บทที่ 4 ยังรักกันอยู่ไหม?
“เราไม่ค่อยมีเวลาได้นั่งกินข้าวเย็นร่วมกันนานแล้วนะคะ”
“ฉันมีประชุมน่ะ ยังไม่แน่ใจอะไรทั้งนั้น อย่าเพิ่งมาเซ้าซี้ได้ไหม อย่าทำให้หงุดหงิดตั้งแต่เช้าจะได้หรือเปล่าฮะ”
คำตอบห้วน ๆ ตอบกลับและจบทุกบทสนทนาเพียงเท่านั้น จนรวิตาไม่อยากถามต่อ ไม่ชวนเขาคุยอีกเลยหลังจากนั้น รวิตาก้มหน้าลง ไม่มองหน้าเขา ไม่เซ้าซี้ และพยายามไม่อยากให้เขาต้องรำคาญใจ
พร้อมภพสังเกตเห็นทุกอย่าง แต่ไม่ได้ถามอะไรเธอเช่นกัน ทุกอย่างยังคงเงียบ ทุกอย่างยังคงดูอึดอัดเหมือนเมื่อคืนที่ผ่านมา ทั้งที่เช้าวันใหม่ควรจะเป็นเช้าที่สดใสมากก็ตาม
ครืด ครืด ครืด
โทรศัพท์มือถือของพร้อมภพสั่นขึ้น ชายหนุ่มมองจ้องหน้าจอ เพียงเสี้ยววินาที...สีหน้าที่ดูหงุดหงิดกลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาอมยิ้มนิด ๆ เมื่อเห็นข้อความที่ถูกส่งเข้ามา ‘มาถึงไทยแล้วนะ เย็นนี้เจอกัน’ ข้อความสั้น ๆ จากคนที่สำคัญต่อหัวใจของเขา ใบหน้าที่ดูหงุดหงิดกลับเผยรอยยิ้มกว้างปรากฏให้ได้เห็น
รวิตาชะงักไปเล็กน้อย เพราะเขาไม่ได้มอบรอยยิ้มแบบนั้นให้เธอมานานแล้ว ก่อนที่พร้อมภพจะลุกขึ้นทันที
“ฉันจะออกไปทำงานแล้วนะ”
“แต่พี่พร้อมยังไม่ทานข้าวเลยนะคะ”
“กาแฟแก้วนึงก็พอแล้ว ต้องรีบไป พอดีมีธุระด่วน เธอจะออกไปพร้อมฉันเลยหรือเปล่า?”
“เอ่อ ไม่ค่ะ วันนี้รวีต้องไปทำธุระ ลางานไว้วันหนึ่ง”
”เหรอ งั้นฉันไปนะ”
”ค่ะ ขับรถดี ๆ นะคะ” รวิตาไม่พูดอะไรต่อ เธอได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินหายออกจากประตูห้องพักโดยไม่วางตา
เมื่อประตูห้องถูกปิดลง ทำให้เหลือเพียงความเงียบงันที่มันน่าอึดอัดยังไม่จางหาย หญิงสาวนั่งมองอาหารเช้าตรงหน้า ความรู้สึกแปลกประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจ บางอย่างกำลังเปลี่ยนไป และเธอสัมผัสได้ แม้จะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็ตาม
บริษัท พี.พี. โลจิสติกส์ สำนักงานใหญ่
พร้อมภพเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัว ยังไม่ทันนั่งลงบนเก้าอี้เลยด้วยซ้ำ เสียงประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดเข้ามา พร้อมด้วยเลขาฯ สาวที่เดินถือไอแพดเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า เพื่อรายงานตารางงานของเขาเหมือนเช่นทุกวันที่ต้องทำ
“คุณพร้อมคะ”
“ว่ามาเลย”
“ตารางนัดของคุณพร้อมวันนี้ มีนัด 3 ที่นะคะ ช่วงเช้า 2 และช่วงบ่าย 1 ค่ะ”
“ตั้งแต่บ่ายเป็นต้นไป ผมไม่รับนัดใครทั้งนั้น ถ้ามีนัดช่วงบ่าย โทรไปยกเลิกทั้งหมดเลย”
“คุณพร้อมจะไปธุระที่ไหนคะ พอดีช่วงบ่ายสามโมงมีนัดเซ็นสัญญา สำคัญมากค่ะ เกรงว่าจะเลื่อนไม่ได้”
“ของใคร?” สายตาคมมองจ้องหน้าเลขาฯ นิ่ง ๆ
“มิสเตอร์อเล็กซานเดอร์ ชาลี ค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวผมโทรไปเคลียร์เอง”
เลขาฯ นิ่งอึ้งนิด ๆ เพราะไม่รู้ว่าเจ้านายมีนัดสำคัญอะไรมากกว่าเรื่องงานอีก ร้อยวันพันปีพร้อมภพจะมีแต่งานมาก่อนเรื่องส่วนตัวเสมอ
“ค่ะ เดี๋ยวเมย์ไปเอากาแฟมาให้นะคะ”
“ผมขอขนมปังปิ้งสองแผ่นด้วย”
“ได้ค่ะ”
เลขาฯ สาวเดินออกจากห้องไปในทันที ก่อนที่พร้อมภพจะยกหูโทรศัพท์กดหาคู่ค้าคนสำคัญ ถึงคู่ค้าคนนี้จะสำคัญมากกับบริษัท แต่มันคงไม่สำคัญเท่าคนที่เขากำลังจะไปพบหน้าเธอในวันนี้เลย
10:30 น.
รวิตาเดินออกจากห้องตรวจพร้อมเอกสารการตรวจในมือ คุณหมอยืนยันทุกอย่างแล้วว่าเธอท้อง อายุครรภ์ในตอนนี้ก็หกสัปดาห์เข้าไปแล้ว เธอควรมีความสุข เธอควรมีรอยยิ้ม เธอควรตื่นเต้นดีใจ แต่ไม่รู้ทำไมน้ำตาที่ไหลพรากออกมากลับไม่ใช่ความดีใจเลยสักนิด
ครืด ครืด ครืด
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ชื่อบนหน้าจอทำให้เธอต้องรีบกดรับสายนั้นอย่างเร็ว
“จ้ะ พ่อ”
“เป็นไงบ้างลูก เงียบหายไปหลายวันเลยนะ” เสียงอบอุ่นจากปลายสาย ทำให้หัวใจรวิตาอ่อนยวบลงทันที
“หนูสบายดีจ้ะ พ่อโทรมาหาหนู มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“คิดถึงลูกสาวน่ะสิ ทำงานหนักไหมนั่น กรุงเทพฯ เป็นยังไงบ้าง ฝนตกทุกวันเหมือนที่นี่ไหม”
“หนูทำงานไม่เหนื่อยเลย ส่วนฝนก็ตกทุกวันหลังเลิกงาน น่าเบื่อชะมัดจ้ะพ่อ” เธอโกหกเหมือนทุกครั้ง โกหกเพื่อให้ใครอีกคนสบายใจและไม่ต้องคิดมาก ทั้งที่ในเวลานี้เธอกลับกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยสักอย่าง
“แล้วแฟนลูกล่ะ เขาดูแลลูกดีหรือเปล่า”
รวิตานิ่งเงียบไปเล็กน้อย น้ำตาร่วงหล่นลงอาบแก้มอีกครั้ง ก่อนจะพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ และไม่ให้มีพิรุธ
“ก็ดีจ้ะพ่อ พี่พร้อมน่ารักเหมือนเดิมเลย”
“ถ้ามันไม่ดี บอกพ่อนะ เดี๋ยวพ่อจะขึ้นไปจัดการมันเอง”
หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น พ่อของเธอรักเธอมาก และมากจนยอมทำงานหนักมาทั้งชีวิต เพื่อให้ลูกสาวคนนี้ได้มีโอกาสดี ๆ อย่างเช่นคนอื่นเขา แต่เธอกลับไม่กล้าบอกความจริง ไม่กล้าบอกว่าลูกสาวของพ่อกำลังใช้ชีวิตอยู่บนความหวังที่ไม่มีสถานะ แม้เธอจะบอกกับพ่อตลอดว่าเธอกับเขาจริงจังกับความสัมพันธ์ที่มันเกิดขึ้นมากแค่ไหน ไม่ใช่คบเล่น ๆ อย่างที่พ่อนึกกลัว แต่มันอาจจะเป็นเพียงแค่เธอที่หวังให้มันเป็นแบบนั้น ไม่ใช่เขาที่จะคิดเช่นเดียวกับเธอเลย
“หนูรู้แล้วจ้ะพ่อ แต่พี่พร้อมก็เสมอต้นเสมอปลายมาตลอดนั่นแหละ”
“แล้วเมื่อไรจะพาพ่อไปงานแต่งสักทีฮะ จะแต่งงานกันปีไหน พ่อรอนานแล้วนะ ลูกสาวบ้านอื่นเขามีลูกสองสามคนแล้ว เมื่อไหร่ลูกสาวพ่อจะมีหลานให้พ่ออุ้มบ้าง”
คำถามนั้นเหมือนมีดกรีดซ้ำ ๆ ลงกลางใจ รวิตาฝืนหัวเราะทั้งน้ำตาขึ้นอีกครั้ง
“อีกไม่นานหรอกจ้ะพ่อ รอทุกอย่างลงตัวก่อน หนูคุยกับพี่พร้อมแล้ว”
อีกหนึ่งคำโกหกที่เจ็บจนแทบหายใจไม่ออกแล้วในตอนนี้ รวิตาได้แต่ขอโทษพ่อที่เธอต้องโกหกออกไปแบบนี้ โกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงเพราะไม่อยากให้พ่อต้องกังวลใจ อยากให้พ่อสบายใจว่าปลายทางของความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา มันคือคำว่าแต่งงานและสร้างครอบที่มีความสุขไปด้วยกัน...
