บทที่ 3 ตอนที่ 2 ค่ำคืนแรก 1
ตอนที่ 2 ค่ำคืนแรก
ความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศในรถยนต์หรูราคาแพงแม้ว่าภายในจะเย็นแค่ไหนแต่ในหัวใจที่ร้อนรุ่มของวาดดาวแค่เครื่องปรับอากาศไม่สามารถช่วยเธอได้เลย
ตลอดเส้นทางจากโรงแรมหรูกลับสู่เรือนหอใจกลางเมือง นาวานั่งอยู่บนเบาะหนังฝั่งตรงข้ามโดยไม่เอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมาแม้แต่คำเดียว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำ ยิ่งมองก็ยิ่งทำให้เธอกดดันในตัวเขา
นาวาจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือเพื่อตรวจทานเอกสารด่วน แต่ละครั้งที่เขารับสายและสั่งงานด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด วาดดาวก็ยิ่งกำมือแน่นด้วยความเกร็งและกลัวอยู่ไม่น้อย
บรรยากาศที่เงียบดำเนินมาจนกระทั่งทั้งสองเดินเข้ามาภายในเรือนหอ ภายในตกแต่งด้วยความหรูหรา
“เข้าข้างในสิ ยืนบื้ออยู่ทำไม”
เสียงทุ้มต่ำของเขาแม้จะดังแต่ก็ยังคงราบเรียบเหมือนเคย เขาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเจ้าสาวของเขายืนชะงักอยู่ตรงประตู วาดดาวสะดุ้งก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับเย่อหยิ่งท้าทายตามฉบับของคุณหนูวาดฝัน เธอสะบัดชายกระโปรงชุดเจ้าสาว แล้วเดินเข้าไปด้านในด้วยท่าทางที่ไม่เกรงกลัวแม้ว่าในใจของเธอจะแทบร้องไห้อยู่แล้ว
“ฝันก็แค่กำลังดูว่าห้องของคุณเหนือตกแต่งได้น่าเบื่อขนาดไหนต่างหากค่ะ โทนสีมืดมนเหมือนถ้ำอสูรกายไม่มีผิด” วาดดาวยิ้มออกมาที่มุมปาก พลางเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ยโสโอหังออกมาอย่างสุดความสามารถของเธอ
นาวาไม่ตอบอะไร เขาเพียงแค่ปลดกระดุมเสื้อสูทตัวนอกออกแล้วถอดมันส่งให้แม่บ้านวันกลางคนอย่างป้าสมร ที่เดินเข้ามารอรับด้วยความนอบน้อม จากนั้นนิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มจึงค่อยๆ ปลดเนกไทสีเข้มออก เสื้อเชิ้ตเม็ดยนสองเม็ดถูกปลดออก เผยให้เห็นแผงอกกว้างและลำคอแกร่งที่ซ่อนอยู่ ดวงตาของเขาจ้องลงมาที่ใบหน้าเรียวของวาดดาวที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางที่จัดจ้าน
“ถ้าน่าเบื่อ ก็ต้องทนอยู่ให้ได้ เพราะที่นี่คือที่ที่คุณต้องอยู่ไปอีกอย่างน้อยหนึ่งปีตามสัญญา” นาวาเอ่ยขึ้นมาพลางเดินก้าวตรงมาหาเธอทีละก้าว ร่างสูงใหญ่ที่มีส่วนสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตร เคลื่อนตัวเข้ามาบดบังแสงไฟจนเงาทาบลงบนตัวของเธอ
วาดดาวพยายามถอยหลังหนีตามสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับผนังห้องที่เย็นเฉียบ นาวาขยับเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นหอมสะอาดแผงความดุดันจากน้ำหอมประจำตัวของเขา ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งยื่นมาค้ำยันผนังห้องไว้ทั้งสองข้าง เพื่อขังเธอไว้ไม่ให้ขยับหนีเขาไปไหน
“คุณเหนือหยุดนะคะ คุณจะทำอะไร” วาดดาวหัวใจเต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เสียงที่เอ่ยออกไปสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะรีบเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อเก็บอาการ
