บทที่ 2 บทที่ 1 (1)
การแอบรักของเธอ มันเป็นเหมือนเรื่องปกติธรรมดาไปแล้ว โมรีแอบมองผู้ชายตัวสูง ผิวคล้ำ หน้าตาคมเข้มที่กำลังนั่งปลดปล่อยอารมณ์ไปกับการดื่มกาแฟ เขาเป็นลูกค้าเจ้าประจำของร้านเธอ เสี่ยอัค นายหัวอัค คือชื่อของเขาที่คนในพื้นที่รู้จักและเรียกขาน
อาคิรา สรณสิริ
นักธุรกิจหนุ่มผู้มั่งมี เศรษฐีจากแดนใต้ที่มาลงหลักปักฐานตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ปัจจุบันตระกูลสรณสิริคุมเศรษฐกิจของระยองไว้ในมือเกินกว่าครึ่ง
พูดไปใครจะเชื่อว่าเขาเป็นลูกค้าขาประจำร้านของเธอ ร้านกาแฟเล็กๆ ไม่มีชื่อเสียง เป็นแค่ร้านในซอยตัน
โมรีผ่อนลมหายใจ ดวงโตหลุบลงมองหน้ากระดาษที่ลงบัญชีร้าน รอยยิ้มตรงมุมปากผุดขึ้นเมื่อคิดถึง
ครั้งแรกที่เธอ...ได้เจอกับเขา
‘เอ้า ก้าวเลยพี่ ก้าวเลย!’ เสียงกระเป๋ารถสองแถวตะโกนบอกผู้โดยสารดังลั่น ทั้งๆ ที่รถยังไม่จอด โมรีวัยยี่สิบเอ็ดปีในชุดนักศึกษาซึ่ง
ยืนโหนมาตลอดทาง ถอนหายใจพลางขยับไปยืนใกล้ทางลงให้มากที่สุด
ความจอแจในตลาดยามเย็นทำให้รถเคลื่อนตัวไปอย่างยากลำบาก แม้ว่าระยะทางระหว่างมหาวิทยาลัยกับตลาดสดจะไม่ได้ห่างกันนัก แต่ระยะเวลาที่ใช้เดินทางกลับปาเข้าไปตั้งเกือบครึ่งชั่วโมง ด้วยจำนวนรถที่มากเพราะได้เวลาเลิกงานแล้ว และถนนยังมีแค่สองเลนเท่านั้น การจราจรในช่วงเช้ากับเย็นเลยค่อนข้างแน่นเป็นพิเศษ
‘เอ้า ลงได้’
เด็กชายตัวเล็กทำหน้าที่เป็นกระเป๋ารถที่เกาะอยู่ด้านท้ายบนพื้นที่ยืนน้อยนิดตะโกนสำทับ รถซึ่งจอดเอี๊ยดลงทันใดทำให้คนโหนอยู่แทบหัวคะมำ วูบหนึ่งแรงดันจากคนที่อยู่ด้านในและกำลังแทรกตัวออกมา ทำให้โมรีที่เพิ่งปล่อยมือจากราวกำลังจะก้าวลงถลาไปข้างหน้า พร้อมกับรถซึ่งกระชากออกตัวอีกครั้ง
เสียงร้องโวยวายของคนที่เห็นเหตุการณ์ดังลั่นขึ้น พร้อมกับมีมือหลายมือที่ไขว่คว้าจะดึงตัวเธอไว้ แต่ก็ไม่ทัน ดวงตาโตคล้ายเม็ดลำไยได้แต่หลับลง หัวใจเธอหายวาบ
มัน...ควรจะเจ็บยามที่กระแทกกับพื้น...แต่กลับไม่
‘โอ๊ย! ขับรถประสาอะไร จะกระชากออกไปอีกทำไม คนยังไม่ทันจะลง!!’
เสียงด่าจากผู้โดยสารคนอื่นดังล้งเล้ง ก่อนเสียงกระเป๋ารถตัวจ้อยจะดังตาม ‘พี่...พี่เป็นไงมั่งน่ะ’
จากนั้นคือเสียงของคนขับรถที่เปิดประตูลงมาดูก็ดังขึ้นอย่างกับตวาด
‘เฮ้ย! ใครใช้ให้ลงวะ ยังไม่จอดดีเลย!!’
‘แล้วจะรีบออกไปไหนวะ ไอ้เด็กนี่มันร้องลั่นๆ ว่าให้ลง เอ็งน่ะก็
จอดแล้ว จะกระชากออกไปอีกทำไม มึงน่ะผิด ไอ้ห่า ขับรถประสาอะไรวะ ตีนผีอย่างนี้ อย่ามาขับรถให้คนอื่นนั่งเลยไป๊!!’
