บทที่ 6 ขายครั้งแรก!
เปลือกตาบางขยับเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ปรืิอเปิดขึ้นรับแสงสว่าง ดวงตาที่ยังคงพร่ามัวพยายามโฟกัสกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าอย่างมึนงง
สภาพแวดล้อมอันเลือนลางค่อยๆชัดเจนขึ้นทีละนิด จนเมื่อม่านตาปรับรับกับแสงสว่างภายในห้องได้แล้ว หญิงสาวจึงเริ่มจับภาพได้ว่าอะไรเป็นอะไร
เพดานสีขาวนวลถูกประดับเอาไว้ด้วยดวงไฟน้อยใหญ่หลากหลายดวง ตกแต่งจัดวางอย่างตั้งใจให้เป็นรูปดาวห้าแฉกอย่างสวยงาม ร่างบางรีบขยับกายลุกขึ้นนั่งทันทีที่รู้ว่านี่ไม่ใช่ที่ที่เธอคุ้นเคย
ใบหน้าหวานหันมองซ้ายทีขวาทีอย่างตกใจปนสับสน ตอนนี้เธออยู่เพียงลำพังในห้องนอนของใคร หรือที่ไหนก็ไม่รู้ มันหรูหราใหญ่โตและถูกประดับตกแต่งเอาไว้ด้วยวัสดุอุปกรณ์ราคาแพงแทบทั้งสิ้น นาฬิกาที่ฝาผนัง ณ ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มสี่สิบห้าแล้ว
ม่านมุกพยายามนึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ และเท่าที่จำได้คือเธอกำลังจะเดินทางไปคุยเรื่องการกู้เงินกับเฮียชาติ ซึ่งก็นั่งคุยกันในรถอยู่ดีๆ กับพี่เดือนและพี่ป้อม ก่อนที่เธอจะรู้สึกง่วงนอนแล้วเผลอหลับไป แล้วสุดท้ายเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน
ครืด!! เสียงประตูบานเลื่อนขยับเคลื่อนออกพร้อมการปรากฏกายของชายรูปร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาว
ม่านมุกเบิกตามองบุคคลที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำซึ่งเป็นส่วนต่อขยายออกไปจากห้องนอนหรูหรานี้ที่เธอยังไม่ทันได้สังเกตในตอนแรก
ดวงตาสองคู่สบประสานกันด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง
ธัญจ้องเข้าไปในดวงตาเรียวสวยนั้นด้วยความหลงไหล ตอนหลับก็ว่าน่าเอ็นดูแล้วแต่พอตอนตื่นแล้วทำหน้าตกใจใส่เขาแบบนี้ก็ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่
ในขณะที่ม่านมุกมองอีกฝ่ายด้วยใจที่สั่นระรัว คนตรงหน้าของเธอคือ พี่ธัญ! ผู้ชายที่เธอเทิดทูนไว้ในหัวใจและอยู่ในความทรงจำเสมอมา ม่านมุกไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าจะได้เจอเขา
"ตื่นแล้วเหรอ" ชายหนุ่มเอ่ยถาม
"เอ่อ..." หญิงสาวแทบหาเสียงของตัวเองไม่เจอเมื่อเผลอจ้องใบหน้าหล่อเหลานั้นนานจนเกินไป หนำซ้ำยังเผลอเคลื่อนสายตาลงตรงแผ่นอกกำยำที่กลางรอยแยกของสาบเสื้อคลุมหมิ่นเหม่ที่เขาสวมใส่อยู่นั่นอีก เมื่อรู้ตัวหญิงสาวก็รีบเบือนสายตาหนีไปทางอื่นด้วยผิวแก้มที่ร้อนผ่าว "คือว่า...ที่นี่ที่ไหนเหรอคะ"
"คอนโดฉันเอง"
"คอนโดของคุณ!"