นาวาก้มหน้าลงมาจนระดับสายตาอยู่เท่ากัน เขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอด้วยสายตาที่ร้ายขึ้นเล็กน้อย
“เมื่อเช้าตอนสวมแหวน มือเธอสั่นระริกราวกับลูกนกเพิ่งฝึกบินเลยนะ” นาวาเอ่ยเสียงเบา แต่กลับดังก้องกังวานในหัวของวาดดาว
“และตอนนี้ลมหายใจของเธอก็ติดขัด หัวใจเต้นแรงจนฉันได้ยินมันอย่างชัดเจน วาดฝันที่ฉันรู้จัก เป็นคนมั่นใจในตัวเอง เย่อหยิ่งและกล้าสบตาผู้ชายทุกคนอย่างเปิดเผย ไม่ใช่ยืนเกร็งหน้าซีดอย่างนี้ หรือว่าเธอกำลังมีความผิดอะไรกันแน่ เธอถึงได้สั่นเป็นลูกนกตกน้ำเช่นนี้”
วาดดาวกลืนน้ำลายลงคอจนดังเอือก เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะโดนขย้ำจากเสือร้าย คำเตือนของนงพะงาแม่ของเธอและจากกานต์ชนิตเพื่อนของเธอดังขึ้นมาในหัว นาวาเกลียดคนโกหกที่สุด และถ้าความจริงแตก เขาจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่นอน
“ฝันไม่ได้กลัวค่ะ” วาดดาวฝืนสบตากลับไปอย่างแน่วแน่ เธอพยายามยิ้มเยาะเย้ยขึ้นมา
“ฝันก็แค่อดนอนเพราะตื่นเต้นกับงานแต่งงาน แล้วการที่คุณเหนือเข้ามาแนบชิดขนาดนี้ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่เหรอคะที่ผู้หญิงจะรู้สึก หัวใจเต้นแรง หรือว่าคุณไม่เคยโดนใครรุกรานอย่างนี้”
นาวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสนใจผ่านไปวูบหนึ่งก่อนจะกลับมากร้าวรุนแรงและเย็นชาตามเดิม เขายื่นมืออีกข้างขึ้นมา แตะปลายนิ้วหัวแม่มือลงบนพวงแก้มเนียนของเธอเบาๆ ลากสัมผัสผ่านเครื่องสำอางที่ปกปิดผิวกายจริงเอาไว้
“งั้นเหรอ” นาวากระซิบข้างใบหูเล็ก
“ถ้างั้นคืนนี้ เรามาดูกันว่าความตื่นเต้นของเธอ มันเป็นเพราะความเสน่หาหรือเพราะมีอะไรปิดบังไว้ในใจกันแน่”
พูดจบนาวาก็ผละตัวออกห่างจากวาดดาวอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้วาดดาวขาอ่อนแรงแทบจะทรุดลงกับพื้น เขาหันไปสั่งงานป้าสมรด้วยน้ำเสียงเรียบตึง
“ป้าสมร พาคุณวาดฝันไปที่ห้องนอนใหญ่ ส่วนเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวทั้งหมด เอาไปไว้ที่ห้องแต่งตัวด้านข้าง”
“ค่ะ คุณเหนือ แล้วเรื่องอาหารเย็นล่ะคะ” ป้าสมรเอ่ยถามขึ้นมา
“ไม่ต้อง” นาวาปฏิเสธเรียบๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวที่อยู่ฝั่งซ้ายของเรือนหอ
“ฉันมีเอกสารด่วนต้องตรวจ ตรัยจะนำแฟ้มเข้ามาส่งอีกสิบนาที”
ก่อนที่บานประตูห้องทำงานไม้สักบานใหญ่จะปิดลง นาวาได้หันกลับมามองวาดดาวอีกครั้งด้วยสายตาช่างจับผิด
“อ๋อ อีกอย่างนะวาดฝัน คืนนี้ดื่มกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลด้วยนะ ฉันจะสั่งแม่บ้านเตรียมไว้ให้ เพราะเคยได้ยินว่าเธอชอบดื่มตอนดึกๆ” นาวาเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองไปที่วาดดาวนิ่งๆ
คำพูดของนาวาทำให้เธออึ้งและงงไปหมดเพราะวาดฝันเกลียดกาแฟดำมากๆ และจะดื่มเฉพาะชาผลไม้ที่มีรสหวานเท่านั้น นาวากำลังลองอะไรในตัวเธอกันแน่
วาดดาวสูดหายใจเข้าลึก รีบปรับสีหน้าและตอบกลับเสียงเรียบ
“ขอบคุณนะคะคุณเหนือ แต่ไม่เป็นไรค่ะ แต่วันนี้ฝันเหนื่อยมาก ขอตัวไปอาบน้ำนอนเลยดีกว่าค่ะ กาแฟไว้ดื่มวันหลังนะคะ”
นาวาได้แต่มองเธอนิ่งๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา ก่อนจะปิดประตูห้องทำงาน
