บทที่ 2 เจ้าสาวที่หายไป 2

เจ้าสาวที่หายไป

“เมื่อช่วงหัวค่ำ มีข่าวลือในวงไฮโซว่าคุณวาดฝันอาจจะแอบเดินทางออกนอกประเทศครับ แต่ทางทีมบอดี้การ์ดของเราที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์ห่างๆ รายงานว่า ไฟในบ้านวงศ์วาริชยังเปิดอยู่ตลอดทั้งคืน และมีการเตรียมตัวสำหรับงานพิธีพรุ่งนี้ตามปกติครับ”

นาวาแค่นยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง

“วาดฝัน ผู้หญิงรักสนุกที่ชอบทำตัวเป็นข่าวไปวันๆ นึกว่าจะมีความกล้าพอที่จะหนีงานแต่งงานทางธุรกิจครั้งนี้ซะอีก”

“คุณนาวาจะให้ผมส่งคนเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านไหมครับ” ตรัยคุณเอ่ยถามด้วยความหวังดี

“ไม่จำเป็น” นาวาหมุนตัวกลับมานั่งลงที่เก้าอี้หนังโต๊ะทำงาน สายตาคมดุจับจ้องไปที่รูปถ่ายของเจ้าสาวในแฟ้มเอกสาร รูปถ่ายของวาดฝันในชุดเดรสหรูหรา แต่งหน้าจัดจ้าน

“สัญญานี้ทำขึ้นเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจและสยบข่าวลือในบอร์ดบริหาร ตราบใดที่พรุ่งนี้มีเจ้าสาวจากตระกูลวงศ์วาริชมายืนเข้าพิธีตามสัญญาเรื่องอื่นก็ไม่ใช่ประเด็น”

ขณะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องส่วนตัวของนาวาก็ดังขึ้น หน้าจอปรากฏชื่อ คุณนายกิมหลาน ผู้เป็นย่าและเป็นผู้มีอิทธิพลสูงสุดในตระกูลโชติพิสิฐ นาวารีบกดรับสายด้วยความเคารพ

“ตาเหนือ” เสียงหญิงชราเอ่ยมาตามสาย น้ำเสียงทรงอำนาจแต่แฝงความอาทร

“เตรียมตัวสำหรับงานแต่งพรุ่งนี้พร้อมหรือยัง”

“เรียบร้อยครับคุณย่า ทุกอย่างเป็นไปตามแผนครับ” นาวาตอบกลับเรียบๆ

“ย่ารู้นะว่าแกไม่ได้รักแม่หนูวาดฝันอะไรนั่น แต่งานแต่งงานครั้งนี้สำคัญกับตระกูลเรามาก การมีครอบครัวที่มั่นคงจะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้แกในการควบคุมบอร์ดบริหาร ย่าขออย่างเดียว วันพรุ่งนี้ ดูแลเจ้าสาวของแกให้ดี อย่าให้มีข้อผิดพลาดเด็ดขาด”

“ครับคุณย่า ผมจัดการได้”

เมื่อวางสายจากคุณย่า นาวาก็นั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เขายื่นมือหนาไปแตะรูปถ่ายของวาดฝันในเอกสาร  เขารู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์แปลกๆ บางอย่างเกี่ยวกับงานแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้

นาวาเป็นคนที่ไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตา ทุกอย่างในชีวิตเขาต้องอยู่ภายใต้การควบคุมร้อยเปอร์เซ็นต์

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ แกรนด์บอลรูม โรงแรมหรูระดับหกดาวใจกลางเมืองหลวง

บรรยากาศภายในงานแต่งงานถูกจัดไว้อย่างหรูหราอลังการ ดอกไม้สดโทนสีขาวและครีมนับแสนดอกถูกประดับประดาตกแต่งไปทั่วทั้งงาน เสียงดนตรีคลาสสิกจากวงออร์เคสตราบรรเลงคลอเบาๆ ต้อนรับแขกเหรื่อระดับมหาเศรษฐี นักธุรกิจชั้นนำ และสื่อมวลชนนับร้อยคนที่มารอทำข่าวงานวิวาห์แห่งปี

