บทที่ 6 เดี๋ยวพี่สอนให้

ภายในครัวที่เงียบเชียบ เวฬายืนอยู่หน้าอ่างล้างจานเปิดน้ำไหลผ่านแครอทหัวอวบในมือที่ตั้งใจจะนำไปปรุงอาหารให้กับพี่สาว ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ ใส่ผักกาดขาวกับแครอท แต่อยู่ ๆ ขณะล้างแครอทความคิดทะลึ่งของเธอดันพาเธอย้อนกลับไปในเหตุการณ์สั่นสะท้านทรวงในห้องแคบ ๆ ของพสุ ดวงตากลมโตมองเหม่อไปในจินตนาการวาบหวาม ความร้อนรุ่มที่ยังตกค้างจากเมื่อคืนทำให้นึกไพร่ไปถึงเสียงคำรามแหบต่ำและถ้อยคำติดเรทที่หลุดมาจากริมฝีปากหนาของคนที่อยู่ในห้องน้ำ

ใบหน้าหวานใสร้อนผ่าวขึ้นมาอีกระลอกจนผิวแก้มขาวนวลเนียนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ มือเรียวเล็กที่ถือแครอทอยู่ลูบไล้ไปตามผิวเรียบยาวของพืชหัวนั้นอย่างเชื่องช้าแผ่วเบาซ้ำ ๆ ตามความเผลอไผลของจิตนาการที่ดิ่งลึก เวฬาจมดิ่งอยู่กับความคิดของตัวเองเสียจนบอดสนิทต่อเสียงรอบข้าง ไม่รู้เลยสักนิดว่าแรงดึงดูดลึกลับพาให้ร่างสูงใหญ่ของพี่เขยก้าวเข้ามาในพื้นที่เล็ก ๆ ที่ขังเขาและเธอไว้ลำพัง

พสุชะงักฝีเท้าอยู่ตรงประตูห้องครัว สายตาคมกริบกวาดมองแผ่นหลังอ้อนแอ้นของน้องเมียในชุดนอนนิ่มหนาที่โอบรัดเอวคอดกิ่ว ทว่าสิ่งที่ทำให้โคบาลหนุ่มหัวใจกวัดแกว่งและสูบฉีดเลือดในกายให้พลุ่งพล่านทันที คือกางเกงนอนที่สั้นกุดอวดช่วงขาเรียวยาวสวยและผิวขาวจัดจนเนียนตา พสุรู้ดีว่าตนเองแพ้ทางความขาวและเรียวขาผู้หญิง ยิ่งมาเห็นท่อนขาของเวฬาท่ามกลางแสงแดดอ่อนยามเช้าเช่นนี้ ความกระหายที่เพิ่งดับไปเมื่อคืนก็แทบจะปะทุกลับคืนมาและยิ่งสายตาคมเลื่อนไปมองสิ่งที่อยู่ในมือเธอ พร้อมอาการหน้าแดงก่ำของหญิงสาวยามลูบไล้แครอทหัวนั้นอย่างเลื่อนลอย จินตนาการด้านมืดของพสุก็แล่นปลาบ หัวใจเต้นระส่ำรัวแรงรับรู้ได้ทันทีว่าเมื่อคืนเสียงของเขาคงสร้างอิทธิพลบางอย่างในใจเธอเข้าแล้ว

ปลายเท้าหนาขยับก้าวอย่างไร้เสียง เงียบเชียบ และเบากริบราวกับเสือร้ายย่องเข้าหาเหยื่อและเตรียมขย้ำจับฉีกทึ้งกินให้สมกับความหิวโหย พริบตาเดียว ร่างแกร่งในชุดเสื้อยืดพอดีตัวก็เดินมาซ้อนอยู่ทางด้านหลังของน้องเมีย เขาวาดวงแขนกว้างโอบล้อมรอบตัวเวฬาขนาบไปกับเคาน์เตอร์ครัว แม้แผ่นอกหนั่นแน่นจะยังไม่ได้สัมผัสโดนแผ่นหลังบาง แต่อากาศที่ร้อนผ่าวจากผิวกายของเขาก็กดทับจนร่างน้อยเหมือนถูกกักขังไว้ในวงแขนของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ

ก่อนที่เวฬาจะทันได้ตั้งตัว ฝ่ามือใหญ่เอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้แน่นทั้งสองข้าง บังคับให้หยุดการลูบไล้แครอทหัวนั้นพลางโน้มใบหน้าลงไปจนชิดริมใบหูเล็ก ขนอ่อนทั่วกายสาวรุกเกลียวยามที่กระแสลมหายใจอุ่นร้อนของพี่เขยเป่ารดผิวเนื้อเนียนอ่อน

“ใครสอนให้เราล้างผักแบบนี้หืม... เวฬา”

เสียงของพสุแหบต่ำเข้มลึก แฝงกระแสเย้าแหย่ทว่าดุดันรุกรานจนคนฟังใจสั่นสะท้าน เขากระชับข้อมือเธอแน่นขึ้น บังคับมือเล็กให้ขยับรูดแครอทในอ่างน้ำตามแรงบีบของฝ่ามือตนเอง ก่อนจะกระซิบประโยคสองแง่สองง่ามชวนคิดลึกชิดผิวเนื้อหู

“ลูบแผ่ว ๆ แบบนี้มันจะไปสะอาดอะไร เดี๋ยวพี่จะสอนวิธีที่ถูกต้องให้เอง”

แรงกอดกักจากทางด้านหลังและน้ำเสียงแหบต่ำที่ชิดใบหูทำให้เวฬาใจสั่น ความประหม่าปนหวั่นไหวแล่นปราดเข้าสู่หัวใจอ่อนเดียงสาแต่กลับถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นท้าทายศีลธรรมจนตัวสั่นเทา สัมผัสอุ่นร้อนจากวงแขนและแผ่นอกกว้างที่แทบจะเบียดชิดแผ่นหลังเธอพร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่กุมข้อมือเธออยู่ ปลุกเร้าความรุ่มร้อนที่เพิ่งจะสงบลงเมื่อเช้ามืดให้ตื่นเพริดขึ้นอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง ความปรารถนาที่ไม่รู้จักจู่โจมเข้าใส่ร่างกายท่อนล่างของเธออย่างไม่ปรานี แผดเผาท้องน้อยไปจนถึงหน้าขาเรียวสวยที่สั่นสะท้านแทบยืนไม่อยู่

ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นระส่ำส่งเสียงอึกทึกเสียจนสัตวบาลสาวกลัวเหลือเกินว่าพี่เขยที่ยืนซ้อนหลังอยู่จะได้ยินเสียงของมัน

“พะ พี่พสุ ปล่อยน้องเถอะค่ะ" เวฬาพยายามเค้นเสียงบอก ละล่ำละลักจนน้ำเสียงสั่นพลิ้วไม่เป็นท่า ใบหน้าหวานพยายามก้มลงต่ำหลบสายตาคมกริบที่มองระบายลงมา “น้องแค่แค่ล้างผัก ล้างเป็นค่ะ พี่พสุไม่ต้องสอนน้องหรอก”

เธอรีบปฏิเสธอย่างลนลาน ทั้งที่ในมือกำแครอทหัวอวบไว้แน่นตามแรงบังคับของฝ่ามือหนา ผิวเนื้อนุ่มหยุ่นตรงทรวงอกไร้ บราขยับกระเพื่อมไหวรัวเร็วจนดันเนื้อผ้าชุดนอนนิ่มให้เห็นรอยนูนเด่นชัดต่อสายตาเสือร้ายที่ก้มมองอยู่

พสุเค้นเสียงหึในลำคอ แววตาเปี่ยมปรารถนาเข้มจัดขึ้นเมื่อเห็นอาการต่อต้านอย่างหวั่นไหวของน้องเมีย ชายหนุ่มไม่เพียงไม่ปล่อย แต่กลับขยับกายเข้าชิดจนแผ่นอกกว้างและหน้าขาหนั่นแน่นเบียดบดเข้ากับสะโพกกลมกลึงและแผ่นหลังของเธออย่างจงใจ โน้มริมฝีปากลงไปจนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านติ่งหูนุ่มแผ่ว ๆ ยื่นข้อเสนอสองแง่สองง่ามที่ทำเอาคนฟังแทบหยุดหายใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป