บทที่ 7 7

“ทำไมถึงพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้พลอย เงินแค่นั้นเอง และก็เป็นเงินส่วนตัวของผมด้วย จะหวงอะไรนักหนา เงินคุณก็มีตั้งเยอะแยะ ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ ถ้าผมหาผู้หญิงคนอื่นมาทำแทน ก็อย่ามาโวยแล้วกัน” นักธุรกิจหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด ที่ภรรยาชวนทะเลาะแต่เช้า จากนั้นก็เดินไปคว้าชุดทำงาน หายเข้าไปในห้องแต่งตัวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว โดยไม่สนใจว่าภรรยาจะเสียใจในคำพูดของตนมากแค่ไหน เรียวขาที่หยัดยืนได้ด้วยตัวเอง ขณะนี้กลับโอนเอน หมดเรี่ยวแรง แทบล้มพับลงไปกองกับพื้นห้อง พร้อมหยาดน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย จนได้ยินเสียงประตูถูกผลักออกมา หญิงสาวจึงใช้หลังมือเรียวปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ ก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำ ไม่อาจทนเห็นหน้าคนใจร้ายได้สักวินาทีเดียว

ภาคินส่ายหน้า พลางถอนหายใจดังเฮือกตามหลังภรรยาด้วยความเหน็ดเหนื่อยใจ ไม่รู้จะโกรธอะไรกันนักหนา ใช่ว่าเขาไปมีเมียน้อยสักหน่อย ก็แค่เงินหมื่นเดียว ที่โอนเข้าบัญชีฟ้าใสทุกเดือนเท่านั้นเอง แต่แล้วจำต้องสลัดความคิดเหล่านั้นออกไป เพราะเช้านี้เขามีประชุมสำคัญที่บริษัท ส่วนเรื่องภรรยาคงไว้เคลียร์กันภายหลัง ก็คงไม่สายเกินไป จากนั้นชายหนุ่มจึงหยิบกระเป๋าทำงานพร้อมเสื้อสูทออกจากห้องนอนไปทันที

ถึงแม้งานที่บริษัทจะยุ่งสักแค่ไหน แต่ภาคินก็ไม่ลืมที่จะโทร.ไปถามไถ่อดีตคนรัก เพราะความเป็นห่วง กลัวหญิงสาวจะปรับตัวกับสถานที่ทำงานใหม่ไม่ได้

“เป็นยังไงบ้างพิมพ์ เจ้านายใหม่ใจดีหรือเปล่า”

“ค่ะพี่คิน คุณป้าท่านใจดีมาก เหมือนได้อยู่กับญาติผู้ใหญ่” พิมพ์อัปสรรีบเดินออกมาคุยโทรศัพท์ที่หน้าห้องนอนของศรีนวล ไม่อยากให้เสียงไปรบกวนเวลาพักผ่อนของท่าน

“พี่ดีใจ ที่พิมพ์เจอกับเจ้านายที่ดี ว่าแต่โทร.ไปหาคุณแม่หรือยังล่ะ” ภาคินให้ความเคารพนับถือมารดาของพิมพ์อัปสร เปรียบเหมือนมารดาผู้ให้กำเนิด และนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่เขาส่งเงินไปจุนเจือครอบครัวของพิมพ์อัปสรทุกเดือน

“พิมพ์โทร.ไปหาท่านเมื่อเช้าแล้วค่ะ” น้ำเสียงหญิงสาวดูแผ่วๆ ลง เมื่อเอ่ยถึงมารดา เธอคิดถึงท่าน อยากกลับไปอยู่ดูแลท่าน แต่มีเหตุจำเป็น ต้องมาทำงานไกลบ้าน เพื่อจะได้มีเงินไปรักษามารดาที่ตาบอด ไหนจะน้องสาวที่ต้องเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยอีก ซึ่งค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ลำพังเงินเดือนบริษัทที่ทำอยู่ ก็แทบไม่พอใช้จ่ายภายในบ้าน

“พี่ว่าพิมพ์ลาออก แล้วกลับไปอยู่กับท่านที่กรุงเทพฯ เถอะ ไปทำงานโรงแรมของพี่ก็ได้ เดี๋ยวพี่จะหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้” ชายหนุ่มเสนอความคิดให้แก่อดีตคนรักด้วยความสงสาร

