บทที่ 5 ข้อตกลงเลือดเย็น

เขาไม่คิดเลยว่าผู้หญิงตรงหน้าจะมองเกมธุรกิจและผลกระทบด้านภาพลักษณ์ได้ลึกขนาดนี้

"ส่วนเรื่องเงินสินสอดห้าสิบล้าน..."

มนัสวียกมือซ้ายขึ้น หมุนแหวนเพชรเล่นอย่างอารมณ์ดี

"ตามกฎหมาย สินสอดคือทรัพย์สินที่ฝ่ายชายมอบให้บิดามารดาของฝ่ายหญิง เพื่อเป็นการตอบแทนการยินยอมให้สมรส"

เธอเอียงหน้ามองเขา

"มันไม่ใช่เงินกู้ค่ะคุณสามี"

คำว่า คุณสามี ทำให้คิ้วของธิปกกระตุกทันที

"เพราะฉะนั้น คุณไม่มีสิทธิ์คิดดอกเบี้ย" เธอวางมือบนโต๊ะ

"แล้วพรีมก็ไม่มีสถานะเป็นลูกหนี้ ที่คุณจะมาโขกสับตามใจชอบ"

"เธอคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าฉันงั้นเหรอ"

ธิปกลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หวังใช้ร่างกายที่สูงใหญ่กว่าข่มอีกฝ่าย แต่หญิงสาวกลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว

"พรีมไม่ได้ถือไพ่เหนือกว่าค่ะ" เธอเชิดหน้าขึ้นสบตา

"พรีมแค่ถือกฎหมายกับความถูกต้อง"

บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบ ทั้งคู่สบตากันไม่มีใครยอมหลบ สุดท้ายมนัสวีจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน

"ถ้าคุณปกอยากให้พรีมเซ็นข้อตกลงฉบับนี้..." เธอยิ้มมุมปาก

"พรีมก็มีข้อแลกเปลี่ยนค่ะ"

"อะไร"

"พรีมจะอยู่ที่ตึกใหญ่ ห้องเดิม" เธอพูดอย่างหนักแน่น

"แล้วพรีมจะทำงานให้คุณในฐานะผู้ช่วย ไม่ใช่คนรับใช้"

ธิปกหรี่ตามอง หญิงสาวพูดต่อทันที

"พรีมจะทำหน้าที่ผู้ช่วยของคุณ เพื่อพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าคนตระกูลสิริโสภาไม่ได้หน้าเงินหรือลดตัวมาเกาะใครกินอย่างที่คุณดูถูก และการที่พี่สาวของพรีมหายตัวไป ไม่ใช่เพราะหนีตามผู้ชายไปเหมือนอย่างข่าวลือแน่นอน แต่พี่สาวของพรีมอาจมีเหตุจำเป็นหรือเกิดอะไรขึ้น เพราะพี่สาวของพรีมไม่ใช่คนไม่มีความรับผิดชอบ พรีมจะให้คำตอบคุณแน่นอนว่าพี่สาวของพรีมหายไปไหน เพราะพรีมก็ห่วงเธอมากเหมือนกัน อีกอย่างต้องทำความเข้าใจเสียใหม่นะคะ พรีมไม่ได้อยากแต่งงานกับคุณเลยสักนิด แต่มันคือการตกกระไดพลอยโจน การรักษาหน้าตาของตระกูลคุณ ไม่ให้คุณหน้าแหกโดนเจ้าสาวทิ้ง และระหว่างนั้น..." เธอชี้นิ้วไปทางประตูห้อง

"คุณปกต้องห้ามคนในบ้านนี้มารังแกพรีมเด็ดขาด"

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าหวาน

"ไม่อย่างนั้น ตบพรีมมาพรีมตบกลับ สู้มาสู้กลับ ไม่โกงแน่นอนค่ะ"

ธิปกจ้องหน้าเธอเขม็ง

ทั้งหมั่นไส้...

ทั้งทึ่ง...

ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที พลิกเกมจนกฎเหล็กที่เขาอุตส่าห์นั่งร่างมาทั้งคืนแทบกลายเป็นกระดาษไร้ค่า

“เธอนี่มัน” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะเบา ๆ ก่อนหยิบปากกาขึ้นมา ผู้หญิงคนนี้ปากคมเสียยิ่งกว่ากรรไกร

"หึ... ปากดีให้ได้ตลอดรอดฝั่งแล้วกัน มนัสวี"

เขาเซ็นชื่อรับเงื่อนไขที่ถูกแก้ไขใหม่อย่างเสียไม่ได้ ก่อนปิดแฟ้มเอกสารลง

"เริ่มงานวันแรกในฐานะผู้ช่วยของฉัน" ธิปกมองเธอนิ่ง

"ลงไปเผชิญหน้ากับแม่ของฉันที่โต๊ะอาหารข้างล่างได้แล้ว" มนัสวีฉีกยิ้มกว้าง ก่อนโค้งตัวให้อย่างล้อเลียน

"รับทราบค่ะคุณบอส" เธอจงใจเว้นจังหวะ แล้วเงยหน้าขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงสดใส

"อ้อ... คุณสามี" พูดจบ หญิงสาวก็หมุนตัวเดินออกจากห้องอย่างอารมณ์ดี

เหลือเพียงธิปกที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ใบหน้าหล่อเหลาร้อนผ่าวด้วยทั้งความหงุดหงิดและความคับแค้นใจ เช้าวันแรกหลังแต่งงาน เขาก็พ่ายให้ยัยตัวแสบอีกแล้ว

บรรยากาศภายในห้องอาหารอันโอ่อ่าของคฤหาสน์อัศวเมธินทร์พลันตึงเครียดขึ้นในทันที เมื่อมนัสวีก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม นวยนาด และผ่อนคลายราวกับเป็นเจ้าของสถานที่ ชุดลำลองเนื้อผ้าชั้นดีขับให้รูปร่างบอบบางของเธอดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ สบายอารมณ์ ราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านของตัวเอง

บนโต๊ะอาหารตัวยาวสุดหรู คุณหญิงดารินทร์นั่งอยู่ตำแหน่งหัวโต๊ะ โดยมีอรนิชาและดุจดาวนั่งขนาบอยู่คนละด้าน ทั้งสามคนเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่พร้อมกัน สายตาแต่ละคู่เต็มไปด้วยความริษยาและความรังเกียจที่แทบไม่คิดปิดบัง

อรนิชาเบ้ปาก ก่อนเอ่ยเสียงดังพร้อมยกมือขึ้นปิดจมูกอย่างเสแสร้ง

"อ้าว... นึกว่าคนรับใช้ที่ไหน ที่แท้ก็แม่สะใภ้กำมะลอ นี่ล้างห้องน้ำขัดสระว่ายน้ำทั้งคืนจนตัวสะอาดแล้วเหรอจ๊ะ ถึงได้กล้าเสนอหน้ามาเช้า"

ดุจดาวหัวเราะคิกคัก พลางยกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดี

"นั่นสิคะอร คนบางคนไม่มีจิตสำนึก สั่งให้ไปอยู่เรือนเล็กด้านหลังแท้ ๆ ยังจะหน้าด้านเดินขึ้นตึกใหญ่มาอีก"

มนัสวีไม่ได้แม้แต่จะปรายตามองคนทั้งสอง เธอเดินตรงไปยังเก้าอี้ตัวที่อยู่ใกล้หัวโต๊ะที่สุด ลากออกอย่างไม่รีบร้อน ก่อนทิ้งตัวลงนั่งอย่างสง่างาม ท่าทีเรียบนิ่งของเธอกลับแผ่รังสีความมั่นใจออกมาอย่างน่าประหลาด จนดุจดาวหุบปากฉับโดยไม่รู้ตัว

หญิงสาวคลี่ยิ้มหวาน ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่ทุกถ้อยคำกลับแฝงความเจ็บแสบ

"ขอโทษที่ทำให้ผิดหวังนะคะคุณอรนิชา คุณดุจดาว พอดีเมื่อคืนคุณปกสามีของพรีมเป็นห่วงน่ะค่ะ กลัวว่าภรรยาตีทะเบียนจะเหนื่อยเกินไป เลยอุ้มขึ้นไปนอนบนตึกใหญ่ ห้องนอนของเขากว้างขวางดีค่ะ เตียงก็นุ่ม นอนสบายมาก"

"แก!"

อรนิชาตบโต๊ะเสียงดังปัง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ

คุณหญิงดารินทร์ตวัดสายตาเขม็งใส่มนัสวี น้ำเสียงสั่นด้วยความเดือดดาล

"มนัสวี! แกกล้าดียังไงถึงมานั่งร่วมโต๊ะกับฉัน ฉันสั่งให้แกไปอยู่เรือนหลัง และห้ามขึ้นมาสะเออะบนนี้อีก"

มนัสวีเพียงยิ้มบาง ก่อนตอบกลับอย่างใจเย็น

"เรื่องนั้น... คงต้องไปเคลียร์กับลูกชายของคุณหญิงเองแล้วล่ะค่ะ"

ทันใดนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำจากทางเข้าห้องอาหารก็ดังแทรกขึ้น

"ถูกต้อง"

ทุกคนหันขวับไปมองพร้อมกัน

ธิปกเดินเข้ามาด้วยมาดสุขุมในชุดสูทสีเข้มที่เตรียมพร้อมสำหรับการทำงาน ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่ง สายตาคมกริบปรายมองมนัสวีเพียงแวบเดียว ก่อนเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเธออย่างเป็นธรรมชาติ

ภาพนั้นทำให้ทั้งโต๊ะอาหารตกอยู่ในความเงียบงัน

คุณหญิงดารินทร์รีบหันไปคาดคั้นลูกชายทันที

"ตาปก! นี่แกยอมให้มันนอนห้องแกงั้นเหรอ แล้วเรื่องเรือนเล็กล่ะ"

ธิปกตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สีหน้าไม่แสดงอารมณ์

"พรีมจะอยู่ที่ตึกใหญ่ ห้องเดียวกับผมครับคุณแม่ และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พรีมจะเข้าทำงานที่บริษัทในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของผม"

"อะไรนะ!" เสียงของคุณหญิงดารินทร์ อรนิชา และดุจดาวดังขึ้นพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ดุจดาวถึงกับปล่อยช้อนในมือร่วงลงกระทบจานเสียงดังเคล้ง

โดยเฉพาะดุจดาวที่หน้าถอดสีจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ เหตุผลที่เธอมาโผล่ที่คฤหาสน์อัศวเมธินทร์แต่เช้าตรู่ขนาดนี้ เป็นเพราะเมื่อคืนคุณหญิงดารินทร์โทรศัพท์ไปโวยวายเรื่องที่มลทิราหนีงานแต่งและโดนมนัสวีสลับตัวขึ้นมาสวมรอย ด้วยความแค้นและอยากกำจัดสะใภ้กำมะลอคนใหม่ คุณหญิงจึงจงใจเรียกตัวดุจดาวให้รีบมาหาตั้งแต่ไก่โห่ หวังจะใช้แฟนเก่าโปรไฟล์นอกคนนี้มาสับเปลี่ยนหน้าที่เมีย และร่วมมือกันกดดันบีบคั้นให้มนัสวีทนไม่ไหวจนต้องหอบผ้าผ่อนเซ็นใบหย่าหนีออกจากบ้านไปเอง

ดุจดาวที่รอโอกาสนี้อยู่แล้วจึงรีบเสนอหน้ามาเอาอกเอาใจว่าที่แม่ผัวหนุนหลัง ทว่าแผนการที่วาดฝันว่าจะมาเยาะเย้ยคนโดนไล่ไปอยู่เรือนคนรับใช้ กลับพังทลายลงในพริบตาเมื่อธิปกประกาศกร้าวว่ายายตัวแสบจะได้นอนห้องเดียวกับเขา แถมยังพ่วงตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวที่บริษัทอีกด้วย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป