมาทำงานที่เชียงใหม่ ในเมื่อเธอก็มีงานที่มั่นคง ไหนจะเงิน...เอ่อ เงินเดือนประจำที่ได้รับ” นายแพทย์หนุ่มเกือบหลุดปากพูดถึงเงินที่ภาคินโอนให้ทุกเดือน
“แต่เงินจำนวนนั้น ยังไม่พอใช้จ่ายภายในบ้านค่ะ”
“มาเพื่อเงินสินะ” ชายหนุ่มกระตุกที่มุมปากราวสมเพช แต่เชื่อว่าพิมพ์อัปสรมาทำงานที่นี่ เพื่อหาทางใกล้ชิดกับภาคินอย่างแน่นอน แต่เขาจะขัดขวางให้ถึงที่สุด
“ใช่ค่ะ ฉันไม่เถียง เพราะเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิต”
“นั่นสินะ ใครๆ ก็ยอมแลกได้เพื่อเงิน บางคนถึงกับยอมเสียศักดิ์ศรี แม้กระทั่งเป็นเมียน้อย เพื่อความสุขสบาย” ชายหนุ่มเอ่ย พลางจับจ้องไปที่คู่สนทนา แต่อีกฝ่ายทำหน้านิ่งเฉย ราวกับไม่ทุกข์ใจ จนเขาแทบอยากลุกขึ้นมาบีบคอถาม ว่าทำแบบนี้กับผู้หญิงด้วยกันได้อย่างไร
“ถ้าจะทำงานอยู่ที่นี่ ห้ามมีเรื่องชู้สาวอย่างเด็ดขาด หวังว่าเธอคงเข้าใจ”
“เข้าใจค่ะ ฉันสัญญาว่าจะไม่เกิดเรื่องทำนองนี้เด็ดขาด” หญิงสาวกล่าวยืนยันให้เจ้านายหนุ่มสบายใจ
“อืม...ไม่มีอะไรแล้ว กลับไปทำงานต่อเถอะ” นายแพทย์หนุ่มกล่าว พร้อมยื่นกระปุกยาให้แก่ลูกจ้างสาว
“ค่ะคุณหมอ” พิมพ์อัปสรขานรับ ก่อนเดินออกไปพร้อมกระปุกยา โดยมีสายตาของนายแพทย์หนุ่มมองตามหลังออกไปด้วยสายตาเคร่งเครียด พิมพ์อัปสรจะไปยุ่งเกี่ยวกับใครเขาไม่สน แต่ทำไมต้องมายุ่งกับภาคินสามีของพลอยจันทร์ ซึ่งเขายอมไม่ได้เช่นกัน
พิมพ์อัปสรเดินกลับมาที่ห้องรับแขกพร้อมกระปุกยา ซึ่ง ศรีนวลนั่งรออยู่กับเดือนเต็มสาวใช้คนสนิท อยากรู้ว่าบุตรชายพูดอะไรกับลูกจ้างสาวบ้าง
“เป็นไงหนูพิมพ์ ตาหมอว่าอะไรบ้าง มีดุอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีนี่คะ แค่อธิบายงานที่พิมพ์ต้องทำในระหว่างที่ดูแลคุณป้าเท่านั้นเองค่ะ พี่เดือนคะ พิมพ์ขอน้ำเปล่าแก้วหนึ่งค่ะ พิมพ์จะจัดยาให้คุณป้าทาน” พิมพ์อัปสรหันไปขอแรงกับเดือนเต็ม
“ได้ค่ะคุณพิมพ์” สาวใช้ขานรับ แล้วเดินหายเข้าไปในห้องครัวเพียงครู่ จากนั้นเดินกลับมาพร้อมกับน้ำหนึ่งแก้ว ที่ พิมพ์อัปสรต้องการ
“ขอบคุณค่ะ” พิมพ์อัปสรรับแก้วน้ำมาวางไว้ ก่อนยื่นยาให้แก่หญิงสูงวัย ที่เบือนหน้าหนี เบื่อหน่ายกับการทานยา
“ป้าไม่ทานได้มั้ยหนูพิมพ์” นางกล่าวพลางส่งสายตาออดอ้อนราวกับเด็กน้อย แต่หญิงสาวกลับทำเสียงเข้ม
“ไม่ได้ค่ะ คุณป้าต้องทาน เพื่อสุขภาพของคุณป้าเอง ถ้าคุณหมอทราบ ว่าคุณป้าไม่ยอมทานยา คงเสียใจ ที่คุณป้าไม่รักตัวเอง และที่สำคัญจะได้อยู่กับคุณหมอไปนานๆ ไงคะ” พิมพ์อัปสรกล่าวหว่านล้อม
“นั่นสิคะคุณท่าน คุณพิมพ์พูดถูก”
“แหม! เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะ หนึ่งเสียงหรือจะสู้สองเสียงได้ยังไงกัน คนเสียงน้อยอย่างฉันก็ต้องยอม” นางทำหน้าเซ็ง ก่อนหยิบยาขึ้นมาใส่ปาก และรับแก้วน้ำจากพิมพ์อัปสรขึ้นมาดื่มตาม โดยมีสายตาของนายแพทย์หนุ่มแอบมองดูผลงานของลูกจ้างคนใหม่ด้วยความพอใจไม่น้อย แต่ก็ต้องคอยดูกันต่อไป
บ้านอภิวัฒน์ธากุล
พลอยจันทร์ยังรู้สึกเจ็บช้ำใจในตัวสามี ตั้งแต่รู้เรื่องที่เขาแอบโอนเงินให้กับผู้หญิงคนหนึ่ง ข้อมูลนี้ เธอได้มาจากแพทย์หญิงแพรวนภาญาติผู้พี่ของภาคิน ไม่งั้นก็คงยังเป็นคนโง่ให้เขากับผู้หญิงคนนั้นหัวเราะเยาะไปอีกนาน
“ชุดทำงานผมล่ะพลอย” ภาคินเอ่ยถาม หลังอาบน้ำออกมา เสื้อผ้าไม่ได้ถูกจัดเตรียมไว้เหมือนเช่นทุกวัน
“ก็อยู่ในตู้เสื้อผ้า คุณก็ไปหยิบเองสิ” พลอยจันทร์ที่เคยสงบปากสงบคำ เอ่ยตีฝีปากกับสามีเป็นครั้งแรก ตั้งแต่แต่งงานกันมา เธอยอมเขามาโดยตลอด ไม่ว่าภาคินจะพูดให้เจ็บช้ำน้ำใจแค่ไหน ก็พยายามเก็บซ่อนความเจ็บปวดไว้ในใจไม่เคยแสดงปฏิกิริยาใดๆ ออกมา แต่ครั้งนี้มันสุดทนจริงๆ
“มันเป็นหน้าที่คุณนะพลอย”
“มันหมดหน้าที่ของพลอย ตั้งแต่ที่รู้ว่าคุณโอนเงินให้กับผู้หญิงคนอื่นแล้ว” หญิงสาวกล่าวเสียงเข้มเกือบตวาด ด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธที่เริ่มจะทวีคูณขึ้นไปเรื่อยๆ
