บทที่ 4 เชิงชาย

5 ปีต่อมา

“เรย์ทำอะไรครับ” อนันญารีบเอื้อมมือไปปิดเตา ก่อนยกกระทะออกจากเปลวไฟ ไข่ดาวในกระทะไหม้ไปเกือบครึ่ง ส่วนลูกชายของเธอยืนถือพายอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าจริงจัง

“ทอดไข่ให้แม่ครับ”

“ใครอนุญาตให้เรย์เข้าครัวคนเดียว แล้วขึ้นไปยืนบนเก้าอี้แบบนี้ได้ยังไง ถ้าตกลงมาจะทำยังไงครับ”

“เรย์จับโต๊ะไว้แล้ว ไม่ตกหรอกครับ” เด็กชายตอบ ก่อนยื่นพายให้เธออย่างว่าง่าย อนันญาวางพายลงแล้วอุ้มลูกลงจากเก้าอี้ เธอเพียงแค่ตื่นสายกว่าปกติไม่ถึงสิบนาที เรย์ก็ลากเก้าอี้จากโต๊ะอาหารมายืนหน้าเตาแล้ว หากเธอออกมาช้ากว่านี้อีกหน่อยคงไม่ใช่แค่ไข่ที่ไหม้

“คราวหลังห้ามทำอีกนะครับ อยากทำอะไรต้องเรียกแม่ก่อน”

“แต่คุณครูบอกว่าผู้ชายต้องช่วยดูแลครอบครัวครับ” เรย์เงยหน้ามองเธอ 

“บ้านเรามีเรย์เป็นผู้ชายคนเดียว เรย์ก็ต้องดูแลแม่”

“ใครบอกว่าผู้ชายถึงจะดูแลครอบครัวได้ แม่ก็ดูแลเรย์อยู่ทุกวัน”

“เพราะแม่เป็นผู้หญิง เรย์เลยต้องช่วยแม่ไงครับ” อนันญามองใบหน้าจริงจังของลูกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกมือขยี้เส้นผมที่ถูกหวีจนเรียบ

“ถ้าอยากช่วยก็ไปนั่งรอที่โต๊ะครับ เดี๋ยวแม่ทำใหม่”

“เรย์กินฟองนี้ก็ได้ครับ จะได้ไม่ทิ้งของ” เด็กชายชี้ไข่ดาวที่ไหม้จนขอบดำ อนันญาส่ายหน้าแล้วหยิบไข่อีกฟองออกมาจากตู้เย็น เรย์เดินกลับไปจัดเก้าอี้เข้าที่ ก่อนนั่งลงและวางช้อนส้อมให้ตรงกับขอบจานเหมือนทุกวัน บางครั้งอนันญาก็ไม่รู้ว่าเขาจำพฤติกรรมนี้มาจากไหน เพราะเธอไม่เคยสอนให้ต้องจัดทุกอย่างเป็นระเบียบขนาดนั้น แต่ทุกครั้งที่เห็น เรย์กลับทำให้เธอนึกถึงคนที่ไม่เคยปล่อยให้ของบนโต๊ะทำงานวางผิดตำแหน่งแม้แต่นิดเดียว

“แม่อย่าใส่ต้นหอมนะครับ” เรย์เตือนเมื่อเห็นเธอหยิบถ้วยขึ้นมา

“ใส่นิดเดียวเองครับ”

“นิดเดียวก็เหม็นครับ”

“เลือกกินเหมือนใครนะเรา” เรย์นิ่งไปทันที ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแทนการตอบ อนันญาหันกลับไปมอง ก่อนตักไข่ใส่จานโดยไม่ใส่ต้นหอมให้ตามที่ขอ

“ไม่แกล้งแล้วครับ กินข้าวได้แล้ว เดี๋ยวไปโรงเรียนสาย” เด็กชายจึงยอมดึงจานเข้าหาตัว แต่ยังไม่พูดกับเธอ อนันญานั่งลงข้าง ๆ แล้วใช้ปลายนิ้วแตะแก้มลูกเบา ๆ

“งอนแม่เหรอครับ” เรย์ส่ายหน้า

“ถ้าไม่งอนก็คุยกับแม่สิ”

“เรย์กำลังกินข้าวครับ คุณครูบอกว่าไม่ให้พูดตอนมีอาหารอยู่ในปาก” อนันญาหลุดหัวเราะ ก่อนก้มลงหอมแก้มเขาหนึ่งครั้ง เรย์พยายามทำหน้านิ่งต่อ แต่สุดท้ายก็ยิ้มออกมา หลังอาหารเช้า เรย์เป็นคนตรวจดูว่ากระเป๋านักเรียนมีขวดน้ำ สมุด และกล่องดินสอครบหรือไม่ อนันญาหยิบรองเท้ามาวางให้ แต่ลูกชายกลับนั่งสวมเองแล้วผูกเชือกจนเรียบร้อย

“วันนี้แม่ต้องไปรับเร็วไหมครับ”

“เวลาเดิมครับ ทำไมเหรอ”

“คุณครูจะแจกใบสมัครกิจกรรมครอบครัว บอกให้พ่อกับแม่มาด้วยกัน” มือที่กำลังจัดปกเสื้อให้ลูกหยุดไปครู่หนึ่ง

“แม่ไปคนเดียวไม่ได้เหรอครับ”

“ได้ครับ แต่เพื่อนคนอื่นบอกว่าจะพาพ่อไปด้วย” อนันญาไม่ตอบ เธอหยิบกระเป๋าตัวเองขึ้นมาแล้วพาเรย์ออกจากบ้านเช่า เด็กชายเดินจับมือเธอไปตลอดทางเหมือนทุกวัน แม้จะพูดว่าตัวเองโตแล้ว แต่เวลาอยู่ข้างนอกยังไม่ยอมปล่อยมือแม่ง่าย ๆ

“พ่ออยู่ไกลมากเหรอครับ” เรย์ถามขึ้นเมื่อใกล้ถึงโรงเรียน

“ไกลครับ”

“ไกลแค่ไหน”

“ไกลจนยังมาไม่ได้”

“แล้วพ่อรู้ไหมครับว่ามีเรย์” อนันญาชะลอฝีเท้าลง เด็กชายเงยหน้ารอคำตอบโดยไม่มีท่าทีเสียใจ เขาเพียงอยากรู้เรื่องที่ไม่เคยมีใครบอก

“เขาเคยรู้ว่ากำลังจะมีเรย์ครับ”

“แล้วทำไมพ่อไม่มา”

“ตอนนั้นพ่อยังไม่พร้อม”

“ตอนนี้พร้อมหรือยังครับ” อนันญาก้มลงจัดสายกระเป๋านักเรียนให้ลูก แม้มันจะอยู่ในตำแหน่งเดิมอยู่แล้ว

“แม่ไม่รู้ครับ”

“พ่อรู้ไหมว่าเรย์โตแล้ว”

“เขายังไม่รู้ว่าเรย์เป็นเด็กแบบไหน”

“ถ้ารู้แล้วพ่อจะอยากมาไหมครับ” เสียงคุณครูเรียกเด็ก ๆ ให้เข้าแถวดังมาจากหน้าประตูโรงเรียน อนันญาลูบศีรษะลูก ก่อนส่งกระเป๋าให้

“เข้าเรียนก่อนนะครับ เย็นนี้แม่มารับ” เรย์พยักหน้าแล้วเดินไปหาคุณครู แต่ก่อนเข้าแถวเขายังหันกลับมามองเธออีกครั้ง 

อนันญายกมือโบกให้จนลูกเดินเข้าไปด้านใน จึงหันกลับไปทางเดิมโดยไม่ตอบคำถามนั้น หลังส่งเรย์ อนันญาเดินทางไปทำงานตามปกติ 

งานบนโต๊ะมีเอกสารรออยู่หลายชุด เธอนั่งอ่านและตรวจตัวเลขไปได้พักหนึ่ง ตัวหนังสือตรงหน้ากลับพร่าจนต้องขยับเอกสารออกห่าง เธอกะพริบตาหลายครั้ง ภาพจึงกลับมาชัดเหมือนเดิม

“เมื่อคืนไม่ได้นอนเหรอหมิว” เพื่อนร่วมงานถามจากโต๊ะข้างกัน

“ตื่นสายนิดหน่อยค่ะ เรย์ลุกมาทอดไข่เอง เกือบเผาครัวตั้งแต่เช้า”

“ลูกชายเธอนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ” อีกฝ่ายหัวเราะ ก่อนก้มกลับไปทำงาน อนันญาไม่ได้พูดถึงอาการเมื่อครู่ เธอคิดว่าคงเป็นเพราะพักผ่อนน้อย จึงหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านต่อ 

กระทั่งช่วงพักกลางวัน ระหว่างเดินลงบันได ขั้นบันไดตรงหน้ากลับซ้อนกันจนเธอวางเท้าพลาด มือคว้าราวไว้ได้ก่อนร่างจะล้ม เพื่อนร่วมงานที่เดินตามมารีบเข้ามาจับแขน

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

“ไม่เป็นไรค่ะ เมื่อกี้หมิวมองขั้นบันไดไม่ชัด”

“เมื่อเช้าก็เห็นขยี้ตาหลายรอบ ไปตรวจหน่อยไหม”

“ช่วงนี้หมิวคงนอนน้อยค่ะ”

“นอนน้อยก็ไม่ควรมองไม่ชัดแบบนี้นะ”

“ถ้ายังไม่หาย หมิวจะไปตรวจค่ะ” อนันญาตอบเพื่อให้อีกฝ่ายเลิกมองด้วยความกังวล ก่อนจับราวเดินลงไปทีละขั้น ช่วงเย็นเธอไปรับเรย์ตรงเวลา เด็กชายวิ่งมาหาพร้อมกระดาษหนึ่งแผ่นในมือ เมื่อกลับถึงบ้าน เขาจึงวางมันลงบนโต๊ะแล้วเลื่อนมาตรงหน้าเธอ

“ใบกิจกรรมครอบครัวครับ คุณครูบอกให้ผู้ปกครองเขียนให้ครบ” อนันญาหยิบปากกาขึ้นมา กรอกชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ตามช่อง กระทั่งมาถึงช่องชื่อบิดาที่ยังว่างอยู่

“เว้นไว้ได้ไหมครับ”

“ทำไมต้องเว้นครับ”

“แม่ไม่รู้ว่าจะเขียนว่าอะไร” เรย์ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ ก่อนมองช่องว่างบนกระดาษ

“แม่เขียนชื่อพ่อให้เรย์ได้ไหมครับ เรย์ยังไม่เคยรู้เลยว่าพ่อชื่ออะไร” ปลายปากกาหยุดอยู่เหนือกระดาษ อนันญามองช่องว่างนั้นอยู่นาน ก่อนเขียนชื่อที่ไม่เคยพูดต่อหน้าลูกลงไปเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี

เชิงชาย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป