บทที่ 7 แกะรอยในถ้ำเสือ
ดังนั้น... การที่มนัสวียอมสวมชุดเจ้าสาว จดทะเบียนสมรส และก้าวเข้าไปอยู่ในอาณาจักรอัศวเมธินทร์ กรุ๊ป จึงไม่ใช่เพียงเพื่อรักษาหน้าตาของทั้งสองตระกูล แต่มันคือต้องการเงินก้อนนั้นมาช่วยต่อชีวิตของผู้เป็นยาย แต่สำหรับพี่สาวแล้ว เธอไม่รู้เหตุผลที่แน่ชัดว่ารักธิปกจริง หรือต้องการเงินของเขามาแก้ไขปัญหาของครอบครัวเหมือนอย่างที่เธอทำ แต่ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใด พี่สาวก็ไม่น่าจะหนีงานแต่งไปได้ เพราะแม้จะไม่ได้รัก แต่ก็มีเหตุผลข้อหลังมารองรับการแต่งงานในครั้งนี้
หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนหันมายิ้มให้ผู้เป็นแม่
"แม่ไม่ต้องห่วงนะ พรีมจะหาพี่ไหมให้เจอ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม"
จินดาพยักหน้าทั้งน้ำตา ก่อนดึงลูกสาวเข้ามากอดเอาไว้แน่น
ไม่นานนัก มนัสวีก็ขอตัวเดินทางไปบริษัท
ระหว่างนั่งอยู่บนเบาะหลังของรถหรู หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทร. หาเนตรนภา เพื่อนสนิทสายข่าวที่ไว้ใจที่สุดทันที
ทันทีที่ปลายสายรับ เธอก็รีบถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"ยายเนตร เรื่องที่ฉันให้แกช่วยแกะรอยสัญญาณโทรศัพท์กับคีย์การ์ดคอนโด ฯ ครั้งสุดท้ายของพี่ไหม ได้เรื่องไหมแก" เธอจงใจพูดให้คนขับรถได้ยินแบบไม่ปิดบัง เพราะคิดว่าหากธิปกไม่รู้เรื่องอะไรด้วยก็ไม่ได้มีผลอะไร แต่ถ้าหากรู้ อีกฝ่ายอาจจะเผยพิรุธออกมา แต่เธอก็จับอะไรไม่ได้ เพราะคนของธิปกเฉยเมยมาก ตั้งใจขับรถของเขาไป
หลังจากถามออกไป เสียงของเนตรนภาตอบกลับมาอย่างเคร่งเครียด
"แก... ฉันเช็กกับสายในค่ายมือถือให้แล้ว สัญญาณโทรศัพท์ของพี่ไหมขาดหายไปแถวเขตปริมณฑลช่วงเย็นก่อนวันแต่งงาน ส่วนคีย์การ์ดคอนโดฯ ไม่มีประวัติการแตะออกเลยหลังจากช่วงบ่ายวันนั้น เหมือนพี่ไหมหายตัวไปจากห้องเฉย ๆ หรือไม่ก็มีใครบางคนเอาคีย์การ์ดออกไปแทน" เนตรนภาเป็นนักข่าวหัวเห็ดที่รู้จักคนในและนอกวงการมากมาย ดังนั้นมนัสวีสามารถพึ่งพิงเพื่อนคนนี้ได้ ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนถามด้วยความเป็นห่วง
"พรีม... แกแน่ใจเหรอว่าจะเข้าไปสืบในบริษัทของคุณธิปก ผู้ชายคนนั้นโปรไฟล์ไม่ธรรมดาเลยนะ ถ้าเขาเป็นคนลักพาตัวพี่ไหมไปขังไว้จริง ๆ การที่แกเข้าไปอยู่ใกล้เขาแบบนั้น มันอันตรายมาก"
มนัสวีทอดสายตามองวิวด้านนอกรถ แววตาแน่วแน่ไม่เปลี่ยน
