บทที่ 4 บทที่ 1 (3)
ถิรายุหัวเราะร่ายามอยู่ในอ้อมแขนกว้างใหญ่ ทวีรัฐจั๊กจี้เด็กชายจนหัวเราะเอิ๊กอ๊าก โดยมีวริษา และนิตาพี่เลี้ยงสาวมองอยู่ พวกเธอกำลังหัวเราะตามไปด้วย
“โอ้โฮ! ดูสิไอ้เราก็ว่าจะอาบน้ำให้เฉยๆ ที่ไหนได้พออาบเสร็จกลับมาลากเราลงไปคลุกกองแป้งเสียด้วยนี่ แสบนักนะไอ้ตัวเล็ก”
ถิรายุเบี่ยงหน้าหนีทั้งๆ ที่หัวเราะเอิ๊กๆ เมื่อทวีรัฐแนบปลายคางสากๆ เข้ากับแก้มนุ่มนิ่ม เด็กชายใช้มือป้อมๆ ของตนดันใบหน้าใหญ่ๆ ของคนกอดออกห่างเพราะรู้สึกเจ็บ
“พอแล้วค่ะพี่ทวี เดี๋ยวหัวเราะเอิ๊กๆ แบบนี้ได้สะดุ้งตื่นร้องไห้”
“นั่นสิ” ทวีรัฐพึมพำเห็นด้วย พอรามือเด็กชายก็ถอนหายใจเฮือกซึ่ง
คนเห็นก็ต่างยิ้มขำ
“แป้งเต็มเลยค่ะ เช็ดออกก่อนสิคะ”
วริษายื่นกระดาษทิชชูเปียกส่งให้ ทวีรัฐยิ้มและรับมาเช็ดคราบแป้งที่ติดตามหน้าตา หลังเขาไม่ยอมฟังคำทัดทานของเธอที่ห้ามไม่ให้เขาอาบน้ำให้กับถิรายุ จนต้องตกกระด้งแป้งไปกับเด็กชายด้วย
“นิดก็เตือนแล้วนะคะพี่ฝน ว่าน้องยุน่ะชอบเล่นแป้ง แต่ผู้กองไม่ฟัง”
นิตาอายุเพียงยี่สิบสองปี หล่อนกำพร้าไม่มีที่ไป วริษาเจอกับหล่อนบนรถโดยสารตอนกำลังเดินทางขึ้นเหนือ ต่างคนต่างไม่มีที่พึ่ง และเมื่อรู้ว่าตกชะตาไร้ญาติขาดมิตรเหมือนกัน เธอกับนิตาจึงตัดสินใจจะเริ่มต้นใหม่ด้วยกันทั้งคู่ นิตาช่วยเธอดูแลถิรายุ หล่อนจึงเป็นเหมือนน้องสาวแล้วยังเป็นเหมือนครอบครัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ของเธอ
“สุดท้ายก็เลยขาวไปหมดทั้งตัวจนได้”
หล่อนบอกกลั้วหัวเราะ
จะว่าไปผู้หญิงอย่างนิตาไม่ใช่คนสวยแต่ก็ไม่ถึงกับขี้เหร่ หล่อนมีผิวขาวเหลือง นัยน์ตาเรียวรี ร่างเล็กแบบบาง แต่ยิ้มทีโลกก็เหมือนจะสดใสไปด้วยรอยยิ้มของหล่อน ทำให้คนมองสบายตาสบายใจ
“เอ้า! โดนรุม”
ทวีรัฐบอกพลางพยักพเยิดกับเด็กชาย วริษาหัวเราะและหันไปพูดคุยกับนิตาแทน นายตำรวจหนุ่มมองแม่ของเด็กชายด้วยแววตาที่ไม่เคยปิดบังซึ่งความรู้สึกลึกๆ ข้างในใจ
ใช่... เขารักเธอ อยากเริ่มต้นชีวิตกับเธอ แต่...
โอกาสนั้นเขายังไม่เคยได้รับมา เป็นได้แค่พี่ แค่เพื่อนก็เท่านั้น
เขาเคยออกปากแสดงความจำนงของตน ที่ต้องการเข้ามาดูแลและปกป้องสองแม่ลูกให้มากกว่านี้... แต่ว่ามันมีกำแพง กำแพงของใครบางคนที่... ก็คงเป็นพ่อของถิรายุซึ่งขวางไว้ไม่ให้เขาข้ามไป
กี่ปีกันแล้วนะที่เขารู้จักกับเธอ... และกี่ปีกันแล้วล่ะ ที่เธอให้เขาได้แค่คำว่าเพื่อนและพี่ชาย หากความสัมพันธ์มากกว่านั้นที่เขาต้องการ วริษากลับปฏิเสธไม่เคยให้เขาได้รับมันเลยสักครั้ง
เขายังจำได้เมื่อตอนที่พบเธอครั้งแรก
วริษาอุ้มท้องลูกของตัวเองที่ไม่มีพ่อ... หล่อนดูเหมือนแก้วบางๆ ที่เพียงแค่แตะเบาๆ ก็จะแหลกสลายลงไป ทว่าแก้วบางๆ นั่นก็ช่างแข็งแรงเหลือ จากเงินเก็บก้อนเดียว วริษาสามารถทำให้มันงอกเงยได้ภายในเวลาหนึ่งปี อาจจะเป็นโชคของหล่อนก็ได้ ที่ตอนนั้นในอำเภอนี้ยังไม่มีใครนึกถึงบริการรับจัดงานเลี้ยง วริษาเริ่มจากตรงนั้น กิจการของหล่อนดีวันดีคืน เพียงสามปี หล่อนสามารถเช่าซื้อที่พร้อมบ้านตรงนี้ และเปลี่ยนมันเป็นร้านอาหารเล็กๆ และร้านขายต้นไม้ จากนั้นก็มุเรียนต่อจนจบปริญญาตรี พร้อมกับดูแลลูกน้อย ประคับประคองมาจนถึงตอนนี้ ทวีรัฐลอบผ่อนลมหายใจ ดวงตาที่มองวริษาหม่นลงและเมื่อก้มมองถิรายุก็ยิ่งหมอง เด็กชายยังคงสำรวจนั่นนี่บนบ่า และหน้าอกของเขาอย่างซุกซน ด้วยความสนใจใคร่รู้ ถิรายุเป็นเด็กฉลาด และเขารักเด็กชายเหมือนลูก อยากดูแล อยากปกป้องในฐานะพ่อ ถึงแม้ว่าเด็กชายจะเป็นลูกของใครก็ตาม... แต่เขาก็พร้อมจะรับเป็นลูกตัวด้วยความเต็มใจ เขารักวริษา และรักลูกของเธอ ปรารถนาจะอยู่ในฐานะพ่อ แต่ก็ไม่เคยได้เฉียดเข้าไปใกล้เลย
“เอ๊ะยังไง” เมื่อเบือนหน้าขึ้นมอง ทวีรัฐก็พบว่าวริษากำลังมองมาเขาเลิกคิ้วขึ้นละสายตาจากแม่เพื่อมองลูก “ยุครับ ดูสิแม่ฝนมองลุงใหญ่เลย” นายตำรวจเอ่ยในเชิงฟ้อง และเด็กชายก็มองมารดาของตัวเองพลางย่นคิ้วเข้าหากัน วริษาส่ายหน้าบอกกลั้วหัวเราะ
“มองก็ไม่ได้ใช่ไหม งั้นไม่มองแล้วค่ะไม่มอง”
“แน่ะ! มีงอน” ทวีรัฐเย้าและก้มลงคุยกับหลานชายกันสองคน
วริษามองแล้วถอนสายตากลับมายังคู่สนทนาของเธอ แต่แล้วก็นิ่งไม่
เอ่ยอันใดอีก เมื่อได้เห็นสายตาของนิตาซึ่งกำลังมองทวีรัฐยามเผลอตัวอย่างชื่นชม
วริษาผ่อนลมหายใจน้อยๆ
เธอรู้ทวีรัฐเป็นคนเช่นไร และรู้อีกว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอ เธอไม่เคยรังเกียจเขา เขาเป็นคนดีอีกคนที่เธอได้พบเจอ ทว่าเขาดีเกินไป ดีเกินกว่าอดีตเด็กสาวใจแตกอย่างเธอ
เกือบสองทุ่มที่ทวีรัฐลาวริษากลับบ้านพักในคืนนี้ เธอออกมาส่งเขาที่ประตูบ้าน ไม่ได้ออกไปส่งที่รถยนต์ ซึ่งจอดไว้ที่โรงจอดรถใกล้รั้วบ้านด้านหน้าเหมือนทุกที จึงไม่ทันสังเกตเห็นว่า มีใครบางคนคอยจับตามองอยู่มานานแล้ว
“เจอแล้วครับนาย”
ชายเจ้าของเสียงห้าวลึก ซึ่งเอ่ยรายงานผู้เป็นนายที่อยู่ปลายสายนั้นเรือนร่างสูงใหญ่ เขาสวมชุดสีทึบทึมและนั่งอยู่ในรถญี่ปุ่นสีดำคันเล็ก สายตายังจับไปยังบุคคลสองคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านสีขาวหลังน้อย
“คราวนี้ใช่แน่ครับ เธออาศัยอยู่ที่นี่กับเด็กชายและผู้หญิงอีกคน” พูดพลางเบือนหน้าหนีจากภาพที่เห็นอยู่ และก้าวลงจากรถยนต์เดินไปเปิดฝากระโปรงหน้า แสร้งทำราวกับว่าเครื่องยนต์มีปัญหา
“ดูเหมือนจะมีผู้ชายติดพันเธออยู่ครับ ร้อยตำรวจเอกทวีรัฐ โสภณ อายุสามสิบสามปี โสดเป็นคนพื้นที่ รู้จักกันตั้งแต่เธอย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่”
