บทที่ 1 นางฟ้า
ณ งานเลี้ยงประจำปีของบริษัทเอสทีเอ็มโปรดักชั่น ที่จัดขึ้นในร้านอาหารหรูบนตึกสูงที่มีวิวอันสวยงามของกรุงเทพอยู่รอบๆ ก็มีร่างบอบบางของสาวสวยยืนฉีกยิ้มอยู่บนเวที พร้อมกับรางวัลขวัญใจพนักงาน ที่เธอได้ครองแชมป์ติดต่อกันมาเกือบห้าปี ตั้งแต่ที่เธอเข้ามาทำงานในบริษัทนี้
“น้ำอิง ขอขอบคุณพี่ๆเพื่อนๆน้องๆทุกคนที่โหวตรางวัลนี้ให้น้ำอิงนะคะ คืนนี้น้ำอิงขอให้ทุกๆคนสนุกกับงาน แล้วก็ขอให้เจ้านายของเราใจดีๆ ให้โบนัสพวกเราแบบนี้เยอะๆนะคะ และที่สำคัญขอให้บริษัทของเราได้กำไรเยอะๆ จนชนะคู่แข่งไปเลยค่ะ ” อันทิกาพูดขอบคุณทุกคนไปก็ยกแก้วชูขึ้น แล้วทุกคนในงานก็ร้องออกมาอย่างหึกเหิม ก่อนจะยกเหล้าดื่มกันตามหญิงสาวที่อยู่บนเวที จากนั้นอันทิกาก็ลงมาที่โต๊ะนั่งของเธอและเพื่อนๆในบริษัท
“ฉันล่ะเบื่อ เอะอะแกก็ได้ตลอดอ่ะ แล้วดูฉันสิ ออกจะสวยและเซ็กซี่แต่กลับไม่เคยได้รางวัลอะไรเลยอ่ะ” ทิชากรเอ่ยแซวเพื่อนสาวไปเมื่อเพื่อนสาวกลับมานั่งโต๊ะแล้ว
“เอาน่า ถึงแกไม่ได้รางวัลแต่ชีวิตแกก็แฮปปี้กว่าฉันเยอะอ่ะยัยฝ้าย สวยแล้วไม่มีแฟนก็ไม่รู้จะสวยไปทำไมอ่ะ” อันทิกาเอ่ยพูดบอกไป เพราะเธอก็โสดมานานมาก นานจนเธอใกล้จะขึ้นคานอยู่แล้ว
“ก็ถ้าแกไม่เลือกเยอะอ่ะนะ ป่านนี้แกคงมีลูกมีผัวไปแล้วแหละ ไม่ต้องมานั่งทำงานเป็นสาวออฟฟิศอย่างทุกวันนี้หรอก แล้วไอ้คุณภูชิตที่เขาตามจีบแกอยู่ทุกๆวัน ทำไมแกไม่เอาล่ะยะ” ทิชากรเอ่ยพูดแขวะเพื่อนสาวไป เพราะภูชิตเจ้านายของพวกเธอตามจีบอันทิกามาหลายปีแล้ว แต่อันทิกาก็ไม่ยอมใจอ่อนสักที
“ก็เขาไม่ใช่ผู้ชายในอุดมคติของฉันนิ จะเอามาทำซากอะไรล่ะ อีกอย่างเขาก็เป็นเจ้านาย ฉันไม่อยากจะมีปัญหาให้ใครๆมาว่า ว่าฉันใช้เต้าไต่ เข้าใจไหมจ้า” อันทิกาพูดบอกเพื่อนสาวไปก็จิบไวน์อย่างชิวๆ
“จ้ะๆ แล้วไอ้ผู้ชายในอุดมคติของแกน่ะมันหาได้ไหมล่ะในสมัยนี้ หล่อ รวย ใจดี รักเดียวใจเดียว แล้วก็เป็นสุภาพบุรุษ เท่ สมาร์ต หายากอย่างกับงมเข็ม หรือไม่ถ้าเจออ่ะนะ ร้อยทั้งร้อยก็เป็นเกย์อ่ะ” ทิชากรพูดแขวะเพื่อนสาวต่ออย่างไม่ยอม เพราะที่เพื่อนสาวโสดมาทุกวันนี้ก็เพราะความเลือกเยอะของนางนั่นแหละ ที่ทำให้นางปิดตัวเองกับผู้ชายที่เข้ามาจีบ
“ถ้าจะหาผู้ชายเพอร์เฟคขนาดนั้น เจ้ว่าน้องน้ำอิงก็อยู่เป็นโสดต่อไปเถอะ ฮ่าๆ” ปาริน เป็นเกย์เจ้ใหญ่ของวงเอ่ยพูดแซวออกไปอีกคน หลังจากที่ฟังสองสาวพูดคุยกันแล้ว
“เออจริง สมัยนี้ผู้ชายดีๆหายากจะตายไป แกอย่ามัวเล่นตัวอยู่เลยยัยน้ำอิง เลือกๆเอาสักคนเถอะ ก่อนที่ใยแมงมุมมันจะทำรังในมดลูกของแก จริงไหมตัวเอง” นีน่าเพื่อนร่วมงานก็เอ่ยพูดบอกไป ก่อนจะไปอ้อนแฟนหนุ่มของเธอที่ทำงานในแผนกเดียวกัน
“จริงจ้ะ น้องน้ำอิงควรจะมีแฟนได้แล้วนะ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว ไม่ต้องเลือกเยอะแยะหรอก” วีรภาพก็เอ่ยเสริมตามแฟนสาวไป ก่อนจะทำท่ารักใคร่กันจนอันทิกาถึงกับเบะปากกับความรักของคนทั้งสอง
“เฮ้อ น้ำอิงแค่อายุยี่สิบเจ็ดนะคะ ไม่ได้แก่ขนาดนั้นสักหน่อย น้ำอิงไม่รีบค่ะ พวกพี่ๆไม่ต้องเป็นห่วงน้ำอิงกันหรอกค่ะ แกก็อีกคนยัยฝ้าย” อันทิกาเอ่ยบอกกับทุกคนโดยเฉพาะเพื่อนสาวที่คอยคะยั้นคะยอให้เธอมีแฟนจนออกนอกหน้า
“ตี๊ด ตี๊ด” เสียงโทรศัพท์ของอันทิกาดังขึ้น พอเห็นว่าเป็นน้องชายคนเล็กโทรมาหา เธอจึงเอ่ยบอกกับทุกคนทันที เพราะน้องชายคงจะโทรมาบอกว่าขึ้นเครื่องแล้ว
“เอ่อทุกคนคะ น้ำอิงคงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ พอดีเดี๋ยวต้องไปรับน้องชายที่สนามบินต่ออ่ะค่ะ ยัยฝ้ายไปก่อนนะ ไอ้สองตัวนั่นขึ้นเครื่องมาแล้ว” อันทิกาบอกไปก็ลุกขึ้นทันที
“ขับรถดีๆนะแก แล้วเจอกัน” ทิชากรเอ่ยบอกกับเพื่อนสาว เพราะอันทิกาบอกเธอก่อนหน้านี้แล้วว่าต้องไปรับน้องชายที่สนามบิน
จากนั้นอันทิกาก็ออกมาด้านนอกก่อนจะกดโทรศัพท์โทรกลับหาน้องชายของเธอ
“ฮัลโหลน่าน เจ้กำลังจะไปสนามบินแล้ว แกสองคนขึ้นเครื่องแล้วรึยัง” อันทิกาเอ่ยถามน้องชายทันทีที่น้องชายกดรับสาย
“เรียบร้อยเจ้ ผมกับไอ้เหนือนั่งบนเครื่องละ เครื่องกำลังจะออกแล้วเนี่ย แค่นี้นะเจ้ ขับรถดีๆล่ะอย่าไปซิ่งมาก ผมเป็นห่วง ตุ๊ด ตุ๊ด” น้ำน่านเอ่ยบอกพี่สาวของเขาไปก็กดวางสายไปทันที เพราะเครื่องใกล้จะขึ้นแล้ว
“เฮ้อ ไอ้ตัวแสบ ยังไม่ทันตอบเลย จะรีบวางสายไปไหนเนี่ย” อันทิกาพูดไปก็ขับรถมุ่งตรงไปที่สนามบินสุวรรณภมิทันที เพราะน้องชายทั้งสองนั่งเครื่องบินมาจากเชียงใหม่ เพื่อกลับมาเรียนต่อที่โรงเรียนนายเรืออากาศ หลังจากที่ได้พักเพียงสองอาทิตย์เท่านั้น
พอเธอขับรถมาเกือบชั่วโมงก็มาถึงสนามบินเธอก็วนหาที่จอดรถ ก่อนจะเข้าไปนั่งรอน้องชายด้านในสนามบิน
