บทที่ 2 กรงทองของอัศวเมธินทร์
ปัง!
ประตูห้องพักปิดกระแทกเสียงดังลั่นตามแรงเหวี่ยงของเจ้าบ่าวหมาด ๆ
ทันทีที่เข้ามาภายในห้อง ธิปกสะบัดมือของเธอทิ้งอย่างไม่ไยดี ร่างสูงก้าวประชิดจนแผ่นหลังของมนัสวีแนบชิดกับบานประตู ไม่มีช่องว่างให้ถอยหนี
ชายหนุ่มยกมือขึ้นกระชากผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออกอย่างแรง ผ้าลูกไม้สีขาวปลิวหลุดลงสู่พื้น เผยให้เห็นใบหน้าหวานละมุนที่แม้จะซีดเซียว แต่กลับไร้แววตื่นตระหนก มีเพียงสายตาแน่วแน่ที่จ้องตอบเขาอย่างไม่ยอมลดละ
"เธอกล้ามากนะมนัสวี" ธิปกเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมฉายแววกร้าวราวกับพร้อมจะเผาผลาญทุกอย่าง
"คิดว่าตระกูลอัศวเมธินทร์เป็นสนามเด็กเล่นหรือไง ถึงได้กล้าสลับตัวเจ้าสาว ขึ้นมาหักหน้าฉันบนเวที!"
แทนที่จะหวาดกลัว มนัสวีกลับคลี่ยิ้มบาง ๆ ก่อนยืดอก เชิดหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่หวั่นเกรง
"ถ้าพรีมไม่ทำแบบนี้ งานแต่งระดับประเทศของคุณปกก็คงล่มไม่เป็นท่าสิคะ" น้ำเสียงของเธอราบเรียบจนแทบจับอารมณ์ไม่ได้
"ในจดหมายที่พี่ไหมทิ้งไว้ เขาบอกว่าแต่งงานกับคุณไม่ได้ พรีมก็แค่มาช่วยรักษาหน้าตาของตระกูลอัศวเมธินทร์เอาไว้ คุณปกน่าจะขอบคุณพรีมเสียด้วยซ้ำ" เธอรู้ตัวดีว่าเสียเปรียบ แต่จะทำตัวลนลานหวาดกลัวให้เขายิ่งข่มขวัญไม่ได้ เธอไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครข่มขู่ได้ง่าย ๆ
คนแบบเธอมันต้องตาต่อตาฟันต่อฟัน พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส
"ขอบคุณงั้นเหรอ" ธิปกหัวเราะหยันในลำคอ ความโกรธพลุ่งพล่านจนเส้นเลือดบนขมับปูดนูน
"มลทิราหักหลังฉัน ส่วนเธอก็ถูกส่งมาเสียบแทนเพื่อฮุบเงินสินสอดห้าสิบล้าน ครอบครัวเธอมันพวกสิบแปดมงกุฎหน้าเงินชัด ๆ" คำดูถูกทำให้มนัสวีรู้สึกไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก
"หยุดดูถูกครอบครัวของฉันสักที" ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ขึ้นอย่างคนถูกแตะต้องจุดอ่อน
"พี่ไหมไม่มีวันทำเรื่องสกปรกแบบนั้นแน่นอน และการหายตัวไปของพี่ไหมต้องมีเงื่อนงำแน่นอน"
เธอหยุดหายใจนิดหนึ่ง ก่อนพูดต่ออย่างหนักแน่น
"แล้วฉันก็ไม่ได้อยากได้เงินของคุณจนตัวสั่น แต่ในเมื่อทะเบียนสมรสถูกจดแจ้งเรียบร้อย และแหวนวงนี้อยู่บนนิ้วของฉันแล้ว" หญิงสาวยกมือซ้ายขึ้น แหวนเพชรเม็ดงามบนปลายนิ้วสะท้อนประกายวิบวับภายใต้แสงไฟ
"ฉันก็คือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณค่ะ คุณปก"
"หึ... ภรรยาอย่างนั้นเหรอ"
ธิปกขยับเข้าไปจนปลายจมูกแทบชนกัน ลมหายใจอุ่นรินรดแก้มเนียน ขณะที่น้ำเสียงกลับเย็นเฉียบ
"อย่าคิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอเสวยสุขอยู่ในบ้านอัศวเมธินทร์ง่าย ๆ ในเมื่อมลทิราหนีไป เธอก็ต้องรับกรรมแทนพี่สาวทั้งหมดมนัสวี"
