บทที่ 10 ฉันจะตรวจดีเอ็นเอ
อนันญาหยิบใบนัดขึ้นมาเทียบกับหมายเลขหน้าห้องตรวจอีกครั้ง ตัวเลขบนป้ายยังพร่าจนเธอต้องเดินเข้าไปใกล้ เธอกะพริบตาหลายครั้ง แต่ภาพตรงหน้ากลับไม่ได้ชัดขึ้นเหมือนที่ผ่านมา
ปลายรองเท้าชนเข้ากับขาตั้งป้ายซึ่งวางอยู่กลางทาง ร่างของเธอเสียหลักไปข้างหน้า ก่อนมือของใครคนหนึ่งจะคว้าแขนไว้ได้ทัน
“เดินไม่เห็นทางหรือไง” เสียงคุ้นเคยทำให้อนันญาหันกลับไปมอง เชิงชายยืนอยู่ข้างตัว มือข้างหนึ่งยังจับแขนเธอไว้ ส่วนอีกข้างประคองขาตั้งป้ายไม่ให้ล้ม
“ปล่อยฉัน” เธอดึงแขนกลับทันที ก่อนมองเขาด้วยความไม่พอใจ
“คุณมาที่นี่ได้ยังไง”
“ฉันไปหาเธอที่ที่พัก เห็นเธอขึ้นรถออกมาเลยตามมา”
“คุณตามฉันมาเหรอ”
“ฉันต้องการคุยเรื่องเรย์”
“เมื่อคืนยังคุยไม่พออีกหรือไง”
“เธอยังไม่ได้ตอบอะไรฉันสักอย่าง” เชิงชายมองใบนัดในมือเธอ ก่อนเลื่อนสายตากลับไปยังป้ายที่เธอเกือบเดินชน
“เกิดอะไรขึ้นกับตาของเธอ”
“ไม่มีอะไร”
“เห็นๆ อยู่ว่ามี” อนันญาไม่ตอบ เธอมองหมายเลขบนใบนัดอีกครั้งและเดินไปทางห้องตรวจ เชิงชายไม่ได้ขวาง แต่เดินตามมาอยู่ด้านหลัง
“คุณจะตามฉันทำไม”
“ฉันบอกไปแล้วว่ามีเรื่องจะคุย”
“ฉันไม่...”
“ฉันไม่ได้กำลังขออนุญาต” เขาตอบ ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้หน้าห้องตรวจ อนันญามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อพยาบาลเรียกชื่อ เธอจึงเปิดประตูเข้าไปโดยไม่พูดอะไรต่อ
แพทย์ให้เธออ่านตัวอักษรบนแผ่นตรวจและตรวจดวงตาเพิ่มเติมหลายอย่าง อนันญาพยายามมองตามจุดที่แพทย์บอก บางตำแหน่งยังเห็นได้ตามปกติ แต่บางตำแหน่งกลับพร่าจนต้องเดา
“ผลวันนี้ยังไม่พอจะสรุปสาเหตุครับ ต้องตรวจเพิ่มอีกสองอย่างและติดตามอาการต่อเนื่อง” แพทย์เลื่อนผลตรวจมาตรงหน้า
“ตอนนี้ยังไม่ใช่ว่าคุณจะสูญเสียการมองเห็นแน่นอน แต่มีความผิดปกติที่ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้”
“อาการจะแย่ลงไหมคะ”
“มีโอกาสครับ แต่ขึ้นอยู่กับสาเหตุและการตอบสนองต่อการรักษา ช่วงนี้มีอาการบ่อยแค่ไหน”
“ตอนอ่านหนังสือกับลงบันไดจะเป็นบ่อยค่ะ บางครั้งก็มองหน้าคนไกลๆ ไม่ชัด แต่พักสักครู่แล้วดีขึ้น”
“พยายามหลีกเลี่ยงการขับรถและพื้นที่ที่ต้องขึ้นลงต่างระดับนะครับ ถ้าอาการเกิดขึ้นกะทันหันอาจเกิดอุบัติเหตุได้” อนันญาก้มมองมือของตัวเอง
“ถ้าต้องอยู่กับเด็กตามลำพัง ยังดูแลเขาได้ตามปกติไหมคะ”
“ตอนที่อาการยังไม่กำเริบก็ทำได้ครับ แต่ควรมีคนที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะเวลาต้องเดินทางไกลหรือพาเด็กออกไปข้างนอก คุณอยู่กับลูกสองคนเหรอครับ”
“ค่ะ”
“ไม่มีญาติหรือคนใกล้ชิดอยู่ในเมืองเลยหรือครับ”
“ไม่มีค่ะ”
“อย่างนั้นต้องระวังมากหน่อย นัดตรวจครั้งต่อไปอย่าเลื่อนนะครับ ถ้ามีอาการมองไม่เห็นบางส่วน ปวดตารุนแรง หรือการมองเห็นลดลงกว่าเดิม ให้มาโรงพยาบาลทันที”
อนันญารับเอกสารกลับมา ก่อนถามเรื่องการทำงานและยาที่ต้องใช้ แพทย์อธิบายสั้นๆ แล้วนัดวันตรวจเพิ่มเติมให้
เมื่อเปิดประตูออกมา เชิงชายยังนั่งอยู่ที่เดิม เขาลุกขึ้นทันทีที่เห็นเธอ ก่อนมองซองเอกสารในมือ
“หมอว่ายังไง”
“ฉันบอกแล้วว่าไม่เกี่ยวกับคุณ”
“ฉันถามก็ตอบมา”
“มันเป็นเรื่องของฉัน” อนันญาเดินผ่านเขาไป เชิงชายไม่ได้ถามซ้ำ แต่ยังเดินตามมาโดยเว้นระยะห่างไว้หลายก้าว