ณ บริษัทสายการบินเอสเทริน์ไทยแอร์ไลน์ ก็กำลังวุ่นวายเมื่อรองผู้บริหารเข้ามาตรวจงานก็จัดการไล่พนักงานออกหลายคน เพราะทำงานไม่เรียบร้อยและบกพร่องในหน้าที่ หลังจากที่เขาปลอมตัวเป็นหนุ่มเซอร์ๆทำตัวมอซอไปขอซื้อตั๋วและขึ้นเครื่องบินกลับมาจากการเที่ยวที่ภาคใต้ เขาก็เจอกับการบริการที่เรียกว่าแย่มาก สำหรับการเป็นลูกค้าของสายการบินตัวเอง แม้กระทั่งตอนที่แกล้งเดินชนกับแอร์และนักบินของสายการบินของตัวเองที่ขึ้นเครื่องมาพร้อมกัน เพื่อให้โอกาสพวกนั้นแก้ตัวแต่มันกลับแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้...
“ตุ๊บ” เหมราชแกล้งเอาแก้วกาแฟชนที่ไหล่ของแอร์สาว ก่อนจะล้มไปกับพื้นจนของในกระเป๋าเป้ของเขาของหล่อนกระจุยกระจายตามพื้น แต่แอร์และนักบินก็ไม่ได้ขอโทษหรือช่วยเขาแต่อย่างใด
“เดินให้มันดีๆหน่อยสิคุณ ชุดฉันเปื้อนหมดแล้วเห็นไหม อ้าย” แอร์สาวโวยวายลั่นก่อนจะทำท่าไม่พอใจใส่
“ทำไมเขาปล่อยให้คนจรจัดแบบนี้มาเดินแถวนี้ได้วะ ทำเรื่องเดือดร้อนให้คนอื่นไปทั่ว น่ารำคาญ” นักบินเอ่ยพูดต่อว่าออกไปอย่างโมโหที่แฟนสาวโดยชนแบบนี้
“เออจริงด้วย ยิ่งตอนบนเครื่องเมื่อกี้นะ อะไรก็สั่งไม่เป็น บ้านนอกจริงๆ” แอร์สาวอีกคนเอ่ยเสริมมาอย่างดูถูกเช่นกัน
อันทิกาที่นั่งรอน้องชายอยู่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มเดินไปชนกับแอร์สาวแล้ว เธอก็คิดว่าเขาคงไม่ได้ตั้งใจหรอก แต่ดูสิ เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนพวกนั้นต้องดูถูกคนอื่นด้วย ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้วิเศษมาจากไหน อันทิกาคิดไป ก็ลุกขึ้นไปพะยุงตัวของชายหนุ่มเซอร์ๆผมยาวคนนั้นทันที
“ฉันช่วยนะคะ คุณเจ็บตรงไหนไหมคะ” อันทิกาเข้ามาถามชายหนุ่ม แล้วมองหน้าของเขาที่เงยขึ้นมามองเธอแล้วเขาก็นิ่ง จนเธอต้องเรียกเขาซ้ำ
ส่วนเหมราชมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความนิ่งงัน เธอมีใบหน้าที่สวยหวาน แถมรอยยิ้มก็น่ารักละมุมละไม แล้วชุดสีดำเปิดไหล่ที่เธอใส่ก็ขัดกับผิวขาวๆของเธออย่างน่ามอง เหมราชมองผ่านแว่นตาดำด้วยสายตาชื่นชอบอย่างอดไม่ได้
“คุณคะ ลุกไหวไหมคะ” อันทิกาถามซ้ำออกไป เพราะเขาเอาแต่มองหน้าเธอไม่ตอบอะไรเธอเลยสักอย่าง เธอรู้ว่าเธอน่ะสวย ไม่ต้องมองขนาดนั้นก็ได้ อันทิกาคิดในใจอย่างหลงตัวเอง