“ขอบคุณสำหรับความหวังดีค่ะพี่คิน แต่พิมพ์ไม่กลับ พิมพ์จะอยู่ทำงานที่นี่ พี่คินได้โปรดอย่าบอกให้พิมพ์กลับไปเลยนะคะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธทันควัน ไม่อยากถูกครอบครัวอดีตคนรักมาดูถูกดูแคลนมากไปกว่านี้ และเป็นจังหวะเดียวกับที่นายแพทย์พิทยาเปิดประตูห้องนอนออกมาพอดี เพื่อเตรียมตัวจะออกไปที่โรงพยาบาล แต่ประโยคสุดท้ายที่ออกมาจากปากของลูกจ้างสาวนั้น ทำให้ถึงกับชะงักปลายเท้าให้หยุดอยู่กับที่ ไม่คิดว่าพิมพ์อัปสร จะหน้าด้านหน้าทนได้ถึงเพียงนี้ จึงเดินเข้าไปคว้าโทรศัพท์จากมือหญิงสาว และจัดการปิดเครื่องเสร็จสรรพ ทำเอาอีกฝ่ายอ้าปากค้าง ตกใจกับการกระทำของเจ้านายหนุ่ม

“กฎของที่นี่ ห้ามใช้โทรศัพท์ในเวลางาน” นายแพทย์หนุ่มบอกด้วยเสียงที่แข็งกร้าว

“ขอโทษค่ะ” หญิงสาวกล่าวเสียงอ่อยๆ กับเจ้านายหนุ่ม ที่ยืนทำหน้าถมึงทึงมองมาด้วยสายตาอันเกรี้ยวกราด

“ฉันจะเก็บมือถือเธอไว้ก่อน ถึงสี่ทุ่มเมื่อไหร่ ค่อยมาเอาคืน”

“ไม่ได้นะคะ” พิมพ์อัปสรถึงกับร้องเสียงหลง แล้วแบบนี้ เธอจะติดต่อคุยกับมารดาได้อย่างไรกัน พอโทร.ไปหลังสี่ทุ่ม ท่านคงเข้านอนไปแล้ว

“ทำไม! ถ้าคิดที่จะทำงานที่นี่ ก็ควรทำตามกฎ ถ้าทำไม่ได้ก็เก็บกระเป๋ากลับบ้านไปซะ” นายแพทย์หนุ่มกล่าวทิ้งท้าย ก่อนเดินลิ่วๆ ลงไป ปล่อยให้ลูกจ้างสาวยืนทำหน้าเศร้า น้ำตาคลอ แต่แล้วต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อถูกสะกิดจากทางด้านหลัง

“คุณป้า เอ่อ...พิมพ์ขอโทษนะคะ พิมพ์ไม่รู้ว่าที่นี่ห้ามให้ลูกจ้างรับโทรศัพท์ช่วงทำงาน” หญิงสาวละล่ำละลักกล่าวชี้แจง

“ป้ายังไม่ได้ว่าอะไรหนูสักหน่อย” ศรีนวลกล่าวยิ้มๆ กับท่าทางตื่นๆ ของลูกจ้างสาว

“แต่พิมพ์คุยโทรศัพท์ในเวลาทำงานนะคะ คุณหมอก็พึ่งยึดโทรศัพท์ไปเมื่อกี้นี้เอง” คำตอบของเด็กสาว ไม่ได้ทำให้หญิงสูงวัยแสดงสีหน้าไม่พอใจแต่อย่างใด กลับรู้สึกสงสาร เห็นใจเสียมากกว่า ไม่รู้บุตรชายเป็นอะไร ถึงมาเข้มงวดเอากับลูกจ้างคนใหม่ที่มาดูแลนาง จะกระดิกตัวไปไหนทำอะไรก็ผิดตลอด

“แล้วโทรศัพท์สำคัญกับหนูพิมพ์มากแค่ไหนล่ะ”

“สำคัญกับพิมพ์มากค่ะ คือ...พิมพ์ต้องโทร.ไปรายงานตัวกับแม่ทุกวัน”

“ทุกวันเหรอจ๊ะ” หญิงสูงวัยขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ค่ะ เป็นข้อสัญญาระหว่างเรา เอ่อ...ระหว่างพิมพ์กับแม่ค่ะ แม่ให้พิมพ์โทร.ไปรายงานตัวกับท่านทุกวัน” ทั้งที่จริงแล้ว มารดาไม่ได้อยากให้เธอมาทำงานที่นี่เลยสักนิด แต่ขัดคำขอร้องของเจ้านายเก่าท่านไม่ได้ ตัวเธอเองก็อยากมาทำงานที่เชียงใหม่ เพราะเงินเดือนค่อนข้างสูง คงเหลือเก็บแต่ละเดือน ไว้รักษาตาให้กับมารดา ถึงท่านจะบอกว่าไม่จำเป็นก็ตาม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป