บทที่ 6 ใครต่อใครมักพูดถึงเขาอย่างนั้น
ฟรานเชสโก้ถอนหายใจหนักๆ เขาจำได้ว่าวันนั้นเขาไม่ได้พูดอะไรสักคำ สมบัติหรือกิจการของลุงโทนี่มีมากมายหลายร้อยล้านก็จริง แต่เขาไม่คิดอยากได้เลยสักนิดที่ดูแลบริหารบริษัทให้ก็เพราะคำสั่งของพ่อและมันก็ท้าทายความสามารถของเขา อีกอย่างสมบัติของตระกูลซิวีลิอาโน่ก็มีไม่น้อยต่อให้แบ่งให้ลูกๆ ของพ่อครบทุกคนก็เถอะ แต่ที่เขาหงุดหงิดก็คือทำไมต้องบังคับให้เขา ‘แต่งงาน’ ทั้งที่ลุงโทนี่น่าจะรู้ดีว่าเขาเป็นคนที่เคยประกาศว่าจะ ‘ไม่แต่งงาน’
ฟรานเชสโก้พยายามนึกถึงใบหน้าลูกสาวของลุงโทนี่ เขาไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นักและไม่อยากยุ่งเกินหน้าที่ รูปถ่ายติดบัตรในเอกสารการขอทุนการศึกษา เธอถักเปียสองข้างสวมชุดนักเรียนเรียบร้อยถูกระเบียบทุกกระเบียดนิ้วและผลการเรียนยอดเยี่ยมทุกวิชา
ในความเป็นจริงเขาปฏิเสธมรดกเจ้าปัญหานี้ก็ได้ โซเฟียและโรเบิร์ตไม่มีปัญญาบริหารงานให้เจริญได้หรอกมีแต่จะดิ่งลงเหวมากกว่า ต่อให้เขาปฏิเสธยังไงสองคนนั้นก็ต้องจ้างเขาไปบริหารอยู่ดี ก็เท่าที่รู้สองคนนั้นทำงานไม่เป็นดีแต่ผลาญเงินไปวันๆ ซะมากกว่า แต่เขาก็อยากรู้ว่าทำไมลุงโทนี่ถึงทำแบบนั้น
แล้วอะไร? อะไร? ทำให้ลุงโทนี่เขียนพินัยกรรมพิลึกๆ แบบนั้นได้นะ
“ลังเลไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้จัดการให้มันจบๆ ไปดีกว่า”
ชายหนุ่มบอกกับตัวเองแล้วจัดการอาบน้ำแล้วแต่งตัวให้เรียบร้อย เขาสวมเสื้อสูทแบรนเนมสีเข้ม เผยแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามด้วยการไม่ติดกระดุมเม็ดบนสองเม็ด เขาเดินฮัมเพลงลงมาที่ชั้นล่างอีกครั้ง อันโตนิโอที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารในมือเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้สึกว่ามีใครเดินผ่าน
“จะไปไหน”
“ท่องราตรี”
“ฟื้นตัวเร็วดีนี่พ่อแวมไพร์”
“ขอเที่ยวสั่งลาสักสองสามคืนเถอะ”
ฟรานเชสโก้ยักคิ้วให้พี่ชายแล้วแกว่งพวงกุญแจรถในมือเล่นแล้วเดินออกไปที่รถหรูคันที่ประจำแล้วขับฝ่ากลางคืนที่รุ่มร้อนไปที่ผับประจำของเขา เมื่อถึงที่หมายเขาจอดรถแล้วลงเดินเผื่อเข้าไปในร้านแต่อดมองทิวทัศน์รอบข้างเหมือนระลึกถึงความรู้สึกบางอย่างที่ติดอยู่ในความทรงจำ
ภายนอกเป็นสีดำกำมะหยี่ของรัตติกาล มีแสงไฟสว่างวับวาวจากตึกระฟ้าที่เรียงรายตลอดเส้นทางทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนร่างกายของเขาโปร่งใสเสมือนไร้ตัวตนบนโลกใบนี้ หญิงสาวผู้มีไฝเม็ดเล็กๆ ที่หางคิ้วขวาปรายตาแล้วโปรยยิ้มเสน่หาส่งให้ แต่เธอก็ต้องทำคางเชิดและสะบัดหน้าหนีจนผมยาวประบ่าของตนปลิวเมื่อรู้ว่ากิริยาที่ส่งออกมาไม่ถึงผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเลย หญิงสาวผู้ทดสอบเสน่ห์ของตนลุกขึ้นเดินไปหาเพื่อนอีกกลุ่มของตนเอง ที่นั่งฝั่งตรงข้ามว่างเปล่า ฟรานเชสโก้จึงมองภาพตนเองในเงากระจกของร้านได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และความทรงจำเมื่อหลายปีล่วงผ่านก็ฉายซ้ำอีกครา
