บทที่ 6 แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใคร
อนันญากระชับมือบนศีรษะลูกแน่นขึ้น ใบหน้าของเชิงชายที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวพร่าไปชั่วขณะจนเธอต้องกะพริบตา แต่ยังจำน้ำเสียงแบบนั้นได้ดี เขาเคยใช้น้ำเสียงเดียวกันออกคำสั่งให้เธอไปเอาเด็กออก ราวกับเด็กในท้องเป็นปัญหาที่เธอต้องจัดการให้เรียบร้อย
“คุณแม่คะ เจอเรย์แล้วใช่ไหมคะ” คุณครูเดินเข้ามาพร้อมพนักงานโรงแรมอีกสองคน ก่อนถอนหายใจเมื่อเห็นเด็กชายยืนอยู่ข้างเธอ
“ครูขอโทษจริงๆ ค่ะ เมื่อกี้มัวแต่นับเด็กอีกกลุ่มเลยไม่รู้ว่าเรย์ยังผูกเชือกรองเท้าอยู่”
“ไม่เป็นไรค่ะ เจอลูกก็ดีแล้ว” อนันญาจับมือเรย์และหันไปทางเชิงชาย
“ขอบคุณคุณเชิงชายด้วยนะคะที่ช่วยดูแลเขา ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอพาลูกกลับไปทำกิจกรรมก่อนค่ะ” เธอก้าวออกไปได้ก้าวเดียว เชิงชายก็ขยับมาขวางไว้ ไม่ได้เข้าใกล้จนแตะต้องตัว แต่ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้เธอพาเรย์ผ่านไปไม่ได้
“เธอยังไม่ได้ตอบฉัน”
“ตรงนี้ไม่ใช่ที่สำหรับคุยเรื่องส่วนตัวค่ะ” อนันญาเหลือบมองคุณครูกับพนักงาน ทุกคนพยายามทำเหมือนไม่ได้ฟัง แต่ไม่มีใครกล้าเดินออกไปก่อนเจ้าของโรงแรม
“ถ้าอย่างนั้นตอบมาแค่ว่าเด็กอายุเท่าไร”
“เรย์สี่ขวบแล้วครับ” เด็กชายตอบแทน ก่อนยกนิ้วขึ้นมาสี่นิ้ว
“วันเกิดปีนี้แม่ซื้อเค้กรถแข่งให้เรย์ด้วยครับ” เชิงชายก้มมองเขา สายตาหยุดอยู่บนใบหน้าเด็กนานกว่าเดิม อนันญาดึงเรย์เข้ามายืนชิดตัวโดยไม่รู้ตัว เธอหายไปจากชีวิตเขาห้าปี ส่วนเรย์อายุสี่ขวบ ต่อให้ไม่รู้วันเกิด เขาก็คงคำนวณช่วงเวลาได้ไม่ยาก
“เกิดเดือนไหน”
“เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับคุณค่ะ” เรย์เงยหน้ามองผู้ใหญ่ทั้งสองสลับกัน ก่อนยกมือกอดอกเหมือนกำลังรอคำอธิบาย ท่าทางนั้นทำให้เชิงชายชะงักไปเล็กน้อย เพราะเวลาถูกขัดใจ เขามักยืนในลักษณะเดียวกัน
“แม่รู้จักคุณลุงเหรอครับ”
“แม่เคยรู้จักครับ แต่นานมากแล้ว”
“แล้วทำไมคุณลุงไม่รู้ว่าเรย์เป็นลูกของใครครับ” คำถามของเด็กทำให้คุณครูรีบชวนพนักงานกลับไปดูเด็กกลุ่มอื่น อนันญาฝืนยิ้มให้ลูก
แม้อยากพาเรย์ออกไปจากตรงนี้มากแค่ไหน เธอก็ไม่ต้องการแสดงท่าทีผิดปกติจนเด็กสงสัยมากกว่าเดิม
“เพราะแม่กับคุณลุงไม่ได้สนิทกันแล้วครับ”
“ถ้าไม่สนิท ทำไมคุณลุงมองแม่แบบนั้นล่ะครับ”
“แบบไหน” เชิงชายเป็นฝ่ายถาม เรย์เอียงหน้าพิจารณาเขาครู่หนึ่ง
“เหมือนตอนเรย์ถามแม่แล้วแม่ไม่ยอมตอบครับ” อนันญาบีบมือลูกเบาๆ เพื่อห้ามไม่ให้พูดต่อ เชิงชายกลับยังมองเรย์นิ่ง สายตาของเขาเลื่อนจากคิ้วลงมาถึงริมฝีปาก ก่อนหยุดตรงท่าทางเม้มปากของเด็กชาย
“แล้วพ่อของเด็กอยู่ไหน”
“คุณไม่มีสิทธิ์ถาม”
“ถ้าไม่มีอะไรต้องปิดบัง เธอก็ตอบมา” อนันญามองคนตรงหน้า ความเย็นชาในน้ำเสียงของเขาทำให้ภาพเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาอีกครั้ง ตอนนั้นเชิงชายไม่เคยถามว่าเธออยากเก็บลูกไว้หรือไม่ แต่วันนี้เขากลับยืนถามถึงพ่อของเด็ก ราวกับมีสิทธิ์รับรู้ทุกอย่างเพราะเกิดความสงสัย
“พ่อของเรย์เสียชีวิตแล้วค่ะ” มือเล็กในมือเธอขยับทันที เรย์เงยหน้าขึ้นมองแม่ด้วยสีหน้าตกใจ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาอนันญาบอกว่าพ่อไม่ได้อยู่กับพวกเขา เธอไม่เคยบอกว่าพ่อของเขาตายแล้ว
“แม่ครับ พ่อ...”
“เรย์ต้องกลับไปทำกิจกรรมแล้วครับ คุณครูกำลังรออยู่” อนันญารีบพูดแทรก ก่อนหันกลับไปหาเชิงชาย
“หวังว่าคำตอบนี้คงชัดเจนแล้วนะคะ” เชิงชายไม่ได้หลีกทางทันที เขามองหน้าเธอเหมือนกำลังพยายามหาบางอย่างจากสีหน้า ก่อนขยับออกไปครึ่งก้าว
“ผู้ชายคนนั้นชื่ออะไร”
“คุณไม่จำเป็นต้องรู้ค่ะ” อนันญาพาเรย์เดินผ่านไป คราวนี้เชิงชายไม่ได้ตามมา แต่สายตาที่มองอยู่ด้านหลังทำให้เธอรู้ว่าคำโกหกเมื่อครู่ไม่ได้ทำให้เขาหยุดสงสัย ตรงกันข้าม มันอาจทำให้เขาต้องการรู้มากกว่าเดิม
กิจกรรมช่วงบ่ายเริ่มขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน คุณครูให้ผู้ปกครองกับเด็กช่วยกันตกแต่งกรอบรูปครอบครัว เรย์นั่งติดกระดาษสีอยู่ข้างเธออย่างเงียบผิดปกติ หลายครั้งเด็กชายเหมือนอยากถามอะไร แต่สุดท้ายกลับก้มหน้าทำงานต่อ
“เรย์อยากได้สีอะไรครับ”
“สีฟ้าก็ได้ครับ”
“เมื่อกี้ยังบอกแม่ว่าอยากได้สีแดงอยู่เลย”
“เรย์เปลี่ยนใจแล้วครับ” เด็กชายหยิบกระดาษสีฟ้ามาติดตรงขอบ ก่อนถามโดยไม่เงยหน้า
“พ่อตายแล้วจริงๆ เหรอครับ” อนันญาวางกรรไกรลง
“เรย์ครับ ตอนนี้เราทำกิจกรรมกันก่อนนะ”
“แต่แม่ไม่เคยบอกเรย์”
“แม่จะเล่าให้ฟังตอนที่เรย์โตกว่านี้ครับ”
“อีกกี่ปีครับ” เธอไม่มีคำตอบให้ลูก จึงยื่นมือไปช่วยกดกระดาษที่มุมกรอบรูปแทน เรย์มองเธออยู่พักหนึ่ง ก่อนกลับไปหยิบกาวโดยไม่ถามต่อ ความเงียบของลูกทำให้อนันญารู้สึกแย่กว่าการถูกซักถามเสียอีก
ตลอดเวลานั้นเชิงชายยังอยู่ในห้องจัดงาน เขายืนคุยกับผู้บริหารโรงแรมตรงอีกด้าน บางครั้งหันไปดูพนักงานหรือเอกสารในมือ แต่ทุกครั้งที่อนันญาเผลอมองไป สายตาของเขากลับหยุดอยู่ที่โต๊ะของเธอกับเรย์
เมื่อกิจกรรมจบลง อนันญารีบเก็บของและพาลูกออกจากห้อง เธอเรียกรถไว้ตั้งแต่ก่อนลงมาถึงล็อบบี รถจึงจอดรออยู่หน้าโรงแรมแล้ว
“อนันญา” เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เธอหยุด แต่ไม่ได้หันกลับไป เชิงชายเดินมาหยุดข้างตัว
“เบอร์โทรศัพท์ของเธอ...”
“ฉันไม่มีเรื่องต้องคุยกับคุณค่ะ”
“ฉันไม่ได้ถามว่าเธอมีเรื่องหรือเปล่า ฉันขอเบอร์”
“ฉันไม่ให้ค่ะ” อนันญาเปิดประตูรถให้เรย์ขึ้นไปนั่ง ก่อนวางกระเป๋าตามเข้าไป
“เธอจะอยู่ในเมืองอีกนานแค่ไหน”
“ไม่เกี่ยวกับคุณเหมือนกันค่ะ” เธอขึ้นรถแล้วปิดประตูโดยไม่รอฟังคำตอบ
รถเคลื่อนออกจากหน้าโรงแรม เรย์นั่งกอดกรอบรูปไว้บนตักและมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมาหาเธอ
“แม่ครับ”
“ครับ”
“พ่อตายตั้งแต่เมื่อไรครับ ทำไมแม่ไม่เคยบอกเรย์เลย” อนันญามองใบหน้าของลูก แต่ไม่มีคำตอบใดที่ไม่ทำให้เรื่องโกหกยิ่งกว่าเดิม เธอจึงดึงเรย์เข้ามากอด ขณะที่เด็กชายยังรอคำตอบอยู่เงียบๆ
หน้าโรงแรม เชิงชายยังยืนมองรถคันนั้นจนลับสายตา ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาคนสนิท
“หาข้อมูลให้ฉันหน่อย”
“เรื่องคุณอนันญาเหรอครับ”
“ฉันอยากรู้ว่าห้าปีที่ผ่านมาเธอไปอยู่ที่ไหนมา” เชิงชายมองถนนที่ว่างเปล่าตรงหน้า ก่อนพูดต่อ
“แล้วผู้ชายที่ตายไปแล้วคนนั้นเป็นใคร”