ผู้โดยสารบนรถเถียงแทนแถมด่ากันขรมจนโชเฟอร์เถียงไม่ทัน โมรีนั้นเมื่อตั้งสติได้ก็พบว่าที่ไม่เจ็บเป็นเพราะเธอมีคนช่วยรับไว้ในจังหวะที่จะตกกระแทกพื้น เธอเงยหน้าขึ้นมอง ตาเบิกโตหลังเห็นหน้าคนช่วยไว้เต็มตา เพราะเขาคือเจ้าของตลาด โมรีจำได้เพราะเคยเห็นเขาบ้าง ตอนมาช่วยพ่อแม่บุญธรรมขายของ
‘เป็นยังไงบ้างคุณ ยังตกใจอยู่หรือเปล่า’
คำถามทำให้โมรีรู้สึกตัว เธอไม่รู้เขามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร แต่ก็ใช่เวลาที่จะซักไซ้ถาม เพราะแค่เขาช่วยเธอไว้มันก็มากพออยู่แล้ว แต่เธอกลับละสายตาจากเขาไม่ได้ ใบหน้าคมสัน และดวงตาฉายแววห่วงใย เห็นอยู่ในระยะใกล้ โมรีกะพริบตาปริบๆ หัวใจยังเหมือนหล่นหาย ร่างกายไม่มีแรงสักนิดเลยต้องพึ่งพิงเขาเพื่อให้ยืนอยู่ได้
‘ไม่เป็นไรนะคุณ ไม่เป็นไร ทำใจดีๆ ไว้’ เสียงนุ่มๆ ยังคงปลอบประโลม และเป็นครั้งแรกที่เธอพิงลงกับไหล่กว้างตัวสั่นด้วยความกลัว
‘ไม่เป็นไรนะ’ เสียงของคนที่ช่วยเธอไว้ปลอบซ้ำๆ มือแข็งแรงของเขาโอบเธอหลวมๆ ส่วนอีกข้างลูบกลุ่มผมนุ่มไปมา หัวใจของโมรีเต้นกระหน่ำมากขึ้น เธอรู้สึกหัวใจอุ่นวูบขึ้นมาอย่างน่าประหลาดกับสัมผัสจากเขา แต่สองขาของเธอยังไม่มีแรงมากพอที่จะทรงตัวอยู่ได้ เลยต้องอาศัยพึ่งพิงเขาเพื่อให้ยืนอยู่เช่นนั้น
‘ขะ...ขอบคุณค่ะ ฉะ...ฉันไม่เป็นไร’
‘คุณยังยืนไม่ไหวหรอก ขาคุณสั่นอย่างกับอะไรดี’
สิ้นคำเขาเมื่อโมรีกล้าเงยหน้ามอง รอยยิ้มอ่อนโยนก็ส่งมาให้ และเขาก็ยังเป็นสุภาพบุรุษเมื่อคลายวงแขนเปลี่ยนเป็นประคองให้เธอยืน เขาบอกให้เธอเกาะแขนเขาไว้เพื่อช่วยพยุงตัว ก่อนหันไปมองโชเฟอร์รถสองแถวกับเด็กกระเป๋ารถที่ยืนหน้าซีดอยู่ใกล้ๆ อย่างยอมจำนน
ผู้คนในตลาดที่เห็นเหตุการณ์ก่อนหน้า เริ่มผละความสนใจไปแล้วเมื่อพบว่าไม่มีอะไร มีคนรู้จักของครอบครัวเธอคนหนึ่งผ่านมาพบ จึงปราดเข้ามาถามด้วยความห่วงใย และพอรู้ว่าเธอไม่เป็นไร ไม่ได้ติดใจเอาความ แล้วบอกว่าอยากกลับบ้าน คนรู้จักคนนั้นก็เลยอาสาจะไปส่ง
โมรีเอ่ยขอบคุณคนที่ช่วยเธอไว้อีกหนก่อนจากมา แต่ก็ยังไม่วายได้ยินเสียงทุ้มดุๆ ดังขึ้น
‘ทำไมขับรถแบบนี้ นี่ถ้าวันนี้ฉันไม่เจอเองก็คงจะไม่เชื่อ นายไปพบเจ้าของวินกับฉันแล้วกัน!’
นายคนขับรถหน้าซีด ก่อนขานรับตะกุกตะกัก ‘คะ...ครับ นายหัวอัค’
และนั่นคือครั้งแรกที่ ‘เรา’ ได้เจอกัน ความอบอุ่นอ่อนโยน และอาการปกป้องซึ่งอาคิราแสดงออกในตอนนั้น ล้วนทำให้เธอหลงใหล ก่อนจะถลำลึกยิ่งขึ้น เมื่อมันประทับตรึงตราอยู่ในหัวใจติดอยู่อย่างนี้มาเนิ่นนาน...และไม่เคยจะเลือนรางลง พอๆ กับที่มันพัฒนาขึ้นจนกลายเป็นความรักที่ฝังรากลงในหัวใจ
ใช่...เธอรักเขา รัก...โดยที่ทำได้แค่แอบรักมาตลอดเท่านั้น