"ไม่มีที่ไหนปลอดภัยเท่ากับจุดที่อันตรายที่สุดหรอกแก ถ้าเขาเป็นคนทำจริง เขาก็ต้องเก็บหลักฐาน หรือส่งคนไปเฝ้าพี่ไหมไว้ที่ไหนสักแห่ง ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัว ฉันมีโอกาสเข้าถึงเอกสารสำคัญ ตารางงาน และความลับของเขามากกว่าคนอื่น แต่ประเด็นคือฉันก็แค่สงสัยว่ะแก เขาจะจับตัวเจ้าสาวไปขังเอาไว้ทำไมนี่แหละคือประเด็น เพราะฉันยังนึกไม่ออกเลย"
เธอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ขอบใจมากนะแก ถ้ามีอะไรคืบหน้า ส่งข่าวมาบอกฉันทันทีเลย"
เมื่อรถหรูแล่นมาจอดสนิทหน้าตึก อัศวเมธินทร์ กรุ๊ป อาคารสูงระฟ้ากลางใจเมือง มนัสวีก็ก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างามและมั่นใจ ชุดสูทกางเกงสีขาวครีมคัตติ้งเนี้ยบขับให้รูปร่างบอบบางดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายเฉียบคมและเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนก้าวเข้าสู่ล็อบบี้หรูของบริษัท
ทันทีที่ประตูอัตโนมัติเปิดออก สายตาของพนักงานแทบทั้งชั้นต่างหันมาจับจ้องเป็นตาเดียว เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเป็นระยะ เพราะข่าวการสลับตัวเจ้าสาวเมื่อวานได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนพูดถึง
มนัสวีไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย เธอเดินเชิดหน้าผ่านสายตาเหล่านั้นอย่างสงบนิ่ง ราวกับเป็นเรื่องปกติที่สุดในชีวิต
เมื่อประตูลิฟต์ผู้บริหารเปิดออกที่ชั้นบนสุด หญิงสาวก็ชะงักไปเพียงนิด หน้าห้องทำงานของธิปก ไม่ได้มีเพียงชานนท์ที่เดินตามเธอมาตลอดทาง แต่ยังมีหญิงสาวร่างอ้อนแอ้นอีกคนยืนกอดอกอยู่ก่อนแล้ว
ดุจดาว... แฟนเก่าของธิปก
หล่อนอยู่ในชุดเดรสสีแสดราคาแพง แต่งหน้าจัดเต็ม ยืนเชิดหน้าด้วยท่าทีจองหอง ราวกับเจ้าของพื้นที่
ทันทีที่เห็นธิปกเดินออกมาจากห้องประชุม ดุจดาวก็รีบยิ้มหวาน ก่อนปรี่เข้าไปเกาะแขนชายหนุ่มทันที
"ดาวมารอปกตั้งนานแล้วค่ะ พอดีคุณหญิงป้าเห็นว่างานที่บริษัทช่วงนี้ล้นมือ เลยสั่งให้ดาวเข้ามาช่วยดูแลโปรเจกต์คอมเพล็กซ์ริมน้ำในฐานะที่ปรึกษา ดาวว่าดาวคงช่วยแบ่งเบาภาระของปกได้ดีกว่า ผู้หญิงบางคนที่ไม่มีความสามารถอะไรเลย"
มนัสวีปรายตามองมือของดุจดาวที่เกาะแขนธิปก ก่อนกอดอกแล้วหัวเราะเบา ๆ อย่างอดสมเพชไม่ได้
เนตรนภาเคยเล่าประวัติของผู้หญิงคนนี้ให้เธอฟังหมดแล้ว
ดุจดาวเคยทิ้งธิปกไปเรียนต่อต่างประเทศ ก่อนแต่งงานกับชายคนใหม่ แต่ชีวิตคู่กลับล้มเหลวจนต้องหย่าร้าง สุดท้ายก็ย้อนกลับมาหวังเคลมของเก่า โดยอาศัยเส้นสายของคุณหญิงดารินทร์ยัดเยียดตัวเองเข้ามาในบริษัท
"ตลกอะไรของแก มนัสวี!"
