บทที่ 2 เจ้าชายมาเฟีย
ฟรานเชสโก้ตอบทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนถามเขาล้วงมือลงในกางเกงแสลคเนื้อดีควานหากุญแจรถแล้วเพิ่งนึกคิดขึ้นได้ว่าตอนที่ขับรถมา รถติดเหลือบรรยายจนต้องจอดทิ้งไว้ที่สถานีรถไฟใต้ดินเพื่อให้ถึงสุขุมวิทภายในสิบห้านาทีเขาตบกระเป๋าเสื้อเชิ้ตของตนการ์ดแข็งๆ ทำให้รู้โดยไม่ต้องหยิบออกมาดูว่าบัตรจอดรถของทางรถไฟใต้ดินยังคงอยู่ดีเขาเองก็จำไม่ได้แล้วว่าจอดรถไว้นานเพียงใดเขาไม่แน่ใจว่าจะจอดรถได้ถึงกี่ทุ่ม เขาไม่เคยใช้รถไฟทั้งใต้ดินและลอยฟ้าเที่ยวสุดท้าย และสมองไม่ว่างพอจะเปิดลิ้นชักความทรงจำว่าอัตราค่าจอดรถนั้นเท่าไหร่เขาไม่ค่อยใส่ใจจะจดจำกับเรื่องพวกนี้นักแต่มันมักหวนถึงถึงภาพเก่าๆอยู่เสมอเหมือนฉายหนังซ้ำกลับไปมาหลายต่อหลายรอบ มันไม่ใช่มีเพียงภาพเท่านั้นแต่ยังมีเสียงสะท้อนก้องในโสตประสาทที่สำคัญความรู้สึกต่อเหตุการณ์นั้นๆ ในห้วงเวลานั้นด้วยเช่นความรู้สึกของเขาในขณะที่เพิ่งก้าวเท้าพ้นสถานที่อันอัดแน่นไปด้วยผู้คนที่โยกย้ายเคลื่อนไหวร่างกายไปตามจังหวะเสียงเพลงที่กระหึ่มอยู่ภายใน
ปกติชีวิตเขาเดินทางอยู่บ่อยๆ อยู่แต่ละที่ไม่เกินสองหรือสามเดือนแต่ส่วนใหญ่เขาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดที่อิตาลี
ฟรานเชสโก้ ซิวีลิอาโน่นั่นคือชื่อของเขาซึ่งเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจของตระกูลซิวีลิอาโน่ผู้ได้ชื่อว่าเป็นมาเฟียศตวรรษที่ 21 แห่งอิตาลีการมีอำนาจในมือทำให้คนยำเกรงโดยที่เขายังไม่ทันได้ลงมือทำอะไรบางทีมันก็น่าเบื่อเกินไปแต่มีบางเรื่องที่เขาเผลอคิดแล้วอดหัวเราะไม่ได้ตระกูลซิวีลิอาโน่เป็นที่นับหน้าถือตาและทรงอิทธิพลมากที่สุดตระกูลหนึ่งในอิตาลี่แต่มักจะพลาดท่าเสียทีกับเรื่องง่ายๆ ที่เรียกว่า ‘ความรัก’
เมื่อราวๆ หนึ่งปีก่อน ‘ราฟาเอล ซิวีลิอาโน่’ น้องชายต่างมารดาของเขาเพิ่งแต่งงานกับสาวไทยและดูท่าทางจะมีความสุขดีกับชีวิตครอบครัวจนมีแววว่าจะไม่กลับไปอิตาลีกลายเป็นว่าระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาเขาต้องคอยเที่ยวไปเที่ยวมาเพื่อช่วยดูแลสาขาในประเทศไทยให้แน่ใจก่อนจะปล่อยให้เจ้าน้องชายต่างแม่รับผิดแบบเต็มๆ
‘ไม่ต้องทำเป็นสนใจกันขนาดนี้ก็ได้เมื่อก่อนแทบไม่เคยเห็นหัวกันเลยไม่ใช่หรือไง’ ถึงจะเป็นพ่อคนแล้วแต่บ่อยครั้งที่ราฟาเอลยังทำหงุดหงิดใส่เขาเหมือนเป็นเด็ก
‘ถ้าพ่อไม่สั่งฉันก็ไม่มาที่นี่หรอก’ เขาจำได้ว่าตอนนั้นเขายักไหล่ไม่สนใจเจ้าน้องชายที่น่าเบื่อนี่
‘เอาเถอะไว้มีเมียมีลูกเมื่อไหร่ก็จะเข้าใจเองหล่ะ’
ฟรานเชสโก้เผลอหัวเราะร่าถึงเขาจะอายุสามสิบหก แล้วแต่ความคิดที่จะมีเมียมีลูกหรือที่เรียกว่า ‘ครอบครัว’ มันคงเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาคิดถึงเลยก็ว่าได้ก็ชีวิตเค้าออกจะสมบูรณ์แบบและมีสาวๆ มาให้เลือกไม่ซ้ำหน้าแล้วทำไมต้องต้องจำเจกับผู้หญิงคนเดียวด้วย
ชายหนุ่มพอใจที่จะให้ใครต่อใครมองเขาด้วยสายตายำเกรง หวาดผวาและเกรงกลัวเขาเติบโตมาอย่างแข็งแกร่งในฐานะบุตรคนชายคนที่สองของภรรยาที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกกฎหมายของ ‘ริคาโด้ ซิวีลิอาโน่’ พ่อของเขามีภรรยาหลายคนแม้ว่าพ่อจะไม่ใช่ ‘สามี’ ที่ดีนักแต่อย่างน้อยที่สุดไม่ว่าผู้หญิงคนไหนที่อ้างตัวว่ามีลูกกับพ่อเด็กคนนั้นจะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีโดยไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันสายสัมพันธ์ทางสายเลือด
แต่มีไม่กี่คนหรอกที่ ‘ริคาโด้ ซิวีลิอาโน่’ วางตัวไว้เพื่อสืบทอดกิจการหลายหมื่นล้านหนึ่งนั้นก็คือเขา-ฟรานเชสโก้ซิวีลิอาโน่
ชายหนุ่มปรายตามองหญิงสาวที่มองเขาอยู่ในเขาไม่ได้ยิ้มตอบเพียงก้มศีรษะเป็นเชิงทักทายให้เธอนิดหนึ่งแค่โปรยเสน่ห์เล็กๆ น้อยๆ พอเช็คเรตติ้งให้ตัวร่างสูงโปร่งเจ้าของความสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรผมหยักศกปรกบ่างานและสวมชุดสูทสีเข้มซึ่งเป็นสีประจำตัวของเขางานหลักของเขายังคงเป็นพวกธุรกิจค้าเงินข้ามประเทศโยกย้ายเงินจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง แต่งานอดิเรกของเขาคือการถ่ายภาพแต่งานออกแบบโฆษณาก็เป็นเสมือนของเล่นยามว่างของเขาด้วยเหมือนกันฟรานเชสโก้คลั่งไคล้การเก็บภาพด้วยกล้องถ่ายรูป หลงรักเสียงลั่นชัตเตอร์เขามีอุปกรณ์เสริมครบครันรวมทั้งเลนส์ชนิดต่างๆ แต่เขาก็เรียนรู้ว่าการที่จะได้ภาพถ่ายที่ดีไม่ใช่ใช้เพียงกล้องและอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ที่ฝีมือและความตั้งใจของคนกดชัตเตอร์ และสิ่งที่เขาพอใจที่สุดคือได้ฉายา ‘เจ้าชายมาเฟีย’
ชายหนุ่มแอบหาวเล็กๆ แล้วเดินหลบมาจากงานเลี้ยง นี่ไม่ใช่เวลานอนสำหรับเขามันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นแต่งานเลี้ยงที่น่าเบื่อไม่สามารถดึงดูดเขาไว้ได้ฟรานเชสโก้โบกมือลาเพื่อนแล้วเดินออกมาด้านนอกผับหรูขณะกำลังคิดอยู่ว่าจะไปทางไหนต่อดีเขาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงโวยวายไม่ไกลนักเขาหันไปมองตามทิศทางของเสียงก็เป็นผับอีกแห่งที่อยู่ใกล้ๆหน้าผับมีซุ้มเล็กๆ ซึ่งเดาได้ว่าน่าจะเป็นซุ้มขายอะไรสักอย่าง
“อย่ามาเล่นตัวนักเลยน๊า เป็นแค่สาวเชียร์เบียร์” เสียงนักเที่ยวชายเอ่ยแซวทั้งที่ตัวเองก็อ้อแอ้
“พวกเราไม่ใช่สาวเชียร์เบียร์นะคะ กรุณาทำความเข้าใจเสียใหม่ด้วย” หญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มถอนหายใจหนักๆ เธอยกมือขึ้นกอดอกทำให้ชุดรัดรูปสีน้ำเงินเกาะอกมีโลโก้เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอร์ชนิดหนึ่งเน้นสัดส่วนของเธอมากยิ่งขึ้น
“ก็รู้ๆ กันอยู่อย่าทำเป็นดัดจริตหน่อยเลย” ชายคนนั้นพยายามจะเข้ามากอดรัดปลุกปล้ำหญิงสาวต่อหน้าผู้คนที่เดินเข้า-ออกที่ผับแห่งนั้นแต่เธอเบี่ยงตัวหลบแล้วเตะผ่าหมากเข้าทันที!
“โอ๊ย”
“อุ๊ยคุณพี่ เป็นอะไรไปคะ อยู่ดีๆ ก็เข่าอ่อนลงไปนั่งกับพื้น” หญิงสาวหัวเราะคิกคักแล้วหันหลังเดินปัดมือเหมือนปัดเศษฝุ่นทันที่ไม่มีฝุ่นติดมือ
“อีนังนี่” ชายอีกคนพุ่งเข้าใส่ด้วยความโมโหและอับอายที่เพื่อนถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ ล้มคว่ำต่อหน้าคนอื่นแต่หมัดของเขาก็ชะงักค้างในอากาศเมื่อมีมือแข็งแกร่งมายึดไว้ก่อน
“มึงเป็นใครวะ มายุ่งเรื่องชาวบ้านทำไม”
