บทที่ 5 เจอจนได้

“อาการแบบนี้ไม่ควรปล่อยไว้นะครับ” แพทย์วางผลตรวจลงบนโต๊ะ ก่อนหันหน้าจอคอมพิวเตอร์กลับไปทางเดิม 

“ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร ผมอยากให้คุณไปตรวจเพิ่มเติมกับแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลในเมือง” อนันญามองตัวหนังสือบนกระดาษตรงหน้า แม้จะอยู่ไม่ไกล แต่บางบรรทัดกลับพร่าจนอ่านไม่ออก

“ถ้าอาการแย่ลง หมิวยังดูแลลูกได้ตามปกติไหมคะ”

“ต้องดูว่าความผิดปกติเกิดจากอะไรครับ ถ้าตรวจพบเร็วและรักษาได้ทัน โอกาสที่อาการจะรุนแรงก็ลดลง แต่ช่วงนี้ไม่ควรขับรถเอง และต้องระวังเรื่องขึ้นลงบันไดด้วย”

“ต้องรีบไปตรวจแค่ไหนคะ”

“เร็วที่สุดเท่าที่สะดวกครับ อย่ารอจนมองไม่ชัดตลอดเวลาแล้วค่อยไป” อนันญาพยักหน้ารับ ก่อนเก็บเอกสารใส่กระเป๋า 

เธอไม่ได้กลัวว่าจะทำงานไม่ได้ สิ่งแรกที่นึกถึงกลับเป็นตอนเช้าที่เรย์ยืนทอดไข่อยู่หน้าเตา หากวันหนึ่งเธอมองไม่เห็นว่าเขากำลังทำอะไร หรือมองไม่ทันเวลาที่ลูกตกอยู่ในอันตราย เธอจะดูแลเขาได้อย่างไร

“แม่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” เรย์ถามทันทีที่เธอเดินออกมาจากห้องตรวจ เด็กชายนั่งรออยู่กับคุณครูและเพื่อนอีกหลายคนตรงโถงด้านหน้า เพราะโรงเรียนพาเด็กกับผู้ปกครองเข้ามาร่วมกิจกรรมครอบครัวในเมืองวันนี้พอดี

“แม่แค่ใช้สายตาเยอะเกินไปครับ คุณหมอเลยให้ไปตรวจเพิ่ม”

“แม่จะมองไม่เห็นเรย์ไหมครับ”

“ยังมองเห็นชัดอยู่ครับ” อนันญายิ้ม ก่อนย่อตัวลงจัดปกเสื้อให้ลูก 

“เรย์ไปกับคุณครูก่อนนะ แม่ต้องไปยื่นเอกสารอีกนิดเดียว เดี๋ยวตามไปที่โรงแรม”

“เรย์จะรอแม่ครับ”

“ไม่ต้องรอครับ ไปพร้อมเพื่อนเลย ห้ามเดินออกจากกลุ่มคนเดียวนะ”

“ครับ” เด็กชายรับคำแล้วเดินกลับไปหาคุณครู อนันญายืนมองจนทุกคนออกจากโรงพยาบาล จึงนำใบส่งตัวไปติดต่อเรื่องนัดตรวจตามที่แพทย์แนะนำ

กว่าเธอจะจัดการเอกสารเสร็จก็เกือบเที่ยง รถของโรงเรียนเดินทางไปถึงโรงแรมก่อนแล้ว อนันญานั่งรถตามไปและหยิบใบกิจกรรมออกมาดูอีกครั้ง ชื่อโรงแรมพิมพ์อยู่ตรงมุมกระดาษ แต่ตัวอักษรขนาดเล็กทำให้ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้สนใจอ่าน

กระทั่งรถจอดตรงด้านหน้าและเห็นตราสัญลักษณ์ขนาดใหญ่เหนือประตูทางเข้า มือที่กำกระดาษอยู่จึงนิ่งไป

อนันญาจำสัญลักษณ์นั้นได้ ต่อให้เวลาผ่านไปห้าปี เธอก็ไม่มีทางลืม เพราะมันเป็นตราของเครือโรงแรมที่เชิงชายเป็นเจ้าของ

เธอเกือบบอกคนขับให้พากลับ แต่เรย์อยู่ข้างในแล้ว อีกทั้งเชิงชายมีโรงแรมอยู่หลายแห่ง เขาไม่จำเป็นต้องมาปรากฏตัวในกิจกรรมเล็กๆ ของโรงเรียนอนุบาล

อนันญาจ่ายค่าโดยสารแล้วเดินเข้าไปในโรงแรม บริเวณห้องจัดงานมีผู้ปกครองและเด็กอยู่เป็นจำนวนมาก คุณครูกำลังแจกป้ายชื่อให้แต่ละครอบครัว เธอมองหาเรย์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพบเพียงเพื่อนร่วมชั้นของเขายืนอยู่ในแถว

“คุณครูคะ เรย์อยู่ไหนคะ”

“เมื่อกี้ยังอยู่ตรงนี้เลยค่ะ” คุณครูหันมองรอบตัว ก่อนเรียกครูอีกคนมาถาม 

“เรย์ไม่ได้เดินไปกับกลุ่มที่ดูห้องจัดงานเหรอคะ”

“กลุ่มนั้นกลับมาครบแล้วนะคะ” อนันญาหันไปมองเด็กทุกคนอีกครั้ง แต่ไม่เห็นลูกชาย ความพร่ามัวที่เกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ทำให้เธอต้องเพ่งมองใบหน้าทีละคน ความกลัวที่พยายามกดไว้ตั้งแต่ออกจากห้องตรวจกลับเพิ่มขึ้น

“แม่บอกเขาแล้วว่าห้ามเดินออกจากกลุ่มคนเดียว”

“ใจเย็นก่อนนะคะ เดี๋ยวครูช่วยหา เรย์น่าจะอยู่แถวนี้ค่ะ” อนันญาไม่ได้ยืนรอ เธอเดินออกจากบริเวณห้องจัดงาน มองไปตามโถงทางเดินและร้านอาหารด้านข้าง ก่อนลงบันไดไปยังล็อบบีชั้นล่าง

สายตาของเธอกวาดผ่านผู้คนจำนวนมาก กระทั่งเห็นเด็กชายในชุดนักเรียนยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เรย์ไม่ได้ร้องไห้ เขากำลังคุยกับพนักงานอย่างตั้งใจ โดยมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆ

อนันญาหยุดเดินเมื่อจำแผ่นหลังนั้นได้

ห้าปีไม่ได้ทำให้เชิงชายเปลี่ยนไปมากนัก เขายังคงยืนตัวตรง เสื้อสูทไม่มีรอยยับ และมีสีหน้าเรียบเฉยแบบที่ทำให้คนรอบข้างไม่กล้าเข้าใกล้ เธอยังไม่ทันเรียกลูก เชิงชายก็หันกลับไปถามเด็กชายข้างตัว

“ชื่ออะไร”

“เรย์ครับ”

“มากับใคร”

“มากับแม่แล้วก็คุณครูครับ แต่คุณครูให้เรย์เดินตามเพื่อน เรย์กำลังผูกเชือกรองเท้า พอเงยหน้าขึ้นทุกคนก็หายไปแล้วครับ”

“แล้วทำไมไม่ยืนรออยู่ที่เดิม”

“คุณครูบอกว่าถ้าหลงให้ไปหาประชาสัมพันธ์ครับ เรย์เลยมาถามว่าประชาสัมพันธ์อยู่ตรงไหน” เชิงชายมองป้ายเหนือเคาน์เตอร์ ก่อนก้มกลับมามองเรย์อีกครั้ง

“นี่แหละประชาสัมพันธ์”

“เรย์หาเจอแล้วครับ” เด็กชายยิ้มด้วยความพอใจ ก่อนขยับป้ายตั้งโต๊ะที่วางเอียงให้กลับมาตรง 

“คุณลุงทำงานที่นี่เหรอครับ”

“ใช่”

“คุณลุงเป็นพนักงานต้อนรับเหรอครับ” พนักงานหน้าเคาน์เตอร์รีบก้มหน้าลงเพื่อซ่อนรอยยิ้ม เชิงชายเหลือบมองเพียงครั้งเดียว อีกฝ่ายก็กลับไปยืนตัวตรงทันที

“ฉันไม่ใช่พนักงานต้อนรับ”

“ถ้าอย่างนั้นคุณลุงทำอะไรครับ”

“โรงแรมนี้เป็นของฉัน” เรย์เงยหน้ามองรอบล็อบบี ก่อนหันกลับมามองเขาอีกครั้ง

“ใหญ่ขนาดนี้ คุณลุงทำความสะอาดคนเดียวไหวเหรอครับ” อนันญาเกือบหลุดหัวเราะทั้งที่ยังยืนตัวแข็งอยู่ตรงนั้น เชิงชายเองก็นิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร

“ฉันมีพนักงาน”

“อ๋อ คุณลุงเป็นหัวหน้าคนทำความสะอาดนี่เอง”

“ใครสอนให้นายพูดมากขนาดนี้”

“ไม่มีใครสอนครับ เรย์พูดเอง” เด็กชายตอบ ก่อนมองเชิงชายตั้งแต่ศีรษะจรดรองเท้า 

“คุณลุงมีลูกไหมครับ”

“ไม่มี”

“เสียดายจังครับ ถ้าคุณลุงมีลูก เขาน่าจะหน้าตาดีเหมือนคุณลุง” เชิงชายมองหน้าเรย์นิ่งขึ้น อนันญาไม่รู้ว่าเขาเห็นอะไรบนใบหน้าลูก แต่สายตาคู่นั้นทำให้เธอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

“แม่ครับ!” เรย์หันมาเห็นเธอพอดี ก่อนวิ่งตรงเข้ามากอดเอว 

“เรย์หาประชาสัมพันธ์เจอเองด้วยครับ แล้วคุณลุงคนนี้ก็ช่วยเรย์ตามหาคุณครู” อนันญาวางมือลงบนศีรษะลูก แต่สายตายังหยุดอยู่ที่ผู้ชายตรงหน้า

เชิงชายเดินตามเรย์เข้ามาช้าๆ เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้มมองเด็กชายที่กอดเอวเธออีกครั้ง

“เด็กคนนี้เป็นใคร” อนันญาอ้าปาก แต่ยังไม่มีคำตอบหลุดออกมา

“ผมชื่อเรย์ครับ เป็นลูกของแม่” เด็กชายแนะนำตัวด้วยรอยยิ้ม เชิงชายมองใบหน้าของเรย์นิ่งไป ก่อนถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นกว่าเดิม

“ฉันถามว่าเขาเป็นลูกของใคร”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป