บทที่ 13 ทางรอด
“ดินอยากอยู่กับเสี่ยนะครับ เสี่ยช่วยดินด้วยนะครับ”
ขอร้องเสียงเครืออยู่แนบอกพร้อมกับรอยยิ้มร้ายที่ผุดพรายขึ้นมุมปาก
“ถ้าอย่างนั้น เธอก็ไปบอกเขาสิว่าเลือกฉัน”
“ไม่ได้นะครับ”
“ทำไม?”
“เสี่ยก็รู้ว่าเขาเลือดเย็นขนาดไหน ขนาดลูกน้องขัดคำสั่งยังโดนหักนิ้วหรือไม่ก็โดนยิงตาย”
เสี่ยโจได้ยินอย่างนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเมลวินโหดร้ายขนาดนั้น
“เขาขู่จะทำร้ายครอบครัวผม”
“หึ”
เสี่ยโจส่งเสียงเยาะในลำคอ คิดค่อนแคะเมลวินว่าก็ใช้วิธีสกปรกไม่ต่างจากเขา ทำเป็นปากดีว่าไม่ชอบบังคับใคร
“แล้วเธอจะให้ฉันช่วยยังไง แต่บอกก่อนนะ ว่าฉันไม่ได้ช่วยฟรี ๆ”
เสี่ยโจยกมือทั้งสองข้างขึ้นลูบลงบนแผ่นหลังและลาดไหล่ของแดนดิน ออกแรงบีบขยำอย่างมีอารมณ์
แดนดินค่อย ๆ ผละตัวออกห่างอย่างระวังตัว เด็กหนุ่มยิ้มหวาน แล้วก็ส่งเสียงหวานไม่แพ้กัน
“แค่เสี่ยเชื่อดิน ดินก็ดีใจแล้วครับ ดินจะหาทางจัดการนายนั่นเอง แต่คงต้องรบกวนบารมีของเสี่ยบ้าง”
เมื่อถูกยกยอเสี่ยโจก็หัวเราะชอบใจ “ได้สิ ฉันก็อยากสั่งสอนเด็กเมื่อวานซืนอย่างมันเหมือนกัน”
แดนดินแกล้งยิ้มดีใจจนตาเป็นสระอิ แต่พอเสี่ยโจจะโน้มใบหน้าเข้ามาสูดดมความหอมของแก้มนุ่มอย่างที่เมลวินทำ เด็กหนุ่มก็เบี่ยงตัวหลบทำทีเป็นเร่งรีบ
“ดินหายมานานแล้ว เดี๋ยวพวกมันจะสงสัย ดินไปก่อนนะครับเสี่ย แล้วเจอกันครับ คิดถึงเสี่ยนะครับ”
แล้วแดนดินก็วิ่งจู๊ดกลับไปทางเก่า เสี่ยโจมองตาม พลางก็เหยียดยิ้มอย่างเป็นต่อ
ห้องทำงานของเมลวินเป็นห้องขนาดกลางอยู่บนชั้นสามของคลับ ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกบานใหญ่ที่สามารถมองลงไปยังเบื้องล่างได้ แดนดินถูกพามานั่งรอเมลวินอยู่ในนั้นสักพักก็ถือโอกาสเดินสำรวจไปทั่ว ก่อนจะไปหยุดยืนอยู่หลังผนังกระจกบานใหญ่
เด็กหนุ่มมองลงไปเบื้องล่างที่คลาคล่ำไปด้วยลูกค้าของคลับ นักดนตรี บริกร และเด็กเอน
หนุ่มสาว วัยรุ่น กระทั่งคนมีอายุที่ดูภูมิฐาน ต่างตบเท้ากันเดินเข้ามาในคลับยามไพรม์ไทม์เช่นนี้ และสายตาของแดนดินก็ปะทะเข้ากับร่างระหงของใครบางคนที่คุ้นตา
“แพรวา”
ชื่อของแม่เลี้ยงหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากบาง เด็กหนุ่มมองตามผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของบิดาที่กำลังมองหาอะไรบางอย่างหรือใครบางคนไม่วางตา
แล้วจุดหมายปลายทางของแพรวาก็คือร่างสูงที่กำลังแยกตัวออกมาจากแขกกลุ่มหนึ่ง เมลวินชะงักเท้าทันทีที่แพรวาเข้าไปเกาะแขน
ทั้งสองซุบซิบอะไรบางอย่าง ก่อนจะพากันเดินขึ้นบันไดวนมาบนชั้นสองซึ่งเป็นห้องวีไอพี แล้วหายเข้าไปในห้องเบอร์ 204
“แพรคิดถึงคุณนะคะ ช่วงหลังคุณไม่ค่อยเข้ามาที่คลับเลย งานยุ่งเหรอคะ?”
แพรวาว่าพลางก็เอนร่างอรชรในชุดเดรสสีแดงที่ผ่าสูงถึงโคนขาเข้าแนบชิดกับต้นแขนแกร่ง จงใจใช้ความนุ่มหยุ่นของหน้าอกคับซีกดขยี้ลงไป
“นิดหน่อยน่ะ” เมลวินตอบกลับอย่างขอไปที พลางก็ส่งสัญญาณให้บริกรชงเหล้า “คุณมีธุระอะไรก็ว่ามา ผมมีงานต้องทำต่อ”
“แหม วินน่ะ ทำไมใช้คำพูดห่างเหินแบบนี้ล่ะคะ อย่าบอกนะว่าคุณยังโกรธแพรอยู่”
หญิงสาววางคางเกยไว้บนไหล่ เอี้ยวใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ตั้งใจแต่งแต้มมาเป็นอย่างดีเข้าหาใบหน้าคมที่ยังคงวางเฉย เธอเข้าข้างตัวเองว่าเป็นเพราะชายหนุ่มยังขุ่นเคืองเรื่องเมื่อหลายปีก่อน
เธอกับเมลวินเคยควงกันอยู่ช่วงหนึ่ง ตอนนั้นชายหนุ่มเพิ่งมาจากฝรั่งเศส มาเริ่มทำธุรกิจในเมืองไทย แม้จะมีเงินลงทุนไม่น้อย แต่ก็ถือว่ายังอ่อนด้อยประสบการณ์ เขาจึงเป็นเพียงหนึ่งในหลายตัวเลือกในบรรดาผู้ชายหลาย ๆ คนที่เข้ามาในชีวิตของแพรวา
เธอหว่านเสน่ห์ใช้ทั้งเล่ห์กลให้ทุกคนหลงรัก ไม่เว้นแม้แต่เมลวิน ชายหนุ่มจึงเสียศูนย์ไปช่วงเวลาหนึ่งหลังแพรวาตกลงปลงใจแต่งงานกับดนัย
แต่ในวันนี้ วันที่ดนัยให้เธอไม่ได้อย่างที่เธอต้องการ ทั้งสภาพร่างกายที่แก่ชราลง ทั้งความสะดวกสบายในชีวิต แพรวาก็ได้แต่เฝ้ามองความรุ่งโรจน์ของเมลวินด้วยความเสียดาย แล้วเธอก็หมายใจจะจับเขาให้ได้หลังจากที่หย่าขาดกับดนัย
“แพรกำลังจะหย่า”
เมลวินคลึงแก้วเหล้าช้า ๆ อย่างที่ชอบทำ พลางก็เลิกคิ้วถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“แล้ว?”
