บทที่ 8 บทลงโทษ
บทลงโทษ
ท่อนแขนแข็งแรงของนาวายังคงบีบรัดข้อมือเล็กของวาดดาวไว้แน่นจนผิวกายเนียนของวาดดาวมีรอยแดงขึ้นมา
อารมณ์เดือดของนาวาทำให้วาดดาวตัวสั่นสะท้าน ใบหน้าของเธอซีดเผือด บรรยากาศรอบโต๊ะน้ำชาเต็มไปด้วยความอึดอัด
“อย่าทำหนูฝันเลยนะลูก ย่าผิดเองที่หลงลืมไป” คุณย่ากิมหลานเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยความกังวลและตกใจ
“คุณย่าไม่ผิดหรอกครับ” นาวากระซิบเสียงต่ำ ดวงตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของวาดดาว เธอไม่กล้าแม้จะสบตากับเขาเพราะยิ่งมองก็ยิ่งทำให้เธอหายใจไม่ออก
“คนที่ควรขอโทษ คือคนที่หมั้นหมายกับผมมาหลายปีและเพิ่งแต่งงานกัน แต่กลับยื่นของมีพิษนี้ให้ผมด้วยมือตัวเองต่างหาก”
วาดดาวสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่ เธอรู้ดีว่าหากยอมรับความจริงในตอนนี้ ทุกอย่างจะจบสิ้นลงทันที
เธอต้องดึงเอานิสัยของวาดฝันที่ถือดีและเอาแต่ใจออกมาตบตาเขาเพื่อเอาตัวรอด
“ฝันไม่ได้ตั้งใจนะคะคุณเหนือ” วาดดาวทำเสียงสั่น พร้อมกับบีบน้ำตาร้องไห้ออกมาจนไหลอาบสองแก้ม
“ฝันแค่อยากเอาใจคุณเหนือค่ะ อยากให้คุณย่าเห็นว่าเราสองคนเข้ากันได้ดี ฝันจำได้ว่าคุณเหนือชอบดื่มชา แต่ฝันไม่ได้สังเกตว่าชามีดอกไม้ป่าชนิดที่คุณเหนือแพ้ ฝันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายคุณเหนือจริงๆ นะคะ”
วาดดาวพยายามใช้มืออีกข้างดันอกกว้างของเขาออก สะบัดข้อมือออกอย่างแรง นาวาจ้องมองหยาดน้ำตาบนสองแก้มของเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมปล่อยมือออก วาดดาวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ยกมือขึ้นกุมข้อมือที่ขึ้นรอยแดงไว้แล้วก็ส่งสายตาประท้วงและน้อยใจไปให้เขา
“ถ้าคุณเหนือระแวงฝันขนาดนี้ วันหลังฝันจะไม่หยิบไม่จับอะไรมาให้คุณเหนืออีกแล้วค่ะ” วาดดาสเชิดหน้าขึ้นพูดทั้งน้ำตา ก่อนจะหมุนตัววิ่งหนีออกไปยังห้องนอนทันที
คุณนายกิมหลานถอนหายใจยาว มองตามแผ่นหลังของหลานสะใภ้ไปด้วยความเห็นใจ ก่อนจะหันมามองหลานชายที่ยืนนิ่ง
“แกทำเกินไปนะตาเหนือ หนูฝันอาจจะแค่ไม่ได้ระวัง”
“คุณย่ากลับไปพักผ่อนเถอะครับ” นาวาตัดบทก่อนที่คุณย่าจะได้พูดอะไรต่อไปอีก
“ถ้าอย่างนั้น ย่ากลับก่อนไว้วันหลังย่ามาหาใหม่ หรือไม่แกก็พาหนูฝันไปหาย่าบ้าง” คุณย่าพูดจบก็เดินออกไป พร้อมกับคนรับใช้ส่วนตัว
นาวาเดินไปทางห้องทำงาน เพื่อกลับไปทำงานของเขาต่อ
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่คุณนายกิมหลานกลับไป นาวาก็เริ่มใช้ข้อบังคับกับวาดดาว เขาออกคำสั่งเด็ดขาดกับป้าสมรให้ย้ายข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดของวาดดาวออกจากห้องนอนใหญ่ ไปยังอีกห้องที่อยู่อีกฟากหนึ่ง
ห้องพักใหม่นี้แม้จะกว้าวขวางแต่กลับเต็มไปด้วยความเงียบเหงาและโดดเดี่ยว นาวาจำกัดพื้นที่ในบ้านอย่างเข้มงวด ไม่ให้วาดดาวข้ามฝั่งห้องทำงานกับห้องนอนของเขา
“ตรัย” นาวาเอ่ยเสียงเรียบกับเลขาของเขา ขณะยืนมองร่างบางที่เดินตามแม่บ้านไปยังห้องพักใหม่
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตรวจสอบการใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตและขอประวัติสายโทรศัพท์เข้าออกของวาดฝันให้ฉันด้วย”
“ครับคุณนาวา” ตรัยคุณรับคำสั่งอย่างสำรวม พลางมองวาดดาวด้วยสายตา เห็นใจแต่ไม่อาจยื่นมือเข้าช่วยได้
วาดดาวมองห้องพักใหญ่ด้วยความรู้สึกอึดอัด นาวากำลังทำให้เธอต้องโดดเดี่ยว เธอถูกตัดขาดออกจากสังคม
“ทำไมฉันต้องมาติดแหง็กอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วย”วาดดาวเอ่ยขึ้นมาก่อนจะกดโทรหาเพื่อนเพื่อระบายความในใจ
วาดดาวทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงกว้าง มือเรียวกดเบอร์โทรออกไปหากานต์ชนิต เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอที่รู้ความจริงเรื่องการสลับตัว เธอต้องการเพื่อนเพราะตอนนี้เธอเหงาเหลือเกิน
“เกรซ แกรับสายฉันทีเถอะ” วาดดาวพึมพำกับตัวเองด้วยความหวาดหวั่น
เสียงสัญญาณรอสายดังอยู่สามครั้งก่อนจะตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความ
‘หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้’
วาดดาวถอนหายใจออกมาอย่างหมดแรง เธอลืมไปสนิทเลยว่าเพื่อนของเธอกำลังติดงานที่ต่างจังหวัด และนาวาเองก็สั่งให้ตรัยคุณดักสัญญาณอินเทอร์เน็ตของเธอไว้หมดแล้ว การพยายามติดต่อคนนอกในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าหากับดักที่นาวาวางไว้
ขณะเดียวกันที่ห้องทำงานของนาวา
บนหน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงข้อมูลการพยายามโทรออกของวาดดาวอย่างละเอียด ตรัยคุณยืนรายงานอยู่ข้างโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสำรวม
“คุณวาดฝัน พยายามโทรหาคุณกานต์ชนิตแต่เธอไม่รับสายครับ” ตรัยคุณรายงานตามความจริง
นาวาละสายตาจากเอกสารขึ้นมองหน้าจอด้วยความสงสัย
“กานต์ชนิตเป็นเพื่อนของวาดฝันอย่างนั้นเหรอ”
“ไม่ใช่ครับคุณเหนือ” ตรัยคุณชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงอึกอัก
“คุณกานต์ชนิตเป็นเพื่อนสนิทของคุณวาดดาว แฝดน้องของคุณวาดฝันครับ ส่วนคุณวาดฝันไม่ได้สนิทสักเท่าไร แต่ก็เคยไปไหนด้วยกันบ้างครับ”
คำรายงานของตรัยคุณทำให้นาวาขมวดคิ้วแน่นขึ้น ชายหนุ่มแสยะยิ้มมุมปากออกมาอย่างร้ายกาจ วาดฝันที่ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตาและไม่ยอมคนแต่ทำไมตอนนี้ยอมโทรหาเพื่อนของน้องสาวแล้วยังยอมให้เขาจำกัดบริเวณ
“ตรัยไปจัดการเรื่องมื้อเย็นของวันนี้ สั่งแม่บ้านจัดเมนูตามที่ฉันบอก” นาวาเค้นเสียงในลำคอ
“รับทราบครับ” ตรัยคุณรับคำสั่งแล้วหมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้อง แต่ก้าวไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดชะงักเมื่อประตูห้องทำงานถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
