บทที่ 10 ไม่ชอบใช้ของร่วมกับคนอื่นค่ะ

ไปรยาพูดยาวรวดเดียวจบแล้วอดยิ้มแบบภูมิใจไม่ได้ ใครต่อใครชอบคิดว่าพริตตี้งานมอเตอร์โชว์-โชว์แต่ความเซ็กซี่แต่จริงๆ เธอต้องทำงานหนักกับการจดจำข้อมูลของสินค้า และหาวิธีพูดเพื่อจูงใจคนให้ซื้ออีกด้วย โดยเฉพาะรถยนต์ซึ่งเป็นของชิ้นใหญ่และต้องใช้เงินจำนวนมาก

ฟรานเชสโก้รู้สึกชอบใจกับการนำเสนอของหญิงสาว เขาแน่ใจว่าเธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร หากเป็นที่อิตาลี่ทุกคนจะกรูเข้ามาหาเขาเพื่อเสนอสินค้าและบริการนานาชนิดแต่เธอไม่รู้จักเขา แต่นั้นยิ่งทำให้เขาประทับใจ

ไม่ซิ ต้องเรียกว่า ‘ถูกใจ’ ต่างหาก

“สั่งจองได้ทีนี่เลยใช่ไหม”

ไปรยาตะลึงเล็กน้อยแล้วเก็บอาการไว้ ตลอดการทำงานหลายวันมานี่เธอเห็นมาเยอะแล้วพวกที่ชอบ ‘โชว์ป๋า’ ทำเป็นควักเงินมาจ่ายเป็นค่าจอดรถแต่เอาเข้าใจมีเพียงไม่กี่รายที่จะ ‘ซื้อ’ จริงๆ 

“ทางนี้ค่ะ” ไปรยาเชิญเขาให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ แต่ชายหนุ่มหยุดเดินสำรวจดูรถอีกรอบแล้วหันมาทางเธอ

“คุณชอบสีอะไร”

“ค่ะ” ไปรยาถามกลับอย่างงงๆ 

“ผมถามว่าคุณชอบสีอะไรระหว่างแดงกับขาว”

“ทำไมต้องถามฉันด้วยละคะ”

“ก็รถรุ่นนี้มีสองสี ผมก็เลยอยากหาคนช่วยเลือก”

“ฉันไม่ใช่เจ้าของ คุณเลือกเองดีกว่าค่ะ”

“ถ้าผมอยากให้คุณเป็นเจ้าของร่วมละว่าไง”

ไปรยาหยุดอึ้งไปหลายวินาที เธอจ้องมองอีกฝ่ายแต่เขาไม่ได้ยิ้มเล่นหัวแต่ในแววตาเขามีรอยเจ้าเล่ห์แฝงอยู่

“ฉันไม่ชอบใช้ของร่วมกับคนอื่นค่ะ” ไปรยาเชิดหน้าตอบอย่างไม่หวั่นไหวกับสายตาเร่าร้อนที่เขามองมา การท้าทายกันด้วยสายตาทำให้เธอรู้สึกเหมือนรอบข้างไม่มีใครเลยนอกจากเธอกลับเขา

“เจอของถูกใจแล้วหรือครับ” ลอยเอ่ยถามกับฟรานเชสโก้แล้วหันไปยิ้มให้กับไปรยา “วันนี้สวยเหมือนเดิมนะ”

“รู้จักกันเหรอ” ฟรานเชสโก้ถามลอยทั้งที่สายตายังอยู่ที่ไปรยา

“ครับ รุ่นน้องแล้วก็เพื่อนของเพื่อน” ลอยยักไหล่เพราะไม่รู้จะอธิบายความสัมพันธ์ยังไง 

“เพื่อนของเพื่อน”

“นั่นเจฟฟ์กับนริศครับ” ลอยแนะนำชายหนุ่มอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา

ฟรานเชสโก้มองดูชายหนุ่มที่ลอยแนะนำ ชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าตาลูกครึ่งส่วนอีกคนหน้าตาไทยแท้ ทั้งสองหนุ่มยกมือไหว้ตามมารยาทไทยแต่คนที่ชื่อนริศมองเขาอย่างเคืองๆ ตาขวางๆ ชอบกล แต่ของแบบนี้ไม่ต้องอธิบายก็พอจะรู้ว่าเพราะอะไร

“ท่าทางนายจะยุ่ง เดี๋ยวฉันไปจัดการเรื่องรถ แล้วว่างๆ เข้าไปหาที่ออฟฟิศด้วย ฉันอยากได้รูปสวยๆ ไปประดับโรงแรมหน่อย อ้อ...จะชวนเพื่อนไปด้วยกันก็ได้”