“อ่อ ไหวครับ ขอบคุณครับ” เหมราชบอกหญิงสาวออกไป ก็ลุกขึ้นตามการประคับประคองของหญิงสาวแสนสวยที่มาช่วยเขาในเวลาที่เขาคิดว่าคงจะไม่มีใครเข้ามาช่วย แล้วก็ได้สูดดมกลิ่นกายของเธอที่หอมอย่างน่าหลงใหล จนเขาสงสัยว่าเธอใช้น้ำหอมยี่ห้อไหนกัน ทำไมมันหอมดึงดูดเขาขนาดนี้
“พวกคุณทำงานบริการไม่น่าจะมาดูถูกคนอื่นนะคะ อีกอย่างเขาก็แค่ชนคุณเท่านั้น ส่วนเสื้อผ้าที่เลอะมันก็เอาไปซักได้นิคะ ทำไมต้องว่าเขาขนาดนี้ด้วย เขาก็เป็นคนเหมือนกับพวกคุณ ทำงานหาเช้ากินค่ำ และที่นี่มันไม่ใช่ที่ของพวกคุณคนเดียว ใครๆก็มีสิทธิ์จะใช้พื้นที่ที่นี่ทั้งนั้น ไม่ต้องมาเบ่งใส่หรอกค่ะก็แค่แอร์กับนักบินที่ไม่มีมารยาท ฉันจะร้องเรียนสายการบินของพวกคุณแน่ที่ทำตัวไร้มารยาทกับลูกค้าแบบนี้ ” อันทิกาด่าสั่งสอนไปอย่างไม่กลัว จนเหมราชที่ได้ฟังถึงกับแอบยิ้มมุมปากกับความคิดของเธอ และดีใจที่เธอไม่ใช่แค่สวยแต่เธอกับมีน้ำใจกับคนอื่นด้วย
“ อ่อ แล้วที่สำคัญเลยนะคะ พวกคุณน่ะ โคตรจะทำลายภาพพจน์และจรรยาบันของแอร์กับนักบินเลย ถ้าทำแบบนี้ฉันว่าคุณไม่ควรจะทำงานที่นี่ต่อไปนะคะ” อันทิกาพูดต่ออกไปอย่างเตือนๆกับพฤติกรรมที่ไม่ควรจะมีของเหล่าบรรดาคนที่ทำงานบริการ
“คุณไม่ใช่ลูกค้าของสายการบินเราสักหน่อย อย่ามาเจ๋อ” แอร์สาวอีกคนเอ่ยพูดตอกกลับ จนอันทิกายิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างน่ากลัว
“ตอนนี้ไม่ใช่ แต่ต่อไปใช่แน่ค่ะ แล้วฉันก็ชอบเผือกซะด้วยสิคะ” อันทิกาพูดไปก็โทรหากิตติทัตผู้จัดการการตลาด ของสายการบินเอสเทริน์ไทยแอร์ไลน์ที่เธอกำลังมีปัญหาอยู่กับพนักงานของพวกเขาตอนนี้ทันที เพราะเธอทำงานกับหลายสายการบินจึงรู้จักคนแวดวงธุรกิจนี้ดี
“คุณกิตติทัตคะ ช่วยลงมาที่ชั้นสองตรงเครื่องบินขาเข้าภายในประเทศหน่อยค่ะ พอดีพนักงานของคุณทำตัวไม่น่ารักกับลูกค้าเอาซะเลย ช่วยมาด่วนเลยนะคะ” อันทิกาเอ่ยพูดจบก็กดวางสายไป ก่อนจะยิ้มใส่พวกแอร์สาวและนักบินที่ตอนนี้หน้าซี๊ดเป็นไก่ต้ม
“เล่นผิดคนก็งี้แหละค่ะ ถ้าไม่โดนพักงานก็คงโดนไล่ออก ยังไงก็ยินดีล่วงหน้านะคะ” อันทิกาพูดบอกไปก็ยิ้มมุมปากอย่างมีชัย ก่อนจะหันไปหาชายหนุ่มที่เธอช่วยเอาไว้จากแอร์สาวและนักบิน