"ใช่" ธัญพยักหน้า พลางลอบสังเกตปฏิกิริยาของหญิงสาว เหตุใดเธอจึงได้มีท่าทีแปลกๆ
ม่านมุกงงหนักไปกว่าเดิมจนจับต้นชนปลายไม่ถูก เธอมาอยู่ที่คอนโดของพี่ธัญได้ยังไง "ละ...แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเหรอคะ" หญิงสาวถามพลางยกมือขึ้นลูบผิวกายเมื่อรู้สึกเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจขึ้นมาเสียเฉยๆ ต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับเธอแน่
ว่าแต่พี่ธัญจำเธอไม่ได้เลยเหรอ สายตาที่เขาใช้มองเธอมันเหมืิอนคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เงาสะท้อนของเรื่องราวในอดีตไหลผ่านความคิดอย่างน่าน้อยใจ แต่มันจะแปลกอะไรในเมื่อเธอไม่ได้สำคัญสำหรับพี่ธัญขนาดนั้นเสียหน่อย ม่านมุกได้แต่คิดอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
"ญาติเธอสองคนที่มาพร้อมกับคุณชาติบอกว่าเธอกังวลกับการขายครั้งแรกให้กับฉันมาก เลยดื่มเยอะไปหน่อยจนเมาหลับไป ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร เพราะผู้หญิงที่ฉันเคยซื้อก็เป็นแบบนี้อยู่หลายคน"
ม่านมุกใจเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อได้ฟังคำบอกเล่าที่ออกจากปากของเขา "ซื้อผู้หญิง! ขายครั้งแรก! คุณหมายถึงขะ..ขายตัวรึเปล่าคะ"
ธัญพยักหน้าอีกครั้งด้วยอารมณ์ที่เริ่มขุ่นมัว นี่เธอจะมาไม่ไหน ทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรแล้วอัพราคาค่าตัวแบบที่เขาเคยเจอมาอีกหรือเปล่า
"ไม่ใช่นะคะ ฉันไม่ได้มาขายตัวให้คุณอย่างแน่นอน แล้วสองคนนั้นก็ไม่ใช่ญาติฉันแต่เป็นญาติของเพื่อนสนิทฉันค่ะ" ม่านมุกรีบยกมืิอขึ้นค้านพลางส่ายหน้าปฏิเสธ
"อย่าบอกฉันนะว่าเธอโดนโปะยามา หรือว่าโดนล่อลวงมาโดยไม่ได้เต็มใจ ถ้าเป็นแบบนั้นฉันคงต้องจัดการผับของไอ้สุชาติให้มันให้สิ้นซากไปเสียที คราวนี้ธุรกิจมันได้พังยับคามือฉันจริงๆแน่ โทษฐานที่มันกล้าเล่นตลกตบตาฉัน และทำให้ต้องเสียทั้งเวลาทั้งอารมณ์กับเรื่องไร้สาระนี่" ธัญขึ้นเสียงกร้าวอย่างไม่สบอารมณ์
ม่านมุกสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นท่าทีไม่พอใจของชายตรงหน้ารวมถึงคำพูดคำจาที่เหมืิอนกับว่าโมโหเฮียชาติเป็นอย่างมาก ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกเป็นกังวล เพราะคนอย่างพี่ธัญทำแบบนั้นได้จริง มันไม่ได้เป็นเพียงแค่คำขู่ เธอรู้ว่าเขามีญาติทั้งที่เป็นคนใหญ่คนโตและเป็นผู้มีอิทธิพลคล้ายๆกับเจ้าพ่อมาเฟีย
เพราะแท้จริงแล้วเฮียชาติรู้เรื่องนี้ด้วยหรือเปล่าเธอไม่อาจรู้ได้ หากเฮียไม่เกี่ยวข้องด้วยแล้วโดนหางเลขแบบนั้นม่านมุกคงจะรู้สึกผิดมากที่ทำให้เฮียต้องเดือดร้อน
อย่างน้อยเมื่อยามการเงินของเธอย่ำแย่เฮียก็ยังเคยมีน้ำใจให้หยิบยืม แต่ที่รู้แน่ๆคืิอพี่เดือนกับพี่ป้อมต้องรู้เห็นเป็นใจในการวางยาเธอ เพราะหลังจากกินแซนด์วิชที่พี่เดือนยื่นให้แล้วเธอก็หลับไปเลย
มิน่าล่ะแพรดาวถึงกำชับให้เธอระมัดระวังตัวและอย่าไว้ใจญาติผู้พี่ทั้งสองคนนี้มากนัก
ที่สำคัญม่านมุกตั้งใจจะไปกู้เงินจากเฮียชาติด้วย ถ้าหากผับของเฮียถูกพี่ธัญจัดการอย่างที่พูดจริง คราวนี้ม่านมุกจะหันหน้าไปพึ่งใคร
"ว่ายังไง เธอโดนหลอกหรืิอว่าโดนบังคับให้มาที่นี่หรือเปล่า" ธัญถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดังมากขึ้นกว่าเดิม
หญิงสาวตกใจยิ่งไปกว่าเก่าเมื่อท่าทีของเขาบ่งบอกถึงสภาวะอารมณ์ที่ฉุนเฉียว เธอไม่เคยเห็นพี่ธัญในโหมดนี้มาก่อน
