บทที่ 9 9

“พี่ขอโทษ”

“เรื่องมันผ่านไปแล้ว ช่างมันเถอะค่ะ งานแต่งงาน ก็ไม่มีค่าสำหรับใครบางคน แต่งก็เหมือนไม่ได้แต่ง” หญิงสาวยิ้มเศร้าๆ ออกมา เมื่อนึกถึงภาคิน ผู้ชายที่เป็นรักแรกของเธอ

“อย่าคิดมากสิครับ ถ้าไม่ได้ยินจากปากคุณภาคิน อย่าคิดอะไรไปคนเดียว”

“แต่ทุกอย่างมันฟ้อง...” หญิงสาวไม่ทันพูดจบประโยค เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน เจ้าของห้องชะงัก ก่อนเอ่ยอนุญาต เพียงไม่กี่อึดใจ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาพร้อมร่างพยาบาลคนเดิม

“คุณหมอคะ ท่านผอ.เรียกประชุมส่วนตัวเป็นการด่วนค่ะ”

“ขอบคุณครับ พลอย เดี๋ยวพี่ขอตัวเข้าประชุมก่อนนะ พลอยนั่งเล่น รอพี่ไปพลางๆ ก่อนนะ”

“เดี๋ยวพลอยก็กลับแล้วค่ะ รบกวนเวลาพี่หมอมานานแล้วด้วย”

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก พลอยเป็นน้องสาวพี่นะ” นายแพทย์หนุ่มยกมือขึ้นขยี้ศีรษะเบาๆ ด้วยความเอ็นดู พลอยจันทร์เป็นคนพูดน้อย ไม่ค่อยมีเพื่อน เขาจึงดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ พิเศษมากจนถักทอเป็นความรัก แต่เป็นรักเพียงข้างเดียว

“ค่าพี่ชาย พลอยขอตัวกลับก่อนนะคะ ต้องไปทำธุระต่อ”

“ครับ ไว้พี่โทร.หา แต่พี่คงไม่ได้ไปส่งที่รถนะ ต้องรีบเข้าประชุม”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่หมอ งั้นพลอยขอตัวกลับก่อน” พลอยจันทร์ส่งยิ้มหวานให้กับคุณหมอพิทยา เผื่อแผ่ไปถึงพยาบาลวัยกลางคน ก่อนหยิบกระเป๋าถือ เดินออกจากห้องทำงานนายแพทย์หนุ่ม ซึ่งออกไปได้เพียงไม่นาน แพทย์หญิงแพรวนภาก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่เป็นรอยยิ้มอาบยาพิษ ที่พยาบาลสาวๆ แอบตั้งฉายาให้ โดยที่แพทย์หญิงไม่รู้ตัว ไม่งั้นคงโดนไล่ออกกันเป็นแถว

“แพรวมาชวนคุณหมอเดินไปที่ห้องประชุมด้วยกันค่ะ”

“อืม...งั้นเราไปกันเลยดีกว่าครับ ท่านผอ.จะได้ไม่ต้องรอนาน” นายแพทย์หนุ่มพยักหน้าให้กับแพทย์หญิง จากนั้นเดินนำออกจากห้องทำงาน แพทย์หญิงแพรวนภาพยายามทำตัวสนิทสนมกับคุณหมอหนุ่ม และคอยกีดกันผู้หญิงทุกคน ที่เข้ามาติดพัน ไม่ว่าจะเป็นพยาบาล หรือลูกสาวคนดังๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ แต่เธอมีภาษีดีหน่อย ตรงที่รู้จักคุ้นเคยกับมารดาของนายแพทย์พิทยา และท่านก็ให้ความเอ็นดูเธอเป็นพิเศษ คิดว่าอีกไม่นาน ก็จะสามารถพิชิตใจนายแพทย์หนุ่มได้ไม่ยาก ซึ่งเขาเองก็ไม่เคยให้ความสนิทสนมกับใครเท่าเธอมาก่อน ที่สำคัญเขาไม่มีใคร

บริษัท ไหมไทยอภิวัฒน์ธากุล จำกัด

ภาคินพยายามโทร.กลับไปหาพิมพ์อัปสรหลายครั้ง แต่ไม่เป็นผล เมื่อเจอแต่ฝากข้อความ สร้างความงุนงงแก่ประธานหนุ่มไม่น้อย เกิดอะไรขึ้น ทำไมหญิงสาวถึงตัดสายทิ้ง หนำซ้ำยังปิดเครื่องหนีอีก

“เห็นทีเย็นนี้ ต้องไปหาที่บ้านตระกูลกำธรสักหน่อย” นักธุรกิจหนุ่มบ่นพึมพำเบาๆ โดยลืมไปว่า คนที่ตนควรเอาใจใส่ คือภรรยาตีทะเบียนที่บ้าน

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น ดึงสติที่ฟุ้งซ่านของประธานหนุ่มกลับคืนมา ก่อนที่จะเอ่ยอนุญาต เพียงไม่กี่นาที บานประตูก็ถูกผลักเข้ามา โดยที่เลขาฯ สาวเดินนำเข้ามาพร้อมกับผู้จัดการฝ่ายการตลาด

“ท่านประธานคะ คุณดนัยมาขอพบค่ะ”

“อืม...คุณไปทำงานต่อเถอะ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำ จากนั้นเชิญผู้จัดการหนุ่มนั่งลง

“ว่าไงคุณดนัย ปกติคุณต้องเข้าพบคุณพลอยไม่ใช่เหรอ” พลอยจันทร์จะเป็นคนดูแลแผนกการตลาดและแผนกบัญชีทั้งหมด โดยไม่ต้องผ่านการอนุมัติหรือเห็นชอบจากเขา เธอสามารถตัดสินใจได้เลย

“เอ่อ...คุณพลอยเธอไม่เข้าบริษัทครับวันนี้ แต่มีงานด่วนต้องเซ็นอนุมัติ คุณพลอยเลยสั่งให้ผมเอามาให้ท่านประธานเซ็นแทนครับ”

“ไม่เข้าบริษัท!” ประธานหนุ่มตวาดเสียงเข้ม ด้วยความไม่ชอบใจ

“...ครับ” ผู้จัดการหนุ่มถึงกับผงะด้วยความตกใจ เมื่อประธานหนุ่มตวาดเสียงเข้มถาม

“เหลวไหลจริงๆ ไหนเอางานที่ต้องเซ็นอนุมัติมาดูหน่อยซิ”

“นี่ครับ” ดนัยรีบส่งงานให้เจ้านายหนุ่มดู ก่อนจะถูกหางเลขไปด้วย ภาคินเปิดแฟ้มอ่านเอกสารอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนเซ็นลงไป จากนั้นส่งเอกสารคืนให้กับลูกน้องหนุ่ม

“เรียบร้อย คุณไปดำเนินการได้เลย”

“ขอบคุณครับท่านประธาน” ดนัยขานรับคำสั่ง รีบเดินออกไปจากห้องทำงานทันที ขณะภาคินนั่งครุ่นคิดถึงภรรยา ทำไมพลอยจันทร์ถึงแยกแยะงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออกนะ เท่านั้นเขาจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายถึงหญิงสาวทันที แต่ปรากฏว่าปลายสายตัดสายทิ้ง จนนักธุรกิจหนุ่มถึงกับฮึดฮัด คำรามเสียงออกมาด้วยความไม่พอใจ ได้แต่คาดโทษภรรยาอยู่ในใจ

เวลา 21.30 น.

หลังพาศรีนวลเข้านอนเรียบร้อยแล้ว พิมพ์อัปสรจึงเดินลงมาชั้นล่างที่ห้องรับแขก เพื่อรอขอโทรศัพท์มือถือของตนคืนจากนายแพทย์พิทยา จนกระทั่งสี่ทุ่มครึ่ง เจ้านายหนุ่มก็ยังไม่กลับมา หญิงสาวก็เริ่มตาปรือนั่งสัปหงกอยู่พักใหญ่ จากนั้นค่อยๆ เอนกายลงนอนกับโซฟาตัวใหญ่ เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ครึ่งชั่วโมงต่อมาคุณหมอหนุ่มก็ขับรถเคลื่อนเข้ามาจอดภายในโรงจอดรถ ในระหว่างที่เดินเข้ามาภายในบ้าน เห็นแสงไฟในห้องรับแขกเปิดอยู่ จึงชะงักเท้าอยู่กับที่ สงสัยว่าใครอยู่ในนั้น จึงสาวเท้าก้าวเข้าไปดู เห็นร่างเล็กของลูกจ้างสาวนอนหลับตาพริ้มอยู่ที่โซฟา ชายหนุ่มตั้งใจยื่นแขนออกไป หวังสะกิดเรียก แต่ยิ่งเข้าไปใกล้ๆ ก็เหมือนกับต้องมนตร์สะกด ดึงดูดให้เข้าหา เกือบเผลอเอื้อมมือขึ้นแตะดวงหน้าหวาน ถ้าอีกฝ่ายไม่ลืมตาขึ้นมาเสียก่อน

“มานอนอะไรตรงนี้ ห้องมีให้นอน ทำไมถึงไม่ไปนอน” คนที่เกือบเผลอตัว กล่าวเสียงขรึมกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แปลกประหลาดในใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป