บทที่ 3 บทที่ 1 (2)

“ถ้าไม่พูดเขาก็จำไม่ได้หรอก คิดจะรักก็ต้องกล้าๆ หน่อยซี พุ่งชนไปเลย” โมรีที่กำลังคิดเพลินๆ ถึงกับสะดุ้ง เธอกะพริบตาและเงยหน้าขึ้นมองคนเอ่ยในทันใด

วันใหม่ยิ้มน้อยๆ เธอเอามือเท้าคางมองโมรีซึ่งนั่งทำบัญชีร้านอยู่หลังเคาน์เตอร์มานานแล้ว นัยน์ตาสีน้ำตาลแก่จ้องมองคนที่เป็นทั้งเพื่อน

ทั้งพี่ไม่ลดละ ก่อนโคลงศีรษะ เมื่อโมรีตอบกลับมาอ้อมแอ้ม

“จำอะไรเล่า แล้วยังพุ่งชนอะไรอีกน่าเกลียดตาย อยู่ดีๆ วันก็พูดขึ้นมา นิ่มตกใจหมด ยังไม่รู้เรื่องเลย”

เท่านั้นวันใหม่ก็ได้แต่ทำหน้าเอือมๆ เพราะไม่วายที่โมรีจะยังแอบมองลูกค้าหนึ่งเดียวของร้านในตอนนี้ นายหัวอาคิราซึ่งนั่งอยู่โต๊ะริมสุดติดหน้าต่าง แต่ถ้าเขามองกลับมาโมรีก็จะรีบหลบสายตาไม่ยอมประสานด้วยเสียอย่างนั้น

วันใหม่อายุเท่ากับโมรีแต่แก่เดือนกว่า เธอเป็นผู้หญิงรูปร่างสูงโปร่งสมส่วน ดวงหน้าสวยหวานเพราะได้ดวงตาคู่โตช่วยขับ หนำซ้ำยังมีริมฝีปากอิ่มเต็มเซ็กซี่ เลยทำให้เจ้าหล่อนขึ้นชื่อว่าเป็นสาวฮอตคนหนึ่ง แต่เพราะแววเอาเรื่องในดวงตาคู่งามนั่น เลยทำให้ผู้กล้าที่เข้ามาขายขนมจีบมีน้อยราย

วันใหม่เป็นคนทะนงตน เจ้าหล่อนเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวมากพอ ไม่ได้อ่อนแอหรือบอบบางอย่างเจ้าของดวงตาโตอีกคู่ ที่นอกจากแววหวานเชื่อมแล้ว ในนั้นยังมีความไม่มั่นใจปนอยู่กับความขลาดกลัว

ใช่...โมรียอมรับ เธออ่อนแอและต้องการให้ใครสักคนปกป้องอยู่ตลอดเวลา

“ใครมาได้ยินเข้าจะหาว่าเราหมายถึงเรื่องพรรค์นั้นเข้าหรอก”

โมรีพึมพำขึ้นเบาๆ แล้วก็ก้มหน้าก้มตาอยู่กับสมุดบัญชีอีกครั้ง

วันใหม่ถอนหายใจ เบือนสายตาไปมองจับอาคิรา และเขาก็มองมาพอดี เธอส่งยิ้มให้ก่อนได้รับเป็นยิ้มตอบ จากนั้นเขาก็หันไปสนใจกับกาแฟและหนังสือพิมพ์ในมือ โมรีเองก็ลอบมองเขาตามไปด้วยอีกคน เขาที่เคยช่วยเธอไว้เมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้ดูเปลี่ยนไปนิดหน่อย ใบหน้าคมสันของเขาดูดุขึ้น  และผิวที่คร้ามกว่าอดีต แต่กระนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้

โมรีลืมเขาไปจากใจได้เลย

เพราะเขาเป็นผู้ชายคนแรกที่เธอรู้สึกว่า...คือคนในฝัน

หลังจากวันที่อาคิราช่วยเธอไว้ไม่ให้ตกรถ โมรีก็ได้เจอเขาบ้างแต่แค่ผ่านๆ เท่านั้น กระทั่งเรียนจบและเปิดร้านกาแฟกับเบเกอรี่นี่ขึ้นมาด้วยกันกับวันใหม่ อาคิราก็แวะมาเป็นลูกค้าประจำอยู่เนืองๆ พลอยทำให้เธอได้เจอเขาบ่อยขึ้น

“อย่ามาเฉไฉ นิ่มก็รู้ว่าวันหมายถึงเรื่องอะไร นี่ นิ่ม ลืมไปหรือเปล่า ว่านิ่มเองก็ใช่ว่าด้อยกว่าเขา ถ้ารักก็บอกๆ ไปสิ จะได้รู้กันไปว่าควรรักเขาต่อไปหรือควรตัดใจได้แล้ว”