‘คุณมันคนไม่มีหัวใจ’
ใครต่อใครก็มักพูดถึงเขาอย่างนั้น ถ้าเขาไม่มีหัวใจจริงๆ ทำไมเขาจึงเจ็บปวดกับเรื่องราวในคราวนั้นอยู่เล่า
ฟรานเชสโก้เคยมีแฟน-แฟนที่หลับนอนอยู่บนเตียงนอนเดียวกับเขาปีเศษ เมื่อทางบ้านเขารู้เขาก็กังวลมิใช่น้อย แต่ถึงที่สุดก็ไม่มีหญิงคนใดอยู่กับเขาจนถึงวันที่เขารับปริญญาสักราย เขาชอบงานที่ท้าทายนอกจากงานที่บริษัทฯ ของพ่อแล้ว เขายังได้ทำงานในบริษัทโฆษณาปีเศษจนสร้างสมประสบการณ์และบารมีให้กับชื่อและนามสกุลที่ได้มาเขาก็ขยับเข้าไปทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศในการผลิตโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ โฆษณาเพียงไม่กี่วินาทีที่เล่นระหว่างละคร ข่าว เกมโชว์แต่ประชากรผู้ครอบครองรีโมทส่วนใหญ่มักกดหนี ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าเขาเป็นผู้คิดสร้างสรรค์เรื่องราวเหล่านั้น ช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ของเขาแต่มันก็อยู่กับฟรานเชสโก้ได้ไม่นานนัก
เขาน่าจะเป็นคนโชคดีเรื่องการงานแต่อาภัพเรื่องความรักทั้งที่ใบหน้าคมคายของเขาเป็นที่ดึงดูดสาวๆ ได้เป็นอย่างดี สามปีหลังรับปริญาให้พ่อได้ภูมิใจและมีรูปเขาสวมชุดครุยประดับไว้ที่ผนังบ้าน เขาได้รู้จักหญิงสาวที่ทำงานในบริษัทเดียวกัน เขาใช้เวลาจีบเธอสี่เดือนเศษและเดือนที่ห้าเตียงนอนของเขาก็มีเธอมานอนเคียงทุกค่ำคืน เธอมีความใจเย็น อดและพอเข้าใจกับสังคมที่เขาเป็นอยู่ แต่ความขี้สงสารหญิงสาวอื่นที่เขามาติดพันเขาทำให้ภาพของเขากลายเป็นคนเจ้าชู้ไปในทันที เขารู้ถึงความเปราะบางของจิตใจตนเองจึงหลงรักความเข้มแข็งในท่าทีอ่อนหวานของเธอ แต่กระนั้นเขาก็มิอาจรักษาเธอไว้ให้นอนเบียดชิดที่เตียงนอนเดียวกับเขาได้อีกต่อไปเมื่อความอ่อนไหวในจิตใจถูกสั่นคลอนด้วยใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในชีวิต
‘คุณมันคนไม่มีหัวใจ’
ฟรานเชสโก้หัวเราะในลำคอแล้วยกแก้วไวน์ดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
ก็ลองดูก็แล้วกัน ถ้าเขามันคนไม่มีหัวใจจริงๆ คงไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการแต่งงานครั้งนี้ ก็ลองดูสักตั้ง โชคชะตาที่เขาไม่คิดว่ามีจริงจะชักพาให้เขาต้องเจอะเจอสิ่งใด.
ชายหนุ่มผมยาวเพ่งมองหญิงสาวในชุดเดรสกระโปรงสั้นรัดรูปหญิงสาวแต่งแต้มใบหน้าเข้มและจัดจ้านแม้แต่ทรงผมก็ดูทันสมัยจนไม่น่าเชื่อ แต่เขาก็มั่นใจว่าหญิงสาวตรงหน้าคือใคร
“ไปรยา”
“คะ” ไปรยาหันมาตามเสียงเรียกแล้วก็ต้องสะดุ้งกับตกใจอ้าปากค้าง “พี่ลอย”
“แต่งตัวแบบนี้แทบจำไม่ได้แหนะ” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ
“ก็ไม่อยากให้ใครจำได้เท่าไหร่นักหรอก” หญิงสาวสารภาพแล้วหันไปพูดกับเพื่อนร่วมงาน “ขอพักสิบนาทีนะ”
