บทที่ 2 ทำไมต้องหงุดหงิด
พร้อมภพหลับตาลงชั่วครู่ เหมือนกำลังอดทนกับอะไรบางอย่างอยู่ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนเขาหงุดหงิดมากในเวลานี้
"ฉันกำลังสร้างอนาคตอยู่นะรวี ทำไมเธอไม่เข้าใจอะไรเลย ถึงพ่อแม่ฉันจะร่ำรวยมาก แต่ก็ใช่ว่าฉันจะไม่สร้างอะไรด้วยมือของฉันเองเลยสักอย่าง ฉันอยากโฟกัสเรื่องงาน มากกว่าเรื่องไร้สาระที่เธอกำลังมาถามฉันอยู่ในเวลานี้"
เรื่องไร้สาระงั้นเหรอ คำถามของเธอมันไม่มีสาระเลยอย่างนั้นหรือเปล่า รวิตาทำได้เพียงนิ่งอึ้ง มองหน้าเขาจนพูดอะไรไม่ออก พร้อมภพเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองพูดแรงเกินไป เขานิ่งเงียบแล้วหันหน้าไปทางอื่นแทน
"รวีพยายามเข้าใจทุกอย่างค่ะ แต่รวีแค่อยากถามว่าในอนาคตนั้นมีรวีอยู่ด้วยหรือเปล่า มันเคยมีไหม หรือว่ามันไม่เคยมีเลย รวีแค่อยากได้ยินเท่านั้น"
คำถามตรงไปตรงมาทำให้ชายหนุ่มนิ่งไปอีกครั้ง ดวงตาคมจับจ้องมองใบหน้าของคนตรงหน้าไม่วางตาเลยในตอนนี้
"อย่าหาเรื่องทะเลาะได้ไหม ฉันเหนื่อยมาทั้งวันแล้วนะ กลับมาแทนที่จะสบายใจหน่อยก็ไม่ได้ ฉันต้องมานั่งตอบคำถามที่มันไร้สาระอยู่แบบนี้ เราพูดกันหลายครั้งแล้ว และฉันจะไม่พูดอีกนะรวี ถ้าฉันพร้อม เดี๋ยวฉันก็บอกเธอเองนั่นแหละ"
รวิตารู้สึกจุกในอก เธอไม่ได้อยากทะเลาะ เธอแค่อยากรู้ แค่อยากมั่นใจ เพราะตอนนี้เธอไม่ได้คิดเพื่อตัวเองคนเดียวอีกแล้ว หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอ่ยพูดในสิ่งที่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจมานานมากไม่ต่างกัน
“เมื่อก่อนพี่เคยบอกว่ารอให้ธุรกิจนิ่งก่อน รวีก็รอใช่ไหมคะ?”
“ก็ใช่ไง แล้ว?”
“จากนั้นพี่ก็บอกว่ารอให้คุณพ่อสุขภาพดีขึ้นก่อน รวีก็ยังมีความหวัง แล้วหลังจากนั้นก็บอกว่ารอเคลียร์ปัญหาผู้ถือหุ้นอีก รวีก็รอ”
ทุกคำพูดที่ได้ยินจากปากรวิตา พร้อมภพเริ่มมีสีหน้ารำคาญอย่างเห็นได้ชัด
“แล้วไงต่อ?”
“รวีแค่ไม่รู้ว่าต้องรอไปถึงเมื่อไร เรายังมีความหวังอยู่ไหม เรายังมีความหวังที่จะสร้างอนาคตที่เรียกว่าครอบครัวไปด้วยกันอยู่หรือเปล่า”
“ก็รอไปก่อนสิ ถ้าเธอรักฉันจริง เธอก็ควรเข้าใจสถานการณ์ของฉันนะรวี”
“รวีเข้าใจมาตลอดค่ะ และอยู่ในที่ของตัวเองเงียบ ๆ มาตลอดเช่นกัน พี่เองก็เห็น”
“งั้นก็หยุดกดดันฉันสักที” น้ำเสียงของเขาดังขึ้น
ห้องทั้งห้องเริ่มเงียบสนิท ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจเท่านั้น รวิตาไม่เคยชินกับภาพนี้ แม้จะเคยถามเรื่องแต่งงานหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเขามักเลี่ยงที่จะตอบ ไม่ได้แสดงความรำคาญชัดเจนมากขนาดนี้มาก่อนเลย
“รวีไม่ได้อยากกดดันค่ะ ที่ถามก็เพราะมีเหตุผลของตัวเองเช่นกัน”
“เหตุผลอะไร เธออยากไปมีผู้ชายคนใหม่งั้นสิ?”
