บทที่ 4 ตอนที่ 2 ค่ำคืนแรก (2)

ตอนที่ 2 ค่ำคืนแรก (2)

     ภายในห้องนอนใหญ่ที่กว้างขวาง เตียงขนาดคิงซ์ไซส์สีเทาเข้มตั้งอยู่กลางห้อง บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความหรูหราแต่ก็เต็มไปด้วยความเย็นชา

      วาดดาวใช้เวลาเป็นครึ่งชั่วโมงในห้องน้ำเพื่อล้างเครื่องสำอางที่ถูกแต่งแต้มจนหนาเตอะบนใบหน้าออกให้สะอาดหมดจรด จนใบหน้าผิวพรรณเนียนสะอาดตาไร้ซึ่งเครื่องสำอาง ละอองน้ำเกาะพร่างพราวบนใบหน้าเรียวของเธอ แต่ดวงตานั้นกลับเต็มไปด้วยความอ่อนล้าเต็มที

      เธอถอดชุดเจ้าสาวที่แสนอึดอัดนั้นออก แล้วเปลี่ยนมาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีมสายเดี่ยวที่แม่บ้านจัดเตรียมไว้ให้ แม้ภายนอกเรือนร่างของเธอจะดูตัวเล็กสมส่วน แต่พอได้สวมใส่ชุดนอนผ้าซาตินชุดนี้แล้ว กลับช่วยขับให้ส่วนเว้าส่วนโค้งของเธอชัดเจนมากขึ้น

      วาดดาวเดินกลับออกมาที่ห้องนอน นั่งลงบนขอบเตียงกว้างแล้วยกมือขึ้นกุมศีรษะ

      ความเครียดที่เธอต้องปลอมตัวมาเป็นพี่สาว แล้วไหนจะความกลัวที่ว่านาวาจะจับได้ว่าเธอเป็นวาดดาวไม่ใช่วาดฝัน แล้วยังมีภาระหนี้สินมากมายของครอบครัวที่บีบคั้นให้เธอต้องมาตกอยู่ในสภาพอย่างนี้

      ภาพของนงพะงาที่ร้องไห้กอดขาอ้อนวอน และภาพที่บ้านของเธอกำลังจะโดนยึดลอยเข้ามาในความคิดของเธอ หากเธอทำความจริงนี้แตก ไม่เพียงแต่ตระกูลของเธอจะล้มละลายแต่แม่ของเธออาจจะโดนนาวาฟ้องร้องดำเนินคดีจนต้องติดคุกตอนแก่แน่ๆ

      เสียงประตูห้องนอนเปิดออกเบาๆ ขัดจังหวะความคิดของเธอ

      นาวาเดินเข้ามาในห้องด้วยชุดเดิม ผมสั้นที่เคยจัดทรงอย่างเป็นระเบียบตอนนี้ตกลงมาบดบังหน้าผากของเขาร่ำไร ทำให้เขาดูหล่ออย่างเป็นธรรมชาติ แต่ความเย็นชาและความน่ากลัวของเขาก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม

      นาวาหยุดนิ่งไปชั่วครู่ เมื่อเขามองไปเห็นใบหน้าสดของวาดดาวที่ไร้เครื่องสำอาง เขามองเธอด้วยความประหลาดใจ ผิวหน้าที่เคยดูจัดจ้านที่ถูกเติมแต่งจากเครื่องสำอาง ตอนนี้มันดูละมุน น่ารักในสายตาของเขา ผิวเนียนน่าสัมผัสทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลย ยิ่งมองเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่เหมือนวาดฝันที่เขาเคยรู้จัก

      “เครื่องสำอางหลุดหมดแล้วเหรอ อย่างนี้ค่อยน่าดูหน่อย ค่อยไม่เหมือนงิ้ว” นาวาเอ่ยขึ้นมาแล้วก้าวเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้โซฟาตรงข้ามเตียง

      “ค่ะ ฝันล้างหน้าแล้ว คุณเหนือมีอะไรหรือเปล่า” วาดดาวพยายามพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ปกติและพยายามไม่ให้สั่น มือของเธอกำผ้าห่มแน่นและพยายามสบตาของเขาแม้ในใจของเธอตอนนี้เอาแต่กลัวว่าเขาจะจับได้ว่าเธอกำลังโกหก

      นาวายกแขนขึ้นกอดอก จ้องมองเธอด้วยสายตาพิจารณาอย่างไม่ปิดบัง

      “แปลกดีนะ วาดฝันที่ฉันเคยเห็น เคยเจอ ไม่ยอมเผยหน้าสดให้ใครเห็นง่ายๆ”

      วาดดาวหัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอรีบข่มความตื่นตระหนกแล้วเค้นรอยยิ้มตอบ

      “แต่งหน้าทั้งวันมันเหนื่อยค่ะคุณเหนือ อีกอย่าง เราแต่งงานกันแล้ว ฝันจะปิดบังใบหน้าจริงไปทำไม อีกอย่างนี่ก็เวลานอนใครเขาจะแต่งหน้านอนกันคะ หรือว่าคุณเหนืออยากให้ฝันแต่งหน้าตลอดเวลาหรือไงคะ” วาดดาวเริ่มกล้าต่อปากต่อคำกับเขาเพราะไม่อย่างนั้นเขาต้องจับเธอได้แน่ว่าเธอไม่ใช่วาดฝันแต่วาดดาว

      “ว่าแต่ทำไมแฝดของเธอวาดดาวไม่มาร่วมงานแต่งล่ะ พี่สาวแต่งงานทั้งคนทำไมไม่มาร่วมงานยินดี” นาวาเอ่ยขึ้นมาดื้อๆ เหมือนกำลังจับผิดเธออย่างไรอย่างนั้น

      “ยัยดาวไม่ชอบงานสังคมแบบนี้ และอีกอย่างตอนนี้ยัยดาวไปเที่ยวกับเพื่อนพร้อมกับทำงานไปด้วย คงยังไม่ได้กลับมาเร็วๆ นี้” วาดดาวเอ่ยขึ้นมาอย่างมั่นใจเพื่อทำตัวให้เหมือนวาดฝันมากที่สุด

      “อย่างนั้นเหรอ แต่ก็คงไม่เป็นไรเพราะการแต่งงานนี้มันก็แค่งานแต่งงานจอมปลอมเท่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความรัก”

      นาวาพูดแล้วก็แสยะยิ้มมุมปาก ก่อนจะหยิบเอกสารกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากแฟ้มที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ แล้วยื่นส่งให้เธอ

      “สัญญาข้อตกลงการใช้ชีวิตร่วมกัน” นาวาเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมากขึ้นกว่าเมื่อครู่

      “ในเมื่อเราแต่งงานกันเพียงเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น ฉันคิดว่าเราควรมีหฎเกณฑ์ที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของกันและกัน

      วาดดาวรับกระดาษแผ่นนั้นมาเปิดอ่านทันที เธอกวาดสายตาอ่านไปทีละข้อที่ถูกพิมพ์มาอย่างเป็นระเบียบ

      1.ห้ามก้าวก่ายงานและห้ามยุ่งเกี่ยวกับห้องทำงานส่วนตัวของนาวาเด็ดขาด

      2.ห้ามสร้างข่าวฉาว พฤติกรรมเสื่อมเสีย หรือทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเสียหายในวงสังคม

      3.ห้ามมีความลับหรือโกหกกัน หากพบว่ามีการทุจริตหรือปิดบังข้อมูลสำคัญที่ส่งผลต่อธุรกิจ สัญญานี้ถือเป็นโมฆะทันทีและอีกฝั่งต้องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด

      วาดดาวรู้สึกเหมือนหายใจหยุดไปชั่วขณะเมื่ออ่านมาถึงข้อที่สาม สัญญานี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อไล่ต้อนเธอโดยเฉพาะ นาวาไม่ได้โง่เขาสงสัยเธออยู่แน่ๆ และเหมือนกำลังวางกำดักไว้เพื่อล่อให้เธอติดกับและยอมรับความจริงกับเขา

      “มีปัญหาอะไรกับข้อตกลงไหนไหม” นาวาเอ่ยถามพลางยื่นปากกาส่งให้เธอ เพื่อเซ็นเอกสารสัญญานี้

      วาดดาวสบตากับเขา แน่นอนว่าเธอไม่มีทางเลือก หากเธอปฏิเสธไม่เซ็น นาวาก็ต้องตั้งคำถามและพยายามหาความจริงอย่างแน่นอน

      มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะจับปากกา ก่อนจะเซ็นชื่อ วาดฝัน ลงไปบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างจำใจ

      “ไม่มีค่ะ ทุกอย่างสมเหตุสมผลดี” วาดดาวส่งกระดาษคืนให้เขา

      นาวารับเอกสารกลับไป ตรวจดูลายเซ็นบนกระดาษแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ลายมือของคุณหนูวาดฝันที่เขาเคยเห็นในสัญญาหมั้นหมายมักจะตวัดตัวใหญ่และไร้ระเบียบ แต่ลายมือตรงหน้านี้กลับเรียบร้อย และดูประณีตกว่ามาก นาวาเก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

      “ดีแล้ว ไม่มีอะไรติดขัด เราจะได้อยู่ด้วยกันรอดตามสัญญา” นาวาเอ่ยขึ้นมาพลางเดินไปที่ประตูห้อง

      “คืนนี้เธอนอนห้องนี้ไป คนของฉันจะเตรียมทุกอย่างให้ ส่วนฉันจะไปนอนที่ห้องฝั่งซ้าย”

      วาดดาวชะงักไปเล็กน้อยพร้อมกับรู้สึกแปลกใจ “คุณเหนือไม่นอนห้องนี้เหรอคะ”

      นาวาหมุนตัวกลับมามองเธอ แล้วเอ่ยขึ้นมาเสียงนิ่งตามแบบฉบับของเขา

“ทำไมอยากให้ฉันนอนด้วยหรือไง ถ้าเธอขอร้องให้ฉันนอน ฉันอาจจะนอนห้องนี้กับเธอก็ได้”

คำพูดของนาวาทำให้วาดดาวหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอรีบปฏิเสธเขาเสียงหลงในทันที

“เปล่าค่ะ ฝันแค่ถามดูเฉยๆ”

“ฉันไม่ชอบแตะต้องผู้หญิงที่ฉันยังไม่มั่นใจ” นาวาเอ่ยเสียงต่ำ ชัดเจนทุกคำ

“และตอนนี้ ฉันก็ไม่อยากนอนกับเธอวันไหนอยากนอนด้วยเดี๋ยวจะบอกนะ”

นาวาเดินออกไปทันทีหลังพูดจบ วาดดาวได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่เพราะอย่างน้อยๆ ในคืนนี้เธอก็ไม่ต้องนอนอึดอัดอยู่ข้างๆ เขา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป