บทที่ 9 ไม่ช่วยฟรี

“ได้สิ แต่รู้ใช่ไหม ว่าฉันไม่เคยช่วยใครฟรี ๆ”

แดนดินลุกพรวดขึ้นมา ก่อนจะหันมากระตุกแขนเหนือนทีให้ลุกขึ้นตาม “เรากลับกันเถอะครับพี่เหนือ” แล้วหันไปก้มศีรษะให้อิงครัต “ขอบคุณนะครับพี่อิงที่พยายามจะช่วยดิน แต่ดินขอไม่รับ”

“เดี๋ยวสิ น้องดิน” แต่เหนือนทีก็รั้งแดนดินเอาไว้ “พี่ว่าที่ไอ้อิงมันพูดก็มีเหตุผลนะ ไม่ใช่ว่าพี่ไม่อยากช่วยดิน เรื่องบ้านพี่จะจัดการให้ แต่เรื่องความปลอดภัยของดิน คุณเมลวินน่าจะช่วยได้ดีกว่าพี่”

“ไม่ครับ ดินไม่อยากรบกวนคนอื่น”

เมลวินส่งเสียงจิ๊ในลำคอแสดงความรำคาญ เขาวาดขาที่ไขว่ห้างกันไว้ลงมา แล้วลุกขึ้นยืนจังก้า

“ครั้งนี้โยนลงน้ำ ครั้งหน้าอาจจะโยนเข้ากองไฟ เผานั่งยาง หรือไม่ก็ขุดหลุมฝัง” ชายหนุ่มกระแทกแก้วเหล้าลงบนโต๊ะเล็ก ๆ เบื้องหน้า พร้อมน้ำเสียงรำคาญใจที่แดนดินเรื่องมาก ทั้ง ๆ ที่เขาก็ยื่นข้อเสนอจะช่วย “พ่อไปต่างประเทศไม่ใช่หรือไง คิดว่าจะรอดไปถึงเมื่อไรกัน”

แดนดินยืนตัวเกร็ง ขณะที่เมลวินเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ เขายกมือขึ้นบีบต้นแขนของเด็กหนุ่ม แล้วพูดกับญาติผู้น้อง

“แกพาเพื่อน ๆ กลับไป ทิ้งแดนดินไว้ที่นี่ ฉันจะดูแลเขาเอง!”

แดนดินขืนตัวทันทีเมื่อเห็นแววตาสีเทอร์คอยส์ลุกวาว แต่เด็กหนุ่มยังไม่ทันได้ผละร่างออกห่าง เมลวินก็เข้ามาประชิดเสียก่อน ชายหนุ่มกระซิบชิดใบหู

“นายอยากให้ฉันเล่าให้รุ่นพี่ฟังไหม ว่านายทำให้ฉันประทับใจยังไง โดยเฉพาะนายเหนือนทีอะไรนี่”

แดนดินเหลือบมองเหนือนทีที่มองมาอย่างห่วงใยและสงสัยในท่าทีของเขา ก่อนที่เด็กหนุ่มจะหลบตาและปิดปากเงียบ

แดนดินถูกเชิญหรืออาจเรียกอีกอย่างว่าลากมาขังไว้บนห้องนอนชั้นบน เด็กหนุ่มเดินวนอยู่ในห้องอย่างใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะมานั่งสงบสติอารมณ์อยู่ตรงปลายเตียง

ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนผุดขึ้นมาในความทรงจำที่เขาอยากจะฝังเอาไว้ให้ลึกที่สุด แต่มันก็จ้องจะผุดขึ้นมาทำลายความมั่นใจจนหนุ่มวัยเพียงสิบเก้ารู้สึกหวาดกลัว

คืนที่แดนดินหลบหนีออกมาจากผับ เขาคิดว่าเขาพ้นจากเงื้อมมือของเสี่ยโจแล้ว แต่ระหว่างที่เขากวักมือเรียกรถแท็กซี่ที่แล่นผ่านมา ก็มีรถตู้สีขาวปาดเข้ามาตัดหน้า แดนดินรู้สึกถึงอันตราย แต่ยังไม่ทันจะก้าวเท้าวิ่งหนี ก็มีชายชุดดำกลุ่มเดียวกับที่ตามล่าเขาในผับพุ่งลงมาจากรถตู้และรวบตัวเขาไว้

และไม่ทันที่แดนดินจะได้เอ่ยปากตะโกนให้คนช่วย มือใหญ่ก็ตะปบเข้ามาอย่างรวดเร็วและรุนแรง กลิ่นฉุนกึกปะทะเข้ามาในจมูกจนรู้สึกอึดอัดและเวียนหัว และหลังจากนั้น แดนดินก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย จนกระทั่ง…

“ไง?”