รวิตามองจ้องหน้าเขาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเองนัก เขาคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงแบบนั้นหรืออย่างไรกัน ทั้งที่หลายปีที่ผ่านมาเธอก็คบเขาคนเดียวมาตลอด
“เรื่องแต่งงานมันไม่ใช่แค่เรื่องของเราสองคนนะรวี พ่อแม่ฉันต้องยินดีกับเรื่องนี้ด้วย”
“เพราะรวีจนใช่ไหม” คำถามหลุดออกมาโดยไม่ทันคิด พร้อมภพนิ่งไปเล็กน้อย รวิตาหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น รู้สึกสมเพชกับชีวิตตัวเองไม่น้อยเลย ทำไมเธอจะไม่รู้ ทำไมเธอจะไม่เห็น ว่าครอบครัวเขาไม่ได้ยินดีกับการที่เขามีเธออยู่ข้างกาย
“พ่อแม่พี่ไม่ชอบรวี”
“อย่าดึงพ่อแม่ฉันเข้ามาเกี่ยว!”
“มันเกี่ยวอยู่แล้วพี่พร้อม มันปฏิเสธไม่ได้เลย” เธอสบตาเขานิ่ง ๆ ดวงตาเริ่มแดงก่ำขึ้นมาให้เห็น
“แม่พี่ก็ยิ่งไม่ชอบรวี ท่านแสดงออกอย่างชัดเจนตลอด แค่รวีไม่อยากถือสา” พร้อมภพถอนหายใจแรง เหมือนกับหงุดหงิดที่ต้องมาโต้เถียงกับเธอเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ฉันไม่อยากคุยเรื่องนี้แล้ว”
“ไม่อยากฟังพี่ก็ต้องฟัง เพราะมันเป็นเรื่องจริงไงคะ รวีถึงต้องพูด”
“รวี! พอสักทีได้ไหมฮะ!!!!” เสียงตวาดดังขึ้น จนหญิงสาวสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ พร้อมภพจ้องเธอด้วยแววตาไม่พอใจอย่างเปิดเผย
“ฉันเหนื่อยที่จะฟัง เหนื่อยที่จะพูด ฉันคิดว่าเธอเข้าใจ แต่จะให้พูดอีกกี่ร้อยครั้ง เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี!”
“แล้วรวีล่ะ พี่คิดว่ารวีไม่เหนื่อยหรือยังไง รวีก็เหนื่อยเหมือนกันนะพี่พร้อม รวีรอมาหกปีแล้ว นับวันรวีก็ยิ่งอายุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวีก็อยากมีความมั่นคงในชีวิต รวีก็อยากรู้ว่าวันพรุ่งนี้มันจะเป็นยังไง อยากเริ่มต้นครอบครัว อยากมีภาพอะไรที่มองแล้วมันเป็นความจริงในชีวิตบ้าง ไม่ใช่ความฝันที่รวีนึกคิดอยู่ฝ่ายเดียว”
“ฉันไม่ได้ขอให้เธอรอนะรวี ถ้าเธอมีที่ไป เธอก็ไปสิ ฉันไม่ได้ห้าม”
ประโยคนั้นเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ รวิตามองหน้าเขาด้วยความนิ่งอึ้ง ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้ออกจากปากเขาเลยสักนิด เธอมองจ้องหน้าผู้ชายที่เธอรักมาตลอดหกปี ผู้ชายที่เธอคิดว่าจะเป็นพ่อของลูก ผู้ชายที่เธอเชื่อว่าจะจับมือกันเดินเข้าสู่ประตูวิวาห์ในวันข้างหน้า แต่วันนี้เขากลับพูดว่าไม่ได้ขอให้รออย่างงั้นเหรอ
ดวงตากลมโตสั่นระริก น้ำตาเอ่อล้นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ พร้อมภพเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดจาแรงจนเกินไป แต่แทนที่จะขอโทษ เขากลับรีบเบือนหน้าหนี ไม่สบตาเธอเช่นเดิม
“เอาไว้ค่อยคุยกันวันหลัง วันนี้ฉันอารมณ์ไม่ดี”
วันหลังอีกแล้วสินะ ทุกครั้งที่เธอพยายามพูดถึงอนาคต คำตอบที่ได้ก็คือวันหลังเสมอ ก่อนที่พร้อมภพจะเดินผ่านหน้าเธอไปทางห้องนอนใหญ่