เหมราชเองก็มองหญิงสาวอย่างทึ้งๆ เธอทั้งพูดเก่งว่องไว แถมยังมีไหวพริบดีขนาดนี้ เธอน่าจะไม่ธรรมดา เพราะเธอรู้จักกับกิตติทัตผู้จัดการการตลาดของบริษัทของเขาด้วย
“คุณไปนั่งรอตรงนั้นก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันจัดการให้ค่ะ คนดูถูกคนอื่นแบบนี้ ต้องเจอฉันค่ะ” อันทิกาเอ่ยบอกไปก็หันไปหากิตติทัตที่เดินเข้ามาหาหญิงสาวพอดี
ก่อนที่ทั้งสองจะทักทายกันด้วยความสนิทสนม และอันทิกาก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้กับกิตติทัตฟัง จนเหมราชที่มองอยากรู้ว่าเธอเป็นใคร
“ทางเราต้องขอโทษคุณลูกค้าด้วยนะครับที่พนักงานของเราทำกริยาไม่เหมาะสมออกไป ทางเราจะจัดการตักเตือนและจะไม่ให้พนังานของเราทำแบบนี้กับคุณอีกครับ ขอโทษครับ ขอโทษค่ะ” กิตติทัตเดินเข้ามาขอโทษลูกค้าหนุ่มด้วยความสุภาพ ก่อนจะหันไปบอกแอร์และนักบินที่มีเรื่องให้ขอโทษลูกค้าคนนี้ตามเขา
“อืม ถือว่าให้แล้วๆกันไปก็แล้วกัน” เหมราชแกล้งพูดบอกไปเพราะเขายังไม่อยากจะเปิดเผยตัวตนของเขาตอนนี้ เพราะเขายังอยาจะรู้จักสาวสวยที่ช่วยเขาไว้อยู่
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณน้ำอิง ต้องไปจัดการพวกนี้ให้เรียบร้อยก่อน ยังไงไว้เจอกันที่งานแต่งงานเลยนะครับ” กิตติทัตเอ่ยบอกไปอย่างเป็นกันเอง เพราะเขาจะต้องไปงานแต่งของวีรภาพและนีน่าเพื่อนร่วมงานของเธออีก
“ค่ะ คุณกิตติทัต ขอบคุณนะคะ” อันทิกาเอ่ยพูดบอกไปก็ยิ้มให้เป็นการขอบคุณ ก่อนจะมองชายหนุ่มที่เธอช่วยไว้เดินเข้ามาหา พร้อมกับว่าเขาในใจ คนอะไรตัวสูงชิบ
“ขอบคุณที่ช่วยผมนะครับ นี่ถือว่าผมให้เป็นการขอบคุณจากผมนะครับ” เหมราชพูดไปก็เอาสร้อยข้อมือที่เขาซื้อมาตอนไปเที่ยวทะเลให้กับเธอ
“ยินดีค่ะ ฉันจะใส่มันแน่นอนค่ะ งั้นขอตัวนะคะ ต้องไปรอรับน้องชายแล้วน่ะค่ะ” อันทิกาเอ่ยบอกไปด้วยรอยยิ้มก็รับสร้อยข้อมือมา ก่อนจะมองหน้าของชายหนุ่มอย่างสังเกต แต่เขาใส่แว่นตาสีดำบังไว้จึงทำหน้าไม่เห็นใบหน้าเต็มๆของเขา แถมหนวดก็ยังรกรุงรังอีก เธอจึงไม่ได้มองสังเกตอะไรเขาอีก
“ครับ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ” เหมราชพูดบอกไปก็ยิ้มให้ ก่อนจะเดินมุ่งตรงไปที่สำนักงานของเขาที่อยู่ในสนามบิน เพราะเขาต้องไปจัดการกับพนักงานกลุ่มเมื่อกี้ให้หลาบจำ จะได้ไม่มีใครกล้าทำแบบนี้
ณ ปัจจุบัน...