เสียงทักทายดังขึ้นในตอนที่แดนดินเริ่มขยับตัว เด็กหนุ่มพยายามเปิดเปลือกตาหนักอึ้ง เขาจินตนาการไว้ว่าคนตรงหน้าต้องเป็นชายสูงวัยร่างท้วม ใบหน้าหื่นกามอย่างเสี่ยโจอย่างแน่นอน เขาเสียท่าให้ไอ้เสี่ยบ้าตัณหากลับนั่นเสียแล้ว

แต่…

เมื่อแดนดินลืมตาขึ้นมา เขากลับเห็นใบหน้าหล่อเหลาร้ายกาจ เจ้าของรอยยิ้มมุมปากและดวงตาสีประหลาดคนนั้น

“คุณ!”

แวบหนึ่งในความคิด ไอ้บ้านี่ต้องเป็นพวกเดียวกับเสี่ยโจอย่างแน่นอน จึงได้ใช้สมุนกลุ่มเดียวกันแบบนั้น ก็เขาจำได้แม่นว่าพวกที่จับเขามาเป็นพวกเดียวกับที่ไล่ล่าเขาในผับ

แดนดินกวาดสายตามองไปรอบบริเวณอย่างรวดเร็ว และสมองก็ประมวลผลอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน

เขาอยู่ในห้องนอนที่ไหนสักแห่ง อาจเป็นบ้าน คอนโด หรือไม่ก็โรงแรม กับผู้ชายที่ไม่น่าไว้ใจ แม้จะเป็นคนเดียวกับคนที่ช่วยให้เขารอดตายจากผับก็ตาม

เมื่อเชื่อว่าคนตรงหน้าอันตราย แดนดินก็รีบผุดลุกขึ้นจากเตียง แต่เพราะเวียนศีรษะอย่างหนักเด็กหนุ่มจึงล้มคว่ำลงไปอย่างไม่เป็นท่า พอขยับจะลุกขึ้นมาอีกครั้ง ร่างสูงก็ตามมาทาบทับ

“คุณจะทำอะไรผม ปล่อย!”

“นายคิดว่าฉันจะทำอะไร?”

เมลวินจ้องเข้าไปในดวงตาเด็กหนุ่มที่กำลังหวาดกลัวสุดขีดอย่างไม่เข้าใจนัก

“คุณจับผมมาทำไม? คุณเป็นพวกเดียวกับไอ้เสี่ยบ้านั่นใช่ไหม?”

แดนดินทั้งดิ้นรนทั้งทุบตี จนเมลวินต้องรวบข้อมือเล็กกดไว้เหนือศีรษะ คิ้วเข้มขมวดเป็นปม ก่อนจะส่งเสียงอือออในลำคอเพราะพอจะเดาความคิดของคนใต้ร่างได้

เขาผ่านไปเห็นเหตุการณ์ตอนที่แดนดินถูกจับยัดใส่รถตู้คันนั้น จึงสั่งให้ลูกน้องเข้าไปจัดการ บอดี้การ์ดของผับที่เสี่ยโจสั่งให้ตามจับแดนดินพอเห็นว่าคนของเมลวินเข้ามาขวางก็ไม่กล้าขัด ได้แต่ยอมส่งตัวแดนดินให้แล้วโทรไปรายงานเสี่ยโจ

ตอนนีลอุ้มคนตัวเล็กมาวางไว้ข้าง ๆ เขา ในรถยุโรปคันใหญ่ แดนดินก็ไม่ได้สติเสียแล้ว

“โดนยาสลบครับ”

นีลรายงานเจ้านาย ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งด้านหน้าคู่กับคนขับ

“ที่ให้ไปสืบ ได้ความว่ายังไง?”

เมลวินเอ่ยถามลูกน้อง ในขณะที่สายตายังพิศมองใบหน้าบอบช้ำของแดนดิน

“แดนดิน นวภูมินทร์ ลูกชายคนเดียวของคุณดนัย นวภูมินทร์ เป็นเจ้าของธุรกิจสิ่งพิมพ์และอสังหาฯ แต่ตอนนี้น่าจะมีปัญหาขาดทุนสะสมมาหลายปี ใกล้ล้มละลายเต็มที นี่เป็นสาเหตุให้คุณหนูแดนดินต้อง…” นีลเหลือบมองคนตัวเล็กที่นอนนิ่งอยู่บนตักของเจ้านายด้วยแววตาเวทนาสงสาร “มีปัญหากับเสี่ยโจครับ”

เขาเว้นประโยคที่คิดว่าเจ้านายคงเข้าใจดีว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น

“คุณหนู?” เมลวินสะดุดหูกับสรรพนามที่นีลใช้เรียกจนอดไม่ได้ที่ต้องเลิกคิ้วอย่างสงสัย “ดูนายจะเอ็นดูเด็กคนนี้นะ นีล”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป