บทที่ 4 พี่อย่าครางน้องใจไม่ดี
สัตวแพทย์สาวยกมือขึ้นทาบอกตัวเอง รับรู้แรงเต้นของก้อนเนื้อที่อยู่ใต้อกที่ซ่อนตัวภายใต้เสื้อกล้ามเปียกชื้น แรงกระเพื่อมในจังหวะโครมครามของหัวใจกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ทั้งตื่นตระหนก หวาดหวั่น คาดไม่ถึง แต่อารมณ์บางอย่างลึก ๆ กำลังสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้เป็นครั้งแรกในชีวิต
เสียงคำรามแหบพร่าที่ดังสะท้อนผ่านรอยแง้มของประตูห้องน้ำ แฝงไปด้วยกระแสความต้องการอย่างรุนแรงและดิบเถื่อนนั้นทำให้มือเล็กที่กำก้านแก้วน้ำเกร็งแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด เลือดลมไหลพล่านไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย อาการรวดร้าวผสมปนเปกับอารมณ์แปลกใหม่ที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนก่อตัวขึ้นจนสมองอันชาญฉลาดในตำรากลับมืดบอดสนิทไปกับจินตนาการคลับคล้ายคลับคลาถึงของแข็งและใหญ่ที่เพิ่งเบียดแน่นอยู่ตรงหน้าท้องเธอเมื่อครู่ มันไม่ใช่อุปกรณ์ทำงานที่พี่เขยพกใส่กระเป๋าอย่างที่เธอคิด แต่มันคืออุปกรณ์สร้างคนที่กำลังถูกฝ่ามือหยาบกร้านสาวรูดอย่างดุดันอยู่ภายในห้องน้ำแคบ ๆ ตรงหน้า
ความตกใจปนเปความซ่านสยิวที่พุ่งปราดไปทั่วเรือนกายทำให้เวฬาเผลอยืนนิ่งตัวแข็งค้างอยู่ตรงนั้น และมีบางอย่างก่อตัวขึ้นกลางหว่างขาที่วูบวาบและซ่านเสียวที่เกิดจากเสียงแหบกระเส่าคำรามเรียกชื่อของเธออย่างเว้าวอน เสียงนั้นทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกตรึงด้วยมนต์สะกด
“ซี๊ด เวฬาจ๋า...อาส์”
เสียงสั่นพร่าคำรามลั่นห้องอาบน้ำในจังหวะสุดท้ายแผดก้องขึ้นพร้อมกับเสียงลมหายใจกระชากถี่กระชั้น ตามด้วยเสียงหอบระรัวของความสุขสมกับการปลดปล่อยความอัดอั้นอันตึงเครียดทั้งหมดออกมาจนแก่นกายแกร่งคลายความแข็งกร้าวลงโดยศิโรราบ เสียงสายน้ำจากฝักบัวถูกเปิดขึ้นในวินาทีต่อมาเพื่อชำระล้างคราบคาวไฟราคะ
ซ่า...เสียงน้ำที่ไหลนั้นช่วยดึงสติที่เตลิดเปิดเปิงของเวฬาให้สะดุ้งรู้สึกตัว ความกดดันกึ่งกลางเรือนกายยังแผดเผาแสดงอาการเรียกร้องในสิ่งที่เธอไม่รู้จัก และไม่รู้ว่าจะจัดการดับมันอย่างไร ดวงหน้าหวานที่เคยสดใสบัดนี้ร้อนผะผ่าวราวกับอยู่หน้าเตาไฟ ความอับอายและตระหนักว่าตัวเองกำลังแอบฟังเรื่องใต้สะดือของพี่เขย ลับหลังพี่สาวที่นอนป่วยอยู่ ความลนลานทำให้สัตวแพทย์สาวรีบร้อนหันหลัง หมายจะก้าวเดินออกจากพื้นที่ส่วนตัวของพสุไปให้เร็วที่สุด แต่ความรนรานกลับทำให้ข้อศอกเล็กปัดเข้ากับกระปุกยาแก้ไข้ที่เธอตั้งใจหยิบมาให้เขาจนหล่นตกพื้น
ตุ๊บ!
เสียงของหล่นทำให้เวฬาเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ ร่างบางชาวาบแล้วรีบเหลียวหันไปทางประตูห้องน้ำสีหน้าตื่นตระหนก กลัวคนในนั้นจะพรวดพราดออกมาเจอว่าเธอแอบเข้ามารับรู้เรื่องชวนเสียวกับเสียงคำรามกระเส่าของเขาตั้งแต่ต้นจนเสร็จภาระกิจ ในสมองคิดเพียงว่าต้องหนีออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด เธอจึงเลือกที่จะทิ้งกระปุกยาที่ตกอยู่บนพื้นไว้อย่างนั้นแล้วรีบสาวเท้าก้าวอย่างไว ออกไปจากห้องนอนของเขาพร้อมกับแก้วน้ำในมือและเสียงระส่ำของหัวใจที่เต้นโครมครามไร้จังหวะ
ขณะที่เสียงน้ำไหลช่วยกลบเสียงภายนอกไว้จนมิด พสุไม่ได้ยินเสียงสิ่งของตกหล่นเลยสักนิด หลังเสร็จสมอารมณ์หมายและจัดการชำระร่างกายจนความร้อนรุ่มทุเลาลง โคบาลหนุ่มในสภาพมีเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียวก็เปิดประตูเดินออกมา หยดน้ำยังเกาะพราวตามแผงอกหนั่นแน่นและไรหนวด ทว่าก้าวออกมาได้เพียงสามก้าว สายตาคมกริบก็สะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างบนพื้น...กระปุกยาแก้ไข้?
ชายหนุ่มขมวดคิ้วพลางก้มลงหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองประตูห้องนอนที่แง้มเปิดอยู่เล็กน้อย ทั้งที่เขาคิดว่าปิดสนิทดีแล้ว นาทีแรกหลังจากที่เขานึกทบทวนเหตุการณ์ หัวใจของพสุตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความตกใจแต่ในนาทีต่อมาเมื่อสมองประมวลผลว่าคนเดียวในบ้านหลังนี้ที่คิดว่าเขาเหมือนจะมีไข้และตั้งใจจะเอายามาให้ก็คือ...เวฬา
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดุจเสือร้ายค่อย ๆ ผลุดพรายขึ้นตรงมุมปาก แววตาคมกริบฉายประกายซุกซนและวาวโรจน์ขึ้นมาทันที ความกังวลมลายหายไปสิ้นเมื่อมั่นใจเต็มร้อยว่าน้องเมียแสนซื่อคือคนที่เข้ามาในห้องนี้ และเธอคงเข้ามาร่วมรับรู้อารมณ์ปรารถนาอันเร่าร้อนของเขาเข้าให้แล้วโดยบังเอิญ
ความรุ่มร้อนกลายเป็นความตื่นเต้นท้าทาย พสุกำกระปุกยาในมือแน่น หัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องเพราะอาการหนีเตลิดไปจนทำยาตกแบบนี้ มันหมายความว่าเสียงครางเรียกชื่อเธอเมื่อครู่ ได้เข้าไปสั่นคลอนความใสซื่อของสาวน้อยของเขาเข้าให้แล้ว และเขาเองก็อาจจะมีความหวังที่จะได้ครอบครองร่างนุ่มหยุ่นนั้นจริง ๆ หากเวฬาเองก็เริ่มเกิดความต้องการเฉกเช่นเดียวกันกับเขา
แค่คิด...ก้อนเนื้อส่วนกลางกายของโคบาลหนุ่มที่เพิ่งจะอ่อนยวบตัวลงหลังการปลดปล่อยพลันดีดตัวผงาดตื่นขึ้นอย่างแข็งขึงและกร้าวร้าวอีกครั้งพร้อมความทรงจำถึงเรือนร่างอวบอัด โค้งเว้าและนุ่มนิ่มที่กระแทกลงบนแผงอกกว้างของเขาซ้อนทับด้วยภาพใบหน้าหวานของเวฬา
