บทที่ 6 รอยถลอก
รอยถลอก
วาดดาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามปรับน้ำเสียงให้ดูถือดี เย่อหยิ่งตามแบบของวาดฝัน
“ฝันไม่อยากให้ใครมาดูถูกว่าเป็นสะใภ้ตระกูลนี้แล้วทำอะไรไม่เป็น ก็เลยอยากจะทำอาหารเข้าเอาใจคุณเหนือในวันแรกของการแต่งงานยังไงคะ”
นาวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตาของเขาเต็มไปด้วยการจับผิดและไม่เชื่อในตัวของวาดดาว
“งั้นเหรอ เรียนทำอาหารอย่างนั้นเหรอ แต่ทำไมถึงได้หั่นผักและโขลกเครื่องต่างๆ ได้เก่งจัง เหมือนเรียนมาแล้วสิบปี”
คำจับผิดที่เอ่ยออกมาจากปากนาวาทำเอาวาดดาวหายใจไม่ทั่วท้อง เธอเผลอกำมือแน่นด้วยความหวาดหวั่น เพราะตามมือของเธอไม่ได้มีการทาเล็บที่สวยงามเหมือนวาดฝัน ตามมือของเธอก็มีรอยถลอกเล็กๆ ตามมือของเธอเพราะวาดดาวทำงานบ้านทุกอย่างในบ้าน
นาวายื่นมือหนามาจับข้อมือเล็กของเธอขึ้นมาดูใกล้ๆ พลางลูบมือของเธออย่างรุกรานเพื่อสัมผัสรอยถลอกเล็กๆ พวกนั้น
“รอยถลอกพวกนี้ ได้มาจากคอร์สทำอาหารสไตล์ไฮโซหรือมาจากการทำงานบ้านหนักกันแน่เพราะฉันได้ยินมาว่าแฝดน้องของเธอ ทำงานบ้านทุกอย่างแทนเธอหมดเลยไม่ใช่หรือไง” นาวาเค้นเสียงถามในลำคอ สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอเหมือนกำลังอยากรู้ความจริงอะไรบางอย่างจากเธอ สัมผัสจากนิ้วเรียวที่ลูบไล้ผ่านรอยถลอกบนหลังมือทำเอาวาดดาวตัวเกร็งหัวใจเต้นระส่ำด้วยความหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ
หากเขารู้ว่าแฝดน้องสู้ชีวิตคนที่เขากำลังพูดถึง ก็คือคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ ทุกอย่างคงจบสิ้นลงตรงนี้ทันที
วาดดาวพยายามตั้งสติอย่างสุดความสามารถ เธอเชิดหน้าขึ้นดึงกริยาคุณหนูเอาแต่ใจออกมาตบตาเขาในทันที เธอมองตาเขาอย่างไม่เกรงกลัวเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก
“ฝันทำซุ่มซ่ามชนตู่เสื้อผ้าเมื่อวันก่อนค่ะ” วาดดาวโกหกเพื่อให้เขาไม่สงสัย และยังพยายามดึงมือออกจากการกุมของเขา
"ส่วนเรื่องวาดดาว ยัยนั่นก็แค่ทำตามหน้าที่ คุณเหนือจะมาจับผิดฝันไปถึงไหนคะ ฝันตั้งใจทำอาหารเช้าให้กินด้วยความตั้งมจ แต่นี่อะไรเอาแต่มายืนสงสัยหรือคุณคิดว่าฝันคือดาว ดาวคือฝัน คุณเหนือดูละครมากไปหรือเปล่าคะ”
วาดดาวใช้โอกาสนี้สะบัดมือออกจากการกุมของเขาอย่างแรง ทำท่าแสดงความหงุดหงิด แล้วหมุนตัวเดินหนีออกจากห้องครัวมุ่งหน้าไปยังห้องอาหารทันที
นาวามองตามแผ่นหลังบางของเธอไป แม้เธอจะพูดอย่างนั้นก็ยังมีความคลางแคลงใจ วาดฝันที่เขารู้จักเย่อหยิ่ง โวยวายและไม่มีทางทนฟังคำประชดประชันได้โดยไม่กรีดร้องใส่หน้าเขา แต่เธอคนนี้มีหลายอย่างที่ไม่เหมือนวาดฝัน
วาดดาวเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะอาหารที่มีขนาดกว้างและยาวมาก เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่ ขณะที่ป้าสมรและแม่บ้านช่วยกันลำเลียงจานอาหารเช้ามาจัดวางอย่างประณีต
ไม่นานนักนาวาก็เดินตามเข้ามา ชายหนุ่มในชุดสูททำงานนั่งลงตรงหัวโต๊ะ
“กินสิ” นาวาเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ก็จับจ้องมองเธอไม่วางตา
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ชวนให้อึดอัด วาดดาวฝืนส่งรอยยิ้มหวานแบบที่วาดฝันชอบทำไปให้เขา
วาดดาวหยิบช้อนและส้อมขึ้นมาละเมียดละไมลิ้มรสอาหารเช้าที่เธอลงมือทำเอง สายตานาวจ้องมองทุกท่วงท่าของเธอและยังจับผิดเธอไม่เลิก
“แปลกดีเหมือนกัน พอเธอแต่งงานแล้ว…” นาวาเอ่ยขึ้นมาดื้อๆ แล้วก็เว้นจังหวะนิดหนึ่งก่อนจะมองมาที่วาดดาวแล้วเอ่ยขึ้นต่อ
“ปกติวาดฝันที่ฉันเคยเจอ จะไม่ยอมนั่งกินอาหารร่วมโต๊ะกับใครเงียบๆ แบบนี้โดยเฉพาะอาหารที่ไม่ได้สั่งจากร้านอาหารหรูระดับห้าดาว”
“ฝันปรับตัวไงคะคุณเหนือ” วาดดาวตอบกลับทันควัน
“แต่งงานเข้ามาเป็นสะใภ้ใหญ่ทั้งที จะให้ทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อนได้ยังไง”
“งั้นเหรอ ไม่อยากเชื่อ” นาวาเอ่ยขึ้นแล้วก็แสยะยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ยิ่งได้มอง ยิ่งรู้สึกเสียวสันหลังวาบ วาดดาวทำได้เพียงพยายามกินอาหารตรงหน้าด้วยท่าทางที่มั่นใจ เพื่อกลบเกลื่อนความหวาดกลัว ที่ตอนนี้หัวใจของเธอเต้นไม่แทบไม่เป็นจังหวะ
ช่วงสายของวัน บรรยากาศภายในบ้านยังคงอบอวลไปด้วยความสงสัยและกดดัน นาวาจิบกาแฟดำพลางตรวจทานเอกสารในแท็บเล็ต โดยมีวาดดาวนั่งจิบน้ำส้มอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทีสำรวม
เสียงฝีเท้าของตรัยคุณ เลขาคนสนิท เดินเข้ามาในห้องอาหารพร้อมกับรายงานด่วน
“คุณนาวาครับ คุณนายกิมหลานเดินทางมาถึงด้านล่างแล้วครับ ท่านบอกว่าจะเข้ามาเยี่ยมและมาดื่มชากับคุณวาดฝันครับ”
วาดดาวที่กำลังยกแก้วน้ำส้มขึ้นดื่มถึงกับชะงักค้างทันที คุณนายกิมหลานผู้เป็นย่าและเป็นผู้อาวุโสของตระกูลนี้ หญิงชราทรงอำนาจผู้มีสายตาแหลมคม ละเมียดละไม และมองคนเด็ดขาดยิ่งกว่าใคร
“คุณย่าจะมางั้นเหรอ” นาวาเอ่ยถามขึ้นมาเสียงเรียบ
“สั่งป้าสมรให้เตรียมชุดชาดอกไม้ที่คุณย่าชอบไว้ด้วย”
ไม่นานประตูบ้านก็เปิดออก ร่างของหญิงชราในวัยเจ็ดสิบห้าปี ผมสีดอกเลาถูกจัดแต่งอย่างสง่างาม
คุณนายกิมหลาน เดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่เต็มไปด้วยอำนาจและน่าเกรงขามโดยมีคนรับใช้คอยเดินตามหลัง