ฟรานเชสโก้พยักหน้าให้นิดๆ แล้วหันไปยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ไปรยานิดหนึ่งก่อนเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจัดการซื้อรถที่ตัวเองต้องการ ลอยโคลงศีรษะอย่างงงๆ เจฟฟ์กับนริศมองหน้ากันก่อนหันไปยิ้มให้ไปรยานิดหนึ่ง 

“ขอตัวทำงานก่อนนะ”

“ต๊ะจะรอนะ เลิกงานจะไปส่ง” นริศรีบบอกก่อนที่หญิงสาวจะเดินออกไป

“ฮืม...ขอบใจ”

นริศมองร่างเพรียวเดินไปทำหน้าที่ของตัวเอง ลอยชวนเจฟฟ์และนริศออกไปนั่งหาอะไรดื่มรอเวลาไปรยาเลิกงงาน นริศหงุดหงิดที่เห็นคนมาจีบไปรยาแบบนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้คือสายตาห่วงใยของเพื่อนคนหนึ่งที่มองอย่างเก็บอารมณ์เสมอมา

เพราะมันคือความรู้สึกที่พูดไม่ได้ และเขาเองก็ยอมไม่ได้ที่จะเสียเพื่อนไปเพราะความรู้สึกในใจของตัวเอง.

….

ไปรยาถอนหายใจอย่างเบื่อๆ  ในขณะที่เพื่อนร่วมงานต่างกระโดดโลดเต้นกลางฟอร์ลเต้นรำ วันนี้เป็นการทำงานวันสุดท้ายในงานมอเตอร์โชว์ ตลอดการทำงานสิบสองวันต้องเจอเสือสิงห์กระทิงแรด แต่ที่เหนื่อยใจมากกว่าคือต้องโกหกแม่เพื่อออกจากบ้าน เธอคงหมดมุขที่จะโกหกอีกนาน แต่เธอเองคงไม่ต้องทำงานพิเศษอีกหลายวันเพราะเงินที่ได้ครั้งนี้มากพอที่จะทำให้เธอมีเวลานั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบที่บ้านได้สบายๆ ไปอีกหลายวัน

ใจจริงเธออยากล้างเครื่องสำอางแล้วนอนแผ่หราบนเตียงให้หายปวดน่อง บนชั้นวางรองเท้าไม่เคยมีรองเท้าส้นสูงแบบนี้หรอก เธอสวมแต่รองเท้าคัทชูหรือไม่ก็รองเท้าแตะธรรมดาๆ และเธอก็ไม่ใช่คนที่ชอบดื่มหรือเที่ยวกลางคืนนี้แบบแต่ที่มาที่นี่ได้เพราะเพื่อนร่วมงานรวมหัวกันโกหกเธอ

“ไป๋ วันนี้เลิกงานแล้วไปกินข้าวกันนะ”

“ที่ไหนหรอคะ”

“ก็ตรงไหนมีข้าวกินก็ไปตรงนั้นแหละ”

เพื่อนรวมงานของเธอเอ่ยชวนก่อนที่จะพาเธอมาที่นี่ ซึ่งถ้าเธอรู้ก่อนว่าจะเป็นสถานที่แบบนี้เธอคงไม่มาเด็ดขาด ไปรยาแอบถอนหายใจอีกครั้งแล้วยกแก้วน้ำหวานผสมโซดาขึ้นดื่ม ก็จริงนะ เพราะร้านนี้มีอาหารให้สั่งกินได้มากกว่ากับแกล้ม แต่เธอนึกว่าจะเป็นร้านอาหารหรือไม่ก็ร้านข้ามต้มอะไรแบบนั้นมากกว่า แต่ปรากฏว่าเป็นผับเสียได้แล้วเธอก็นั่งรถมากับเพื่อนๆ จะเดินหนีก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำซะด้วยซิ

เธอไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทเป็นผู้หญิง จะว่าไปเธอไม่มีเลยก็ว่าได้ เธอไม่ค่อยสนใจเรื่องแต่งเนื้อแต่งตัว แฟชั่นหรือข่าวแวดวงบันเทิง ชีวิตเธอมีแต่เรียนและงานพิเศษเท่านั้น ที่สนิทกับนริศก็เพราะน้าวรรณที่อยู่ร้านเสริมสวยรู้จักกับแม่ของเธอและเป็นคนหาบ้านเช่าให้แม่ด้วย ส่วนเจฟฟ์ก็เป็นเพื่อนสนิทกับนริศทำให้พวกเขาได้รู้จักันไปโดยปริยาย

เอาเถอะ เดี๋ยวค่อยหาทางแวบๆ ออกไปก็ได้ ไปรยาบอกกับตัวเองแล้วใช้ช้อนส้อมจิ้มลูกชิ้นในจานส่งเข้าปากพลางคิดถึงเรื่องที่คุยกับผู้จัดการขณะที่ยื่นซองเงินค่าแรงให้เธอ

‘เธอทำงานได้ดีมาก ลูกค้าชมเธอเยอะมาก’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป