บทที่ 3 ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
นี่หรือคือมนัสวี น้องสาวของว่าที่เจ้าสาวที่หายสาบสูญของเขาไป
"แกกล้าขู่ฉันเหรอ!"
คุณหญิงดารินทร์ทุบโต๊ะเสียงดัง
"ไม่ได้ขู่ค่ะ"
มนัสวียิ้มเหมือนเดิม
"แค่เตือนสติ"
จากนั้นเธอหันไปมองสาวใช้ทั้งสองคน แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่กลับเย็นเฉียบขึ้นในพริบตา
รังสีคุกคามที่เกิดจากการฝึกศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็กแผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัว
"ส่วนพวกเธอสองคน ถ้าคิดจะแตะต้องตัวฉันหรือบังคับฉัน" หญิงสาวยิ้มบาง ๆ
"ก็ลองดูได้นะ" เธอพูดช้า ๆ ทีละคำ
"แต่งานนี้ ฉันไม่รับประกันความปลอดภัยของกระดูกพวกเธอหรอก ฉันก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ว่างๆ ชอบเรียนมวยไทย งานอดิเรกก็เป็นเทควันโดสายดำ ดีเหมือนกัน มีคนมาเป็นกระสอบทรายให้ฝึกซ้อม" พูดจบก็หักนิ้วไปมาเสียงดังเพื่อข่มขวัญ คำพูดนั้นทำเอาสาวใช้ทั้งสองหน้าซีดเผือด ต่างคนต่างถอยหลังพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เธออีกแม้แต่ก้าวเดียว
"มนัสวี!" ธิปกตวาดเสียงเข้ม พลางเดินเข้ามาคว้าข้อมือเธอแน่น
ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานอย่างไม่อยากเชื่อ
ผู้หญิงคนนี้ทั้งดื้อ ทั้งฉลาด และรับมือยากกว่าที่เขาคิดไว้หลายเท่า
"เธอจะมากเกินไปแล้วนะ" มนัสวีหันมายิ้มหวานให้เขา ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ไม่มากไปหรอกค่ะคุณสามี" เธอตอบเสียงนุ่ม ยิ้มยียวนกวนประสาท
"พรีมก็แค่รักษาหน้าตาของคุณสามีนะคะ รู้ไปถึงไหน อายไปถึงนั่นเลยนะคะ ที่ภรรยาของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงไปขัดห้องส้วมให้คนในบ้านแม้กระทั่งสาวใช้"
“ใครเป็นสามีของเธอกัน” เขาพูดเสียงเข้มดุ
“อ้าว... เราไม่ใช่สามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเหรอคะ ก็จดทะเบียนกันแล้ว ต่อไปลูกของเราก็จะเป็นทายาทของตระกูล” เธอยิ้มยั่ว พลางลูบแผ่นอกเขาเพื่อทำให้ศัตรูทั้งสามที่จ้องมองมาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้ออกแตกตาย
“หน้าด้านไร้ยางอาย ตาปกแกไปคว้าผู้หญิงชั้นต่ำแบบนี้มาเป็นเมียได้ยังไงห้ะ” คุณหญิงกุมหน้าอกแทบจะเป็นลมเมื่อได้ยินลูกสะใภ้พูดเช่นนั้น
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าไปคว้ามาได้ยังไง แต่ยังไงลูกชายของคุณหญิงก็เป็นผัวของหนูแล้วล่ะคะ” มนัสวีแกล้งหัวเราะในลำคอ ทำให้แม่ผัวอกแตกตายอีกรอบ
ก่อนจะมองไปรอบห้อง แล้วถามด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
"ห้องนอนของเราอยู่ไหนคะคุณสามี" หญิงสาวยิ้มกว้างขึ้น
"พรีมเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว อยากพักผ่อนค่ะ"
เธอจงใจเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนเอ่ยคำสุดท้ายชัดถ้อยชัดคำ
"สามี"
เพียงคำนั้น... หัวใจของธิปกพลันกระตุกวูบอย่างประหลาด สีหน้าชายหนุ่มตึงค้างไปชั่วขณะ
ขณะที่ดุจดาวกับอรนิชายืนอ้าปากค้าง มองผู้หญิงตรงหน้าราวกับไม่อยากเชื่อสายตา
ไม่ว่าจะร่วมมือกันอย่างไร พวกเธอก็ยังเอาชนะมนัสวีไม่ได้แม้แต่ยกแรก!
ธิปกบีบข้อมือเล็กของมนัสวีแน่นจนผิวขาวนวลขึ้นเป็นรอยแดง ชายหนุ่มออกแรงกึ่งลากกึ่งจูงพาเธอขึ้นบันไดไปยังชั้นบนสุดของคฤหาสน์อัศวเมธินทร์ ก่อนผลักประตูห้องนอนใหญ่ประจำตัวเข้าไปอย่างแรง แล้วเหวี่ยงร่างบางเข้าไปด้านใน
ปัง!
บานประตูปิดลงเสียงดังสนั่น
มนัสวีเสียหลักไปเพียงก้าวเดียวก็ทรงตัวได้ เธอสะบัดข้อมือที่ยังรู้สึกเจ็บจากแรงบีบ ก่อนยกขึ้นนวดเบา ๆ พลางกวาดสายตามองสำรวจห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยโทนสีเทาดำ เรียบหรู สงบนิ่ง แต่เย็นชาจนแทบไร้ชีวิตชีวา
หญิงสาวยิ้มมุมปาก ก่อนหันกลับไปมองเจ้าของห้อง
"ห้องนอนกว้างขวางน่านอนดีนะคะคุณสามี แต่บรรยากาศทึม ๆ เหมือนเจ้าของห้องไม่มีผิด"
คำพูดนั้นทำให้ธิปกยิ่งหน้าตึง
"เลิกปากดีได้แล้ว มนัสวี"
ชายหนุ่มเค้นเสียงต่ำ ก้าวเข้ามาประชิดหมายใช้ความสูงกดดันเหมือนที่เคยทำกับคนอื่น แต่คราวนี้เขากลับต้องชะงัก
เพราะผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้ถอยหนี
เธอกลับยืดอก เชิดหน้า และสบตาเขาตรง ๆ อย่างคนไม่คิดยอมแพ้
"พรีมไม่ได้ปากดีค่ะ"
หญิงสาวตอบเสียงนิ่ง
"พรีมแค่พูดความจริง"
ธิปกเหยียดยิ้มเย็น
"เธอคิดว่าการเอาตัวรอดจากแม่กับน้องสาวของฉันข้างล่างได้ แปลว่าเธอชนะงั้นเหรอ"
เขาหรี่ตาลงอย่างจับผิด
“นี่คุณรู้ด้วยเหรอคะว่าแม่กับน้องของคุณกำลังรังแกฉัน นึกว่าซื่อบื้อเสียอีก”
“นี่เธอ” เขาทำท่าจะเดินเข้าหา เพื่อจัดการเธอ แต่หญิงสาวไหวตัวทัน แกล้งกอดตัวเองเอาไว้ แล้วถอยหนีเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายทำอะไรได้ นั่นยิ่งทำให้คนจะเอาเรื่องหงุดหงิดหนักกว่าเก่า
“หลบทำไม”
“ไม่หลบแล้วจะรอให้คุณหักคอเหรอคะ ดูคุณทำหน้าเข้าสิ” เธอแกล้งว่า
“เธอนี่มันกะล่อนจริงๆ”
“กะล่อนนี่ใช้กับผู้ชายไม่ใช่เหรอ” เรื่องอะไรเธอจะยอมให้เขาเข้าถึงตัวได้ล่ะ มีขาก็ต้องวิ่งหนีสิ
"ความจริงที่เธอปฏิเสธไม่ได้ก็คือ เธอสลับตัวกับพี่สาวเพราะเงินห้าสิบล้าน และหวังจะเกาะตระกูลอัศวเมธินทร์ไปตลอด อย่าคิดว่าฉันจะโง่จนปล่อยให้เธอปั่นหัวได้นาน"
แทนที่จะโกรธ มนัสวีกลับหัวเราะเบา ๆ
เธอก้าวเข้าหาเขา จนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว
กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนกายของหญิงสาวลอยแตะปลายจมูกของชายหนุ่มโดยไม่ตั้งใจ
"คุณปกคะ..." เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย
"ถ้าพรีมหิวเงินขนาดนั้น พรีมคงไม่ขอแยกห้องนอน หรือทำท่ารังเกียจคุณหรอกค่ะ"
หญิงสาวยิ้มบาง ก่อนพูดต่ออย่างใจเย็น
"คุณต่างหากที่จดทะเบียนสมรสกับพรีมไปเรียบร้อยแล้ว ถ้ายกเลิกตอนนี้ คนที่เสียหายที่สุดคือนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอย่างคุณ ไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา ๆ แบบพรีม"
"มนัสวี!" ธิปกตวาดเสียงลั่น มือใหญ่คว้าไหล่บางทั้งสองข้างไว้แน่น
"อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน!"
"ปล่อยค่ะ" คำตอบสั้น ๆ ของเธอเรียบนิ่ง แต่แววตากลับเฉียบคมขึ้นในทันที
ด้วยทักษะมวยไทยและเทควันโดสายดำที่ฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก มนัสวีเพียงบิดหัวไหล่ หมุนข้อมือ และพลิกตัวเล็กน้อย ก็หลุดจากการเกาะกุมของเขาอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล
ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ธิปกถึงกับนิ่งงัน
"เธอบิดมือหลุดได้ยังไง"
"บอกแล้วไงคะว่าพรีมเป็นเทควันโดสายดำ" หญิงสาวยิ้มกว้างอย่างคนเหนือกว่า
"ถ้าคุณปกคิดจะใช้กำลังข่มขู่พรีมล่ะก็ พรีมคงต้องขออนุญาตป้องกันตัวนะคะ"
เธอหักข้อนิ้วเบา ๆ จนเกิดเสียงดังกร๊อบ
"คืนนี้พรีมเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว" หญิงสาวชี้ไปที่เตียงกว้าง
"คุณปกจะนอนบนเตียง หรือนอนที่โซฟาก็เลือกเอาเถอะค่ะ" เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนยิ้มหวาน
"แต่ถ้าคิดจะข้ามเขตมาฝั่งพรีม สปริงเตียงอาจจะหักเพราะแรงเตะของพรีมก็ได้"
ธิปกจ้องใบหน้าหวานของเธอเขม็ง ในหัวของเขาเต็มไปด้วยคำถาม
ผู้หญิงคนนี้ แตกต่างจากมลทิราอย่างสิ้นเชิง