ดุจดาวแหวขึ้นทันที เมื่อเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันของอีกฝ่าย
มนัสวีเดินเข้าไปหาอย่างไม่รีบร้อน ก่อนหยุดยืนตรงหน้าอีกฝ่าย แววตาคมกริบจ้องลึกจนดุจดาวเผลอผงะถอยไปครึ่งก้าว
"อ๋อ... เปล่าค่ะ แค่ตลกขบขันกับระบบการทำงานของบริษัทระดับประเทศน่ะค่ะ คิดว่าที่นี่คัดเลือกที่ปรึกษาจากความสามารถและผลงาน ที่ไหนได้ กลับใช้ระบบ 'ผู้ใหญ่ฝากมา' แถมยังเป็นคนที่มีประวัติแต่งงานหย่าร้างจนต้องซมซานกลับมาตามตื๊อแฟนเก่าอีกต่างหาก นึกว่าอัศวเมธินทร์ กรุ๊ป จะมีมาตรฐานในการคัดเลือกคนทำงานมากกว่านี้เสียอีกนะคะคุณบอส"
สิ้นประโยค พนักงานหลายคนถึงกับก้มหน้ากลั้นยิ้ม
สีหน้าของดุจดาวเปลี่ยนจากขาวเป็นแดง ก่อนแดงจัดด้วยความอับอาย
"แกกล้าดียังไงมาขุดเรื่องส่วนตัวของฉัน!"
"ก็ไม่ใช่เรื่องลับนี่คะ คนทั้งวงการก็รู้กันหมด"
"แก!" ดุจดาวกำมือแน่น ก่อนหันไปหาเจ้าของบริษัททันที
"ธิปก! คุณจะปล่อยให้มันพูดกับดาวแบบนี้เหรอ"
ธิปกปรายตามองดุจดาวเพียงครู่เดียว ก่อนหันมาสบตากับมนัสวี
ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งไม่เปลี่ยน แต่ลึก ๆ เขาอดทึ่งไม่ได้
ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้รู้จักเลือกใช้คำพูดได้เจ็บแสบทุกครั้ง แถมยังจับจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ได้อย่างแม่นยำ จนอีกฝ่ายแทบไม่มีโอกาสตั้งตัว
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเบา ๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"เลิกทะเลาะกันในที่ทำงานได้แล้ว ดุจดาว คุณไปเตรียมตัวสำหรับประชุมบ่ายนี้ ส่วนเธอ มนัสวี เข้ามาในห้องทำงานของฉัน" พูดจบ ธิปกก็หมุนตัวเดินเข้าห้องทันที เขาไม่อยากขัดมารดาที่จะให้ดุจดาวมาทำงาน เพราะไม่อยากให้ท่านมาเซ้าซี้ หากดุจดาวอยากทำงาน ก็ให้ทำไปเลย
มนัสวีคลี่ยิ้มบาง ๆ ก่อนเดินตามเข้าไปโดยไม่ลืมหันไปส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่ายเป็นการทิ้งท้าย
ทันทีที่ประตูห้องทำงานส่วนตัวปิดลง ธิปกก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประธาน ก่อนเงยหน้ามองผู้หญิงตัวแสบที่ยืนยิ้มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"เธอรู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป มนัสวี" น้ำเสียงของเขาต่ำและหนักแน่น
"ที่นี่คือที่ทำงาน ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่เธอจะใช้ฝีปากไล่กัดคนอื่นไปทั่ว ถ้าเธอคิดจะมาเดินทอดน่องสวย ๆ หรือหาเรื่องป่วนบริษัทของฉัน ฉันจะไล่เธอออกทันที"
มนัสวีไม่ตอบในทันที เธอเดินอ้อมโต๊ะทำงานอย่างเชื่องช้า ก่อนโน้มตัวลงจนใบหน้าหวานอยู่ห่างจากใบหน้าของเขาเพียงคืบเดียว มือเรียวลากปลายนิ้วไปตามขอบโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างยียวน ขณะที่ดวงตาคู่สวยกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับกำลังค้นหาความลับบางอย่าง
หญิงสาวยิ้มมุมปาก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น
"พรีมบอกแล้วไงคะว่าพรีมมาทำงานในฐานะผู้ช่วยส่วนตัว และพรีมไม่ได้มาเล่น ๆ พรีมจะตั้งใจทำงาน"
ธิปกนิ่งงัน กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนกายของหญิงสาวลอยแตะปลายจมูก หัวใจของเขาพลันกระตุกวูบอย่างไร้สาเหตุ
ทั้งหงุดหงิด...
ทั้งหมั่นไส้...
แต่ก็อดทึ่งในความกล้าและความอวดดีของผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้
เช้าวันแรกของการทำงาน เกมแมวจับหนูระหว่างประธานหนุ่มผู้กุมความลับไว้ในมือ กับภรรยาตีทะเบียนที่แฝงตัวเข้ามาในฐานะสายสืบ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