วันใหม่บอกพลางวางมือลงบนบ่าของโมรี เธอชะงักและเงยหน้ามองก่อนถอนหายใจ เอ่ยตอบด้วยเสียงอันแผ่วเบายิ่งกว่าเดิม

“มันเป็นแค่อดีตจ้ะ พ่อแม่นิ่มถึงยังไงท่านก็เสียไปแล้ว ที่สำคัญตอนนี้นิ่มมีชีวิตใหม่แล้วไง วันกับแม่สาพ่อแดง แล้วก็นายอาทิตย์เป็นครอบครัวของนิ่ม นิ่มไม่อยากเสียใครไปอีกแล้วนะวัน เราอยู่กันเงียบๆ แบบนี้ก็ดีออก”

เมื่อได้ฟังวันใหม่ก็ได้แต่ทอดถอนใจ และนึกสงสารในชะตากรรมของคนเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่น้อง ก่อนเธอจะตัดบทเมื่อเห็นโมรีตาหม่นลงอีก “ไม่เอาละ เดี๋ยวนายอาทิตย์คงกลับ วันจะเข้าไปดูของในครัวก่อนนะ คงหิวซกมาเชียวแหละ  เอ้อ! พ่อกับแม่ก็เหมือนกันวันนี้ที่ตลาดไม่รู้เป็นไงบ้าง เด็กที่หามาช่วยขายของส่งของก็ยังหาไม่ได้ด้วย”

วันใหม่บ่นพึมพำ และเดินออกจากเคาน์เตอร์ตรงไปทางหลังร้านแล้วเลี้ยวเข้าประตูห้องครัวไป โมรีมองตามแผ่นหลังนั้นพร้อมกับรอยยิ้มนิดๆ แต่พอหญิงสาวเบือนสายตากลับมาก็พบว่ามีใครอีกคนกำลังมองจ้องเธออยู่

ดวงตาคมกล้าซึ่งมองมาและเผอิญผสานสายตากันกับโมรีไม่ได้เบือนหลบ ดูอาคิราจะตกใจนิดๆ ที่เธอรู้ตัวว่าถูกมอง แต่ก็เท่านั้นเพราะอึดใจต่อมาเขาก็เปิดยิ้มอ่อนๆ พร้อมกับผงกศีรษะให้เธอเล็กน้อย ซึ่งส่งผลให้หัวใจดวงน้อยของโมรีเต้นแรงราวกับรัวกลอง คราวนี้เป็นนานกว่าที่เธอจะกล้ายิ้มตอบเขาได้ แต่โมรีก็ไม่ได้กล้าผสานสายตากับเขาไปมากกว่านั้น เธอหลบตาและแสร้งเป็นทำงานต่อ แต่สองแก้มสาวกลับแดงระเรื่อขึ้นเพราะขัดเขิน มือไม้รู้สึกเก้งก้าง มือที่ถือปากกาไม่ได้ขยับเขียนเพราะนึกอะไรไม่ออก เธอไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองอีกเลยนับจากนั้น เพราะกลัวว่าจะได้สบกับดวงตาคู่คมซึ่งทำให้หัวใจเต้นแรง

จะเป็นไปได้ไหมนะ

โมรีแอบคิด ว่าเมื่อครู่สายตาของเขาที่มองมาดูจะเต็มไปด้วยความหมาย แต่เธอก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองนัก ทว่ามันก็ยังอดคิดไม่ได้อยู่ดี ตามประสาสาวช่างฝัน

ว่าระหว่างเธอกับเขา...จะเปลี่ยนไปเป็นอะไร มากกว่าแม่ค้ากับลูกค้าได้ไหม

วันนี้ก็...โชคดีอีกแล้วที่ได้เจอ

อาคิราถอนหายใจกับแก้วกาแฟที่ยกขึ้นดื่ม ยามที่มองโมรีกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานของเธอ เมื่อครู่นี้ที่โมรีกำลังคุยกับพี่สาวของเธอ เขามองเพลินจนถูกจับได้และก็เก้อไปเหมือนกัน ไม่รู้วันใหม่ไม่ชอบใจหรือเปล่าที่เขาแอบมองโมรี เพราะเธอไม่แสดงออกว่ารู้สึกอย่างไร ยังคงส่งยิ้มตามมารยาทมาให้ เขาเองก็ไม่รู้จะทำอะไรจึงได้แต่ยิ้มกลับไป เพราะมันยากเหลือเกินที่จะไม่มองโมรี ยากนักที่จะดึงสายตากลับมาได้ โดยเฉพาะเมื่อเธออยู่ตรงนี้  อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ก็นั่นแหละมันเป็นเอื้อม

ที่เขาไม่กล้าเข้าไปคว้ามา

กำแพงที่ขวางเขาไว้คือความห่างระหว่างอายุของเราที่ต่างกันเกือบสิบปี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป