บทที่ 7 ชาเกสรดอกไม้
ชาเกสรดอกไม้
“สวัสดีค่ะ คุณย่า วาดดาวรีบลุกขึ้นยืน ยกมือไหว้และย่อตัวลงอย่างนอบน้อม กิริยางดงามและเรียบร้อย
คุณนายกิมหลานหยุดมองวาดดาว ดวงตาของหญิงสูงวัยประเมินเรือนร่างและกิริยาที่อ่อนช้อยก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ
“กิริยางดงาม รูปร่างหน้าตาสดใส สมแล้วที่เป็นเด็กตระกูลวาศ์วาริช นั่งลงสิตาเหนือ แม่หนูวาดฝัน”
ทุกคนนั่งลงรอบโต๊ะน้ำชาหินอ่อน ป้าสมรยกชุดชาแก้วคริสตัลหรูหราขึ้นมาเสิร์ฟ พร้อมกับน้ำชาแก้วโปรดที่คุณนายกิมหลานนำติดตัวมาด้วย
“ย่าเอาชาดอกไม้สูตรพิเศษมาฝาก” คุณนายกิมหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ชาเกสรดอกไม้ป่า หอมสดชื่น ช่วยคลายเครียดได้ดีมาก ตาเหนือดื่มสักหน่อยสิ หลานทำงานหนักมาทั้งสัปดาห์แล้ว”
วาดดาวต้องการเอาอกเอาใจและแสดงตัวเป็นภรรยาที่ดีต่อหน้าคุณย่าเพื่อสยบความสงสัย เธอจึงรีบยื่นมือไปยกแก้วชาที่มีเกสรดอกไม้ป่าลอยฟ่องขึ้นมาจากถาด หวังจะยื่นส่งให้นาวาด้วยตัวเองเพื่อสร้างภาพภรรยาที่ดีของสามี
“คุณเหนือคะ ดื่มชาที่คุณย่าตั้งใจนำมาฝากหน่อยนะคะ เดี๋ยวฝันรินให้นะคะ” วาดดาวส่งรอยยิ้มหวาน ยื่นแก้วชาร้อนๆ ไปตรงหน้าของชายหนุ่ม
แต่ว่านาวากลับจ้องมองแก้วชาในมือของเธอด้วยสายตาที่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก ดุดันและเย็นชา ใบหน้าของเขาตอนนี้ดูนิ่งเฉยแต่แววตาของเขานั้นกลับมีความดุดันจนวาดดาวเองก็ไม่รู้ว่าแววตานั้นหมายความว่าอย่างไร
วาดดาวชะงักไปเล็กน้อยด้วยความงงงวย วินาทีนั้นเอง ความทรงจำเกี่ยวกับแฟ้มประวัติของนาวาที่นงพะงาแม่ของเธอยัดใส่มือเธอก่อนที่จะเข้าพิธีวิวาห์ก็ลอยเข้ามาในหัวของเธอ
‘นาวาไม่มีประวัติการแพ้อาหารหรือสิ่งใด’
วาดดาวมั่นใจเต็มร้อยว่าการเอาอกเอาใจสามีต่อหน้าคุณย่าด้วยชาดอกไม้แก้วนี้ จะทำให้นาวามองเธอเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน เธอจึงขยับยิ้มหวานยื่นแก้วชาเข้าใกล้เขามากขึ้นไปอีก
แต่ยิ่งขยับความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากคนตัวโตกลับยิ่งเข้มข้นจนบรรยากาศรอบโต๊ะน้ำชาเย็นยะเยือก ดวงตาของนาวาจ้องมองวาดดาวดุดันมากขึ้น เขาขบกรามจนขากรรไกรขบกันแน่น
“คุณเหนือ ดื่มสักหน่อยสิคะ” วาดดาวเอ่ยเย้าเสียงนุ่ม พยายามซ่อนความวูบไหวในอกเมื่อเห็นดวงตาของเขาที่เริ่มแข็งกร้าวมากขึ้น แม้ในใจของเธอจะพยายามคิดว่ามันคือท่าทีปกติของเขา
เพล้ง!!!
ยังไม่ทันที่วาดดาวจะได้วางแก้วชา นาวาก็ใช้ฝ่ามือปัดแก้วชาในมือของเธอทิ้งอย่างรุนแรงโดยไม่แยแสสายตาใคร แก้วชาราคาแพงร่วงตกลงกระทบพื้นหินอ่อนแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย น้ำชาร้อนๆ พร้อมเกสรดอกไม้ป่าสาดกระเด็นเปรอะเปื้อนพื้นและชายกระโปรงผ้าไหมสีครีมของวาดาวจนเป็นคราบน่าเกลียด
“ตาเหนือ ทำอะไรของแกน่ะ” คุณนายกิมหลานร้องขึ้นด้วยความตกใจ เสียงแก้วแตกทำเอาป้าสมรและแม่บ้านที่ยืนคอยรับใช้ถึงกับหน้าซีดอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก
นาวายืนขึ้นเต็มความสูง ร่างกายสูงใหญ่ที่สายตาเต็มไปด้วยความอันตรายทำให้บรรยากาศรอบข้างน่ากลัวมากยิ่งขึ้น
เขาเดินก้าวมาคว้าท่อนแขนเรียวของเธอไว้แน่น แล้วกระชากร่างบางอย่างแรงจนตัวเธอลอยเข้ามาปะทะแผงอกแกร่งของเขา
“คุณเหนือ ปล่อยฝันนะ ฝันเจ็บ” วาดดาวร้องขึ้นมาด้วยความตกใจและหวาดกลัว มือข้างหนึ่งยกขึ้นดันอกกว้างของเขาไว้ตามสัญชาตณาณ
“ตาเหนือ ปล่อยหนูฝันเดี๋ยวนี้นะ แกเป็นอะไรของแก” คุณนายกิมหลานละล่ำละลักบอก พลางยกมือทาบอกด้วยความตกใจกับท่าทีของหลานชาย
“คุณย่าครับ ย่าจำไม่ได้เหรอครับว่าผมแพ้เกสรดอกไม้ป่า” นาวาเอ่ยตอบผู้เป็นย่าด้วยน้ำเสียงกดต่ำ เข้มข้นไปด้วยความโกรธ แต่สายตากลับไม่ละไปจากใบหน้าเนียนของวาดดาวเลยแม้แต่วินาทีเดียว
“ดื่มเข้าไปแค่นิดเดียว หลอดลมผมก็อักเสบจนช็อกและหยุดหายใจได้ทันที คุณย่าลืมไปแล้วเหรอครับ”
คำพูดของนาวาทำเอาคุณนายกิมหลานชะงักกึก หญิงชราหน้าเสียไปถนัดตา ก่อนจะยกมือขึ้นแตะขมับตัวเองด้วยความตกใจและรู้สึกผิด
“ตายจริง ย่า ย่าหลงลืมไป” คุณนายกิมหลานเอ่ยเสียงสั่นด้วยความลืมตัวตามวัยชรา
“ย่าจำได้แค่ว่าแกชอบดื่มชา แต่ย่าลืมไปสนิทเลยว่าแกแพ้เกสรดอกไม้ป่า ย่าขอโทษนะตาเหนือ”
คำสารภาพของคุณย่ากระแทกเข้ากลางอกของวาดดาวอย่างแรง ความจริงอันน่าหวาดกลัวตบลงกลางหัวใจเธอจนหน้าซีดเผือด ไร้สีเลือดขึ้นมาทันที
นงพะงาไม่ได้แค่จำข้อมูลผิดแต่แม่ของเธอไม่ได้ใส่ใจจะสืบหาข้อมูลความจริงเกี่ยวกับนาวาเลยต่างหาก ข้อมูลที่บอกว่านาวาไม่แพ้อะไรเลยนั้นเป็นเพียงคำโกหกส่งๆ เพื่อให้เธอรีบแต่งงานขัดดอกออกมาเท่านั้น!
นาวากดใบหน้าคมสันลงมากระซิบที่ข้างใบหูเล็กของวาดดาว น้ำเสียงที่เค้นออกมาจากลำคอนั้นเต็มไปด้วยความเย็นชา เหี้ยมเกรียม และกดดันอย่างถึงที่สุด:
“คนอย่างวาดฝันที่หมั้นหมายกับฉันมาหลายปี และเคยเห็นฉันเข้าโรงพยาบาลเพราะแพ้ชาดอกไม้ต่อหน้าต่อตา ไม่มีทางยื่นแก้วชานี้ให้ฉันแน่”
ความอบอุ่นจากลมหายใจของเขาขัดแย้งกับความเย็นเยือกในคำพูดจนวาดดาวตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง นาวากระชับแรงบีบที่ท่อนแขนเล็กแน่นขึ้นอีกจนเธอเจ็บยอก
“เธอตั้งใจจะฆ่าฉัน หรือว่าเธอไม่ได้รู้จักฉันเลยแม้แต่น้อย วาดฝัน”
