บทที่ 8 8
“อืม...ป้าเข้าใจจ้ะ งั้นเมื่อไหร่ที่หนูพิมพ์ต้องการโทร.หาแม่ ก็มาบอกป้า เดี๋ยวป้าจะให้ยืมใช้โทรศัพท์”
“คุณป้าพูดจริงๆ เหรอคะ” ดวงตาคู่สวยทอเป็นประกายด้วยความดีใจ ศรีนวลคือแม่พระของเธอจริงๆ
“ใช่จ้ะ” นางพยักหน้ายืนยันพร้อมกับคำพูด พิมพ์อัปสรจึงก้มลงกราบด้วยความซาบซึ้งใจ คิดไม่ผิดที่ตัดสินใจมาทำงานที่นี่
“ใครจะใจร้ายกับหนูพิมพ์ได้ลงคอ ตาหมอเขาเป็นอะไรไม่รู้ช่วงนี้ ปกติไม่ใช่คนแบบนี้ เขาใจดีกับทุกคน อย่าถือสาเขาเลยนะหนูพิมพ์” ศรีนวลแก้ต่างให้แก่บุตรชาย ไม่อยากให้ถูกมองว่าเป็นคนใจร้ายใจดำ
“ค่ะคุณป้า” พิมพ์อัปสรฝืนยิ้มออกมา เพื่อให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าตนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก
โรงพยาบาล
นายแพทย์พิทยาเดินเข้ามาที่โรงพยาบาล ด้วยใบหน้าเคร่งครึม เพราะอารมณ์คุกรุ่นในจิตใจยังไม่จางหาย จนพยาบาลสาวๆ ไม่กล้ากล่าวทักทาย หรือส่งรอยยิ้มหวานให้เหมือนเช่นทุกวัน จวบจนถึงหน้าห้องทำงาน พยาบาลวัยกลางคนจึงเดินเข้ามารายงาน ว่ามีแขกมารอพบ เมื่อรู้ว่าแขกที่มารอพบตนนั้นคือใคร คุณหมอหนุ่มไม่รอช้า ผลักประตูเข้ามาในห้องทำงาน เห็นพลอยจันทร์นั่งเหม่อลอย ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ว่าเขาเปิดประตูเข้ามายืนอยู่กลางห้อง
“พลอย” ชายหนุ่มตัดสินใจแตะลงที่หัวไหล่มนเบาๆ จนเจ้าของร่างเผลอสะดุ้งไหวเล็กน้อย ตื่นจากความคิดอันโศกเศร้า และใช้หลังมือเรียวปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มนวลออก นายแพทย์หนุ่มทรุดร่างลงนั่งข้างๆ เอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงนุ่ม แฝงด้วยความเป็นห่วง
“เกิดอะไรขึ้นพลอย ทะเลาะกับคุณภาคินมาอีกแล้วใช่มั้ย” มือใหญ่เอื้อมมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้แก่หญิงสาวอย่างอ่อนโยน
“ค่ะพี่หมอ คุณคินเขาไม่แคร์พลอยเลย พลอยทนอยู่กับเขาต่อไปไม่ไหวแล้ว พลอยจะหย่ากับเขา” หญิงสาวประกาศความตั้งใจของตนด้วยเสียงสั่นๆ ทั้งที่ใจยังไม่แข็งพอ ที่จะตัดใจจากคนที่เธอรักสุดหัวใจ
“พลอยทำใจได้หรือไง ที่จะตัดขาดจากคุณภาคินจริงๆ ถามใจตัวเองให้ดี ว่ารักเขาหรือเปล่า ถ้าไม่รักพี่ก็จะไม่ห้ามกับการตัดสินใจของพลอย” คุณหมอหนุ่มกล่าวเสียงเรียบ ถึงจะรัก พลอยจันทร์แค่ไหน แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีใจ หากเธอจะหย่าขาดจากสามี เพราะนั่นเท่ากับว่าหญิงสาวต้องทุกข์ทรมานใจไปตลอด ซึ่งก็ทนเห็นไม่ได้เช่นกัน รักของเขา เป็นความรักที่ไม่อยากครอบครอง แต่อยากเห็นคนที่เขารักมีความสุขเท่านั้น
“คงต้องใช้เวลาค่ะพี่หมอ” ดวงตาคู่โศกช้อนขึ้นมองอีกฝ่าย
“อย่าเอาแต่ใช้อารมณ์ พี่ว่าพลอยควรอยู่นิ่งๆ เฉยๆ ไปก่อน อย่าตอบโต้ หรือต่อว่าอะไรคุณภาคินให้ต้องขุ่นใจ พี่เชื่อว่า ความน่ารัก จิตใจดีของพลอย จะทำให้คุณภาคินหันกลับมารักมาสนใจพลอยได้ไม่ยาก”
“กลับมารักเหรอคะ ไม่หรอกค่ะ เขาไม่เคยรักพลอยด้วยซ้ำ เขาอยู่แต่ตัว แต่ไร้หัวใจ” หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความขื่นขมใจ ตลอดสองปีที่แต่งงานกัน ภาคินทำตัวเฉยชา ไม่แคร์ว่าเธอจะเป็นอย่างไรบ้าง โหมงานหนัก กลับบ้านดึกดื่นทุกคืน บางคืนก็ไม่ยอมกลับมานอนบ้าน มีคืนหนึ่งที่พรรษามารดาภาคิน สั่งให้โทร.ไปตามเขากลับบ้าน แต่กลับมีผู้หญิงมารับสายแทน สร้างความเจ็บช้ำใจแก่หญิงสาวยิ่งนัก กล้ำกลืนฝืนทน โดยไม่กล้าปริปากที่จะบอกใครให้รู้ แม้แต่แม่สามี ทุกวันนี้ เธอยังอยู่ในตำแหน่งเมียในนามของเขาเท่านั้น
โดยภาคินให้เหตุผลว่า ถ้าหย่ากันไป สามีใหม่เธอจะได้ไม่ตะขิดตะขวงใจ นั่นคือสิ่งที่เขาคิดและพูดกับเธอตั้งแต่คืนแรกที่แต่งงานกัน ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แต่คิดว่าคงอีกไม่นาน ชายหนุ่มคงเอ่ยปากขอหย่ากับตนเอง
“โธ่! พลอย” นายแพทย์หนุ่มตวัดร่างเล็กเข้ามาโอบกอดปลอบใจ คิดว่าตลอดสองปีที่ผ่านมา หญิงสาวคงทุกข์ทรมานใจมาก ไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ จะอดทนได้ถึงเพียงนี้
“อย่าทำเสียงสมเพชพลอยแบบนั้นสิคะ” หญิงสาวขยับร่างออกจากอ้อมแขนของคุณหมอหนุ่ม จนอีกฝ่ายหน้าเจื่อนๆ
“พี่สงสารพลอย ถ้าพี่รู้ว่าพลอยต้องอยู่ด้วยความเจ็บปวด พี่คงกลับมาเร็วกว่านี้”
“พี่หมอไม่ยอมมาแม้แต่งานแต่งพลอย พลอยอยากให้พี่หมอ มาร่วมอวยพรงานแต่งของพลอยมากที่สุด แต่พี่หมอก็ไม่ยอมมา” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
“เอ่อ...ตอนนั้นพี่ติดงานจริงๆ แต่พี่ก็อวยพรพลอยทางโทรศัพท์ล่วงหน้าไปแล้วนี่”
“แต่ไม่เท่ากับที่พี่หมอมาเอง” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงแง่งอนเล็กน้อย เขาไม่รู้หรือไง ว่าเขานั้นสำคัญกับเธอมากแค่ไหน