"ก็ลองดูสิคะ" มนัสวียิ้มบางอย่างท้าทาย แม้แต่นิดเดียวก็ไม่มีความหวาดหวั่นปรากฏในดวงตาคู่นั้น
"พรีมไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาโขกสับได้ง่าย ๆ เหมือนกัน" เธอเอียงหน้าเล็กน้อย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
"นรกของคุณปก พรีมพร้อมจะเปลี่ยนมันให้เป็นสวนสนุกค่ะ"
ธิปกหรี่ตาลง ผู้หญิงตรงหน้าช่างแตกต่างจากที่เขาคิดเอาไว้โดยสิ้นเชิง
“ปากดีนักนะ งั้นลองดูสักตั้ง แล้วอย่ามาร้องไห้หอบผ้าหอบผ่อนหนีกลับบ้านล่ะ”
“ไม่มีทางมีวันนั้นแน่นอนค่ะ” เธอพูดอย่างมั่นใจ
ขบวนรถหรูเคลื่อนตัวเข้าสู่คฤหาสน์อัศวเมธินทร์อย่างสง่างาม
ทันทีที่รถจอดสนิท มนัสวีก็ก้าวลงจากรถทั้งที่ยังสวมชุดเจ้าสาวราคาแพงอยู่ครบถ้วน แต่ยังไม่ทันได้พักหายใจ เธอก็ต้องเผชิญกับบททดสอบแรกของบ้านหลังนี้
กลางห้องโถงโอ่อ่า...
คุณหญิงดารินทร์นั่งอยู่บนโซฟาหลุยส์ตัวใหญ่ในฐานะเจ้าของบ้าน สีหน้าสงบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยความเย็นชา ด้านซ้ายคืออรนิชา น้องสาวของธิปก ด้านขวาคือดุจดาว แฟนเก่าของชายหนุ่ม
โอ้โห... แม่ผัวใจร้ายในตำนาน น้องสาวปัญญานิ่มขี้วีน และแฟนเก่าเจ้าแผนการ มากันครบชุดเลยแฮะ แต่เธอไม่ยักกลัว
ด่ามาด่ากลับ
สู้มาสู้กลับ
ตบมาตบกลับ
รับรองว่าไม่โกงเด็ดขาด
สายตาของทั้งสามคนจับจ้องมายังเธออย่างไม่คิดปิดบังความรังเกียจ
อรนิชาแค่นหัวเราะก่อนเป็นคนเปิดฉาก
"นึกว่าใคร... ที่แท้ก็ยัยตัวแสบมนัสวี"
หญิงสาวเบ้ปากอย่างดูแคลน
"ได้ข่าวว่าพี่สาวหนีตามผู้ชายไปแล้ว เลยส่งน้องสาวมาแต่งงานแทน หน้าด้านไม่มีใครเกินจริง ๆ นี่ไม่รู้เป็นของเหลือเดนจากกุ๊ยข้างถนนที่ไหน"
"อรนิชา!"
ธิปกเอ่ยเสียงเรียบ แม้จะปรามน้องสาว แต่สายตาของเขากลับยังจับจ้องมนัสวีเพื่อสังเกตปฏิกิริยา อย่างไรเธอก็เป็นภรรยาของเขา มากน้อยก็เหมือนดูถูกเขาด้วยว่าเขารับของเหลือเดนมาจากชายอื่น
ดุจดาวถอนหายใจเบา ๆ พลางส่ายหน้า
"คุณหญิงป้าคะ ดาวเตือนแล้วว่าครอบครัวนี้ไว้ใจไม่ได้ มลทิราก็ร้าย มนัสวีก็เหลือขอ นึกยังไงถึงปล่อยให้ผู้หญิงแบบนี้เข้าบ้านคะ" ดุจดาวแสร้งถอนหายใจ ทำเป็นพูดหวังดีแต่ประสงค์ร้าย
เธอพอรู้ประวัติของอีกฝ่าย หล่อนเป็นแฟนเก่าที่เลิกราไปแล้วนมนาน แต่ยังกลับมาป้วนเปี้ยนทั้ง ๆ ที่ผู้ชายไม่เอา ตอนนั้นเป็นหล่อนเองที่หนีไปเรียนต่อ ทำให้ธิปกอกหักอยู่หลายปีไม่ยอมแต่งงาน
ดุจดาวหนีไปเรียนต่อไม่เท่าไหร่ ยังไปแต่งงานกับคนอื่น แต่อยู่กันไม่รอดเลยเลิกกัน และจะกลับมาเอาของเก่าที่ทิ้งไป แต่ผู้ชายดันไม่เอานี่แหละ
เธอไม่ใช่คนช่างเม้าท์แต่ก็มีคนมาเม้าท์ให้ฟัง ก็เพื่อนรักของเธออย่างเนตรนภาไง
คุณหญิงดารินทร์ปรายตามองมนัสวีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนประกาศเสียงเฉียบ
"ฉันไม่มีวันนับแกเป็นลูกสะใภ้!"
ห้องโถงทั้งห้องเงียบกริบ
"ในเมื่อแกอยากเข้ามาอยู่บ้านนี้นัก มนัสวี..."
คุณหญิงหันไปสั่งสาวใช้ทันที
"ไป! เอาชุดคนงานมาให้แม่เจ้าสาวกำมะลอคนนี้เปลี่ยน คืนนี้ให้มันไปล้างห้องน้ำ แล้วก็ขัดคราบสระว่ายน้ำหลังบ้านให้สะอาด ถ้าไม่เสร็จ ห้ามขึ้นห้องนอน"
"ค่ะ คุณหญิง" สาวใช้สองคนรีบวิ่งออกไป ก่อนกลับมาพร้อมชุดคนงานสีหม่นและอุปกรณ์ทำความสะอาดครบชุด
ทั้งสองเดินตรงเข้าหามนัสวีด้วยท่าทางฮึกเหิม เพราะมั่นใจว่ามีคุณหญิงหนุนหลัง
ส่วนธิปกยืนกอดอกนิ่ง ไม่คิดจะห้าม
เขาต้องการให้ผู้หญิงดื้อรั้นคนนี้ถูกหักความหยิ่งลงเสียบ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับผิดจากที่ทุกคนคาด
มนัสวีหัวเราะเบา ๆ ก่อนยกมือปัดชุดคนงานที่สาวใช้ยื่นมาให้ออกอย่างไม่ใส่ใจ
สาวใช้ทั้งสองชะงัก หญิงสาวยิ้มบาง ก่อนเอ่ยอย่างสุขุม
"คุณหญิงดารินทร์คะ ฉันว่าคุณหญิงคงเข้าใจอะไรผิดไปนิดหนึ่ง" เธอพูดชัดถ้อยชัดคำ ไม่มีแววหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
"ตอนนี้ในทะเบียนสมรส ฉันคือสะใภ้ที่ถูกต้องตามกฎหมายของตระกูลอัศวเมธินทร์ ไม่ใช่คนรับใช้"
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนยิ้มอ่อน
"การที่คุณหญิงจะสั่งให้ภรรยาที่จดทะเบียนถูกต้องของลูกชายคนโตไปล้างห้องน้ำ ถ้าข่าวนี้หลุดไปถึงนักข่าวสังคมที่เพิ่งกลับจากงานแต่งเมื่อกี้" หญิงสาวยักไหล่เบา ๆ
"หน้าตาของตระกูลอัศวเมธินทร์ คงดูไม่จืดเลยนะคะ ยากจนข้นแค้นจนไม่มีปัญญาจ้างคนรับใช้ให้ล้างห้องน้ำ ต้องให้ลูกสะใภ้ไปล้างห้องน้ำเอง แล้วถ้าไม่มีปัญญาจ้างคนรับใช้ ใครใช้ส้วม ขี้เยี่ยวก็ไปช่วยกันขัดเถอะค่ะ จะได้ไม่กินแรงกัน"
“แก แก แก!” คุณหญิงชี้นิ้วสั่นระริก ตัวสั่นด้วยความโกรธ ก่อนทำท่าจะเป็นลม มนัสวีกอดอกก่อนจะยิ้มหวานหยดส่งไปให้ ในขณะที่ธิปกได้แต่ยืนอึ้งกับประโยคของเมียแต่ง