พอทุกคนรู้ว่าตัวจริงของเขาเป็นใครก็อึ้งกันไปเป็นแถว ก่อนจะขอโทษกันไปต่างๆนาๆ แต่เหมราชก็เด็ดขาดได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเขาตัดสินใจไล่ทุกคนที่มีเรื่องกับเขาเมื่อกี้ออกจากงานทันที
ส่วนเรื่องผู้หญิงที่มาช่วยเขา เขาก็ไม่ลืมที่จะถามว่าเธอเป็นใคร จนกิตติทัตไขข้อข้องใจให้เขาได้รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือคนที่มาประสานงานกับบริษัทของเขาเรื่องตั๋วเครื่องบินนั่นเอง
“ทบทวนเรื่องไล่พนักงานออกหน่อยเถอะครับคุณเหม พวกเขาทำผิดแค่ครั้งเดียวเองนะครับ” จักรพงศ์เอ่ยขอร้องแทนพนักงานที่ถูกไล่ออก เพราะเหตุผลที่ดูแลบริการลูกค้าด้วยน้ำเสียงไม่สุภาพ
“แค่ครั้งเดียวงั้นเหรอ แต่มันทำให้บริษัทของเราเสียชื่อเสียมากแค่ไหนคุณรู้ไหม ถ้าผมไม่ปลอมตัวไปเป็นลูกค้า คงไม่รู้ว่าพนักงานของเราทำตัวแย่ขนาดไหนกับลูกค้า ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีลูกค้ามาติเรื่องบริการของเรา อ่อ แล้วก็ทำโครงการอบรมพนักงานให้ผมด้วยนะ ผมจะมาฟังตอนประชุมครั้งหน้า ส่วนเรื่องผู้หญิงที่มาช่วยผมน่ะ คราวหน้าขอให้เธอมาประชุมกับเราด้วยนะ บอกว่าทางเรามีข้อเสนอเที่ยวบินให้พวกเขา อ่อ ย้ำว่าเธอคนนั้นต้องมา” เหมราชเอ่ยพูดไป พร้อมกับมองหน้าลูกน้องคนสนิทที่คอยช่วยเขาจัดการเรื่องบริษัทด้วยสายตาจริงจัง
“ครับคุณเหม แล้วคุณเหมจะเข้ากรมกี่วันครับ” จักรพงศ์เอ่ยถามไป เพื่อความมั่นใจว่าเขาจะมีเวลาในการสั่งทำโครงการอบรมพนักงานทันเวลาตามที่เจ้านายสุดโหดของเขากำหนด ไหนจะผู้หญิงที่เจ้านายเขาหมายถึงอีก เขาต้องติดต่อขอคิวงานกับเธออีก ไม่รู้เจ้านายจะทำเขาปวดหัวไปถึงไหน
“อาทิตย์หนึ่งมั้ง ผมต้องลงไปดูนายทหารรุ่นนี้เขาฝึกหลายวัน ถ้างานมีปัญหาอะไรก็โทรมาหาผมได้ตลอด แล้วก็ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ ผมไม่ไล่ลูกน้องดีๆแบบคุณออกหรอกน่า” เหมราชพูดบอกไปแล้วยิ้มมุมปากใส่จักรพงศ์
“คุณเหมจะไม่เปลี่ยนชุดหน่อยเหรอครับ” จักรพงศ์ถามออกไป เพราะเจ้านายยังอยู่ในสภาพของหนุ่มมอซออยู่
“ไม่ล่ะ นายไปทำงานต่อเถอะ ฉันจะกลับบ้านแล้ว” เหมราชพูดบอกไปก็เดินออกมาทันที ปล่อยให้ลูกน้องหนุ่มมองตามหลังอย่างหนักใจ กับความติสแตกของเจ้านายที่ชอบทำอะไรที่ใครๆเขาไม่ทำกัน
ส่วนเหมราชก็เดินออกไปจากศูยน์สายการบินของตัวเองที่อยู่ในสนามบิน ก็เดินทางกลับคอนโดเพื่อจะไปเตรียมตัวออกไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆค่ำนี้