เธอเลือกใช้บันไดเลื่อนเพราะไม่ต้องการลงบันไดตามปกติ แต่เมื่อมาถึงขอบบันได ขั้นสีดำที่เคลื่อนลงไปกลับซ้อนกันจนมองไม่ออกว่าควรวางเท้าตรงไหน อนันญาหยุดอยู่ด้านหน้า คนข้างหลังต้องเบี่ยงตัวเดินผ่านไป
“หลบก่อนค่ะ” เธอขยับไปด้านข้าง แต่เชิงชายเดินเข้ามาจับมือไว้
“ก้าวตอนนี้” เขาพาเธอเหยียบลงบนขั้นบันได ก่อนขยับมายืนด้านข้างโดยยังไม่ปล่อยมือ
“ฉันเดินเองได้”
“เมื่อกี้เธอยังไม่กล้าก้าว”
“ปล่อยค่ะ”
“อย่าอวดเก่งได้ไหม” เชิงชายจับมือเธอไว้จนบันไดเลื่อนลงมาถึงชั้นล่าง จากนั้นจึงเป็นฝ่ายปล่อยก่อนที่อนันญาจะดึงมือกลับ เธอขยับออกห่างและมองเขา
“คุณต้องการอะไรกันแน่”
“ความจริงเรื่องเรย์”
“ฉันพูดไปหมดแล้ว”
“เดือนเกิดตรงกับเด็กคนนั้น เธอยอมรับแล้วว่าไม่ได้ทำแท้ง ยังจะให้ฉันเชื่อว่าเรย์เป็นลูกของผู้ชายคนอื่นอีกหรือไง”
“ต่อให้เรย์เป็นลูกของคุณจริง คุณคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ทำอะไร” อนันญาถามกลับ
“จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตเขาตอนไหนก็ได้ เพราะวันนี้คุณเกิดอยากเป็นพ่อขึ้นมาอย่างนั้นเหรอ”
“ฉันยังไม่ได้บอกว่าจะทำอะไร”
“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น”
“ถ้าเขาเป็นลูกฉัน ฉันมีสิทธิ์ในตัวเขา”
“ไม่มี” อนันญากำซองเอกสารแน่นขึ้น
“วันที่ฉันบอกว่าท้อง คุณเป็นคนสั่งให้ฉันเอาเขาออกเอง”
“ฉันยอมรับว่าเคยพูด”
“ไม่ใช่แค่พูด คุณเตรียมจะให้คนจัดการเรื่องโรงพยาบาลให้ด้วย คุณตัดสินใจทุกอย่างโดยไม่ถามด้วยซ้ำว่าฉันต้องการอะไร” เชิงชายเงียบไป
“ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าเธอจะเก็บเด็กไว้”
“แล้วถ้ารู้จะต่างกันเหรอคะ” อนันญาถาม
“คุณจะกอดฉันแล้วบอกว่าจะช่วยกันเลี้ยงลูก หรือจะบังคับให้ฉันไปโรงพยาบาลเร็วกว่าเดิม” เชิงชายไม่ได้ตอบทันที ความเงียบของเขาทำให้อนันญาหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งที่ไม่มีอะไรน่าขำ
“เห็นไหมคะ แม้แต่ตอนนี้คุณยังตอบไม่ได้”
“เรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น ฉันตอบไม่ได้”
“มันเกิดขึ้นแล้วค่ะ ฉันต้องหนีออกมาเพราะรู้ว่าถ้ายังอยู่ คุณจะไม่มีวันยอมให้เรย์เกิด”
“ยังไงนั่นก็ลูกฉัน”
“คิดซะว่าบริจาคเสปิร์มให้ฉันก็แล้วกัน”
“พูดง่ายนี่ คิดว่าเลี้ยงคนเดียวไหวหรือไง”
“ไหวไม่ไหวก็เลี้ยงมาแล้ว”
“ก่อนจะพูดอะไร ดูสภาพตัวเองตอนนี้ก่อนเถอะ” คำพูดนั้นทำให้อนันญาหยุดพูด เชิงชายเหลือบมองซองผลตรวจในมือ ก่อนกลับมามองใบหน้าของเธอ
“เป็นหนักใช่ไหม ถึงต้องมาถึงที่นี่” น้ำเสียงของเขาเบาลง
“เธอไม่ได้ตั้งใจพาลูกมาหาฉันตั้งแต่แรกใช่ไหม” อนันญาไม่ตอบ การพบกันที่โรงแรมไม่เคยอยู่ในแผน เธอยังไม่ทันตัดสินใจด้วยซ้ำว่าจะบอกความจริงกับเขาอย่างไร แต่เชิงชายกลับเห็นเรย์ก่อนที่เธอจะเตรียมตัวพร้อม
“หมอบอกว่าอะไร” เขาถามอีกครั้ง
“ไม่เกี่ยวกับคุณ”
“ตอบ!!!” เชิงชายมองใบหน้าซีดเซียวของเธอ ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ตรงซองเอกสารที่ถูกกำจนยับ
“อย่ามาทำเหมือนยังมีอำนาจสั่งฉันอยู่ เราตัดขาดกันนานแล้ว”
“ยังมีสิ ถ้าเรย์เป็นลูกฉัน” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อนันญารู้ว่าไม่สามารถหลบเลี่ยงเรื่องนี้ได้นานกว่านี้
“ฉันจะตรวจดีเอ็นเอ”