ภายในห้องแต่งตัวเจ้าสาววาดดาวยืนกุมมือตัวเองไว้แน่นอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก

ภาพสะท้อนในกระจกคือหญิงสาวในชุดเจ้าสาวผ้าไหมสีไอวอรี่สั่งตัดพิเศษที่เข้ารูปพอดีตัว เรือนร่างซ่อนรูปถูกขับเน้นให้ดูโดดเด่น ใบหน้าเรียวถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจัดจ้าน ดวงตากลมโตถูกปิดทับด้วยขนตาปลอมหนาและอายไลน์เนอร์คมกริบเพื่อให้ดูเป็นสาวมั่นสุดเปรี้ยวตามสไตล์ของวาดฝัน

วาดดาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดอาการสั่นที่ปลายมือ ทั้งคืนที่ผ่านมาเธอไม่ได้นอนเลยแม้แต่นาทีเดียว เธอใช้เวลาทั้งหมดในการส่องกระจก ฝึกฝนการเดิน การยืน การเชิดหน้า และการยิ้มแบบเย่อหยิ่งท้าทาย รวมถึงท่องจำประวัติส่วนตัวของนาวาซ้ำไปซ้ำมา

นาวา โชติพิสิฐ ไม่ชอบกินของหวาน แพ้เกสรดอกไม้บางชนิด เกลียดคนโกหกที่สุด เสียงเคาะประตูห้องแต่งตัวดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดของดาว

“คุณวาดฝันครับ ได้เวลาเข้าพิธีแล้วครับ” เสียงของเลขาฯ หน้าห้องเอ่ยเรียก

วาดดาวกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เธอจัดแจงชุดเจ้าสาว พยายามบังคับร่างกายให้ยืนตรงและก้าวเดินอย่างมั่นคง แม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยความพรั่นพรึงอย่างถึงที่สุด

ประตูบานใหญ่ของห้องแกรนด์บอลรูมค่อยๆ เปิดออก เสียงเพลงแต่งงานดังขึ้นอย่างเป็นทางการ แสงไฟแพรวพราวและสายตานับร้อยคู่จ้องมองมาที่เธอเป็นจุดเดียว

วาดดาวสวมหน้ากากเป็นวาดฝัน เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยและส่งรอยยิ้มมุมปากแบบสาวมั่นตามที่ฝึกฝนมาตลอดทั้งคืน

แต่ทันทีที่สายตาของเธอประสานเข้ากับสายตาของชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ปลายทางเดินตรงแท่นพิธี ลมหายใจของวาดดาวก็แทบหยุดหมุน

นาวา โชติพิสิฐ ยืนตรงนั้นด้วยท่วงท่าที่สง่างามและทรงอำนาจอย่างยิ่ง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเจ้าบ่าวสีดำเนี้ยบกริบขับเน้นให้เขาดูเหมือนเจ้าชายผู้เยือกเย็น เขาจ้องตรงมาที่เธออย่างเรียบเฉย ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีแววตาแห่งความยินดี มีเพียงความเงียบสงบที่แผ่รังสีความกดดันออกมาจนอากาศรอบตัวอึดอัด

วาดดาวก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าทีละก้าว ทุกๆ ก้าวหนักอึ้งราวกับกำลังเดินขึ้นสู่ลานประหาร เธอสบตากับนาวาตลอดเส้นทาง

ความรู้สึกวูบวาบและแรงดึงดูดบางอย่างระหว่างเขากับเธอก่อตัวขึ้นอย่างประหลาด แม้จะมีความกลัวเต็มอก แต่เสน่ห์อันตรายของเขากลับทำให้เธอไม่สามารถละสายตาไปได้เลย

เมื่อวาดดาวเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา นาวาไม่แม้แต่จะยิ้มทักทาย สายตาคมกริบจับจ้องลงมาที่ใบหน้าของเธอ ตั้งแต่เส้นผม ดวงตา ริมฝีปาก จนถึงลำคอระหง ราวกับกำลังสแกนตรวจสอบความถูกต้อง

“ตื่นเต้นเหรอ” เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นของนาวาเอ่ยขึ้นเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคน

วาดดาวหัวใจกระตุกวูบ เธอรีบฉาบรอยยิ้มเก่งกล้าแบบพี่สาวขึ้นทันที

“ใครตื่นเต้นกันคะคุณเหนือ งานใหญ่ระดับนี้ ฝันรอคอยมานานแล้วต่างหาก”

นาวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ด้วยความสงสัย ผ่านไปวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งเฉย

“งั้นเหรอนึกว่าเธอจะปอดกระตุกจนหนีงานแต่งไปเหมือนอย่างที่เคยมีข่าวลือซะอีก”

คำพูดตรงไปตรงมาของเขาทำให้น้ำลายในคอของดาวขมปร่า แต่เธอต้องข่มอารมณ์และสบตากับเขาอย่างแน่วแน่

“ข่าวลือไร้สาระพวกนั้น คุณเหนืออย่าไปสนใจเลยค่ะ”

พิธีการดำเนินไปตามขั้นตอน บาทหลวงเริ่มอ่านคำสาบานพิธีแต่งงาน ท่ามกลางความเงียบสงบของห้องจัดเลี้ยง นาวาฟังทุกคำกล่าวด้วยท่าทางนิ่งสงบ ขณะที่ดาวต้องคอยตักเตือนตัวเองในใจอยู่ตลอดเวลาว่า

แกคือวาดฝัน ห้ามหลุดเด็ดขาด

จนกระทั่งถึงขั้นตอนสำคัญที่สุด การสวมแหวนแต่งงาน

นาวายื่นมือหนาออกมาหยิบแหวนเพชรเม็ดโตประกายวิบวับ

เขาจับมือน้อยข้างซ้ายของดาวขึ้นมา ความร้อนจากฝ่ามือหนาของเขาสัมผัสลงบนผิวกายนุ่มของเธอ ทำเอาดาวสะดุ้งเบาๆ ความร้อนอบอุ่นจากสัมผัสของเขาขัดแย้งกับแววตาเย็นชาอย่างสิ้นเชิง

ขณะที่เขากำลังจะสวมแหวนลงบนนิ้วนาง นาวากลับชะงักมือไปชั่วครู่ สายตาคมจับจ้องลงที่มือน้อยของดาว นิ้วมือเรียวยาว เรียบเนียน ไร้การทาเล็บเจลหรูหราแบบที่คุณหนูวาดฝันชอบทำเป็นประจำ แถมยังมีรอยถลอกเล็กๆ และรอยแห้งกร้านบางๆ ที่หลังมือซึ่งเกิดจากการทำงานหนัก

นาวาเงยหน้าขึ้นมองดาวอีกครั้ง สายตาคู่นั้นดุจดังพญาเหยี่ยวที่กำลังจ้องจับผิดเหยื่อ นาวาก้มหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูของดาว น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลังและกดดันอย่างมหาศาล:

“มือสั่นขนาดนี้ กังวลเรื่องงานแต่ง หรือกำลังซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่”

คำถามนิ่งๆ ของเขาทำเอาวาดดาวรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ

ลมหายใจของเธอติดขัด นัยน์ตากลมโตสบมองเข้ากับนัยน์ตาเย็นชาของนาวาที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว การโกหกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นแต่ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่า เจ้าพ่อไร้หัวใจคนนี้ กลับเริ่มสงสัยเธอตั้งแต่ยังไม่ทันได้ก้าวออกจากงานแต่งงาน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป