บทที่ 7 ลุงคนนั้น

เรย์วางกรอบรูปที่ทำจากโรงแรมลงบนโต๊ะ ก่อนเลื่อนมาตรงหน้าอนันญา ภาพถ่ายตรงกลางมีเขากับแม่ยืนอยู่ด้วยกัน ส่วนพื้นที่รอบข้างถูกตกแต่งด้วยกระดาษสีฟ้าเกือบทั้งหมด

“คุณครูบอกให้เอาไปส่งวันนี้ครับ” อนันญาหยิบกรอบรูปขึ้นมาดู เมื่อวานหลังกลับถึงที่พัก เรย์ไม่ถามเรื่องพ่ออีก เด็กชายกินข้าว อาบน้ำ และเข้านอนตามปกติ เธอจึงคิดว่าเขาคงลืมเรื่องที่ได้ยินไปแล้ว

“เรย์ทำสวยแล้วครับ เอาใส่กระเป๋าได้เลย”

“แต่ยังไม่เสร็จครับ”

“ขาดอะไรเหรอ” เรย์ชี้พื้นที่ว่างข้างตัวเองในภาพ

“ตรงนี้ไม่มีพ่อครับ” มือที่ถือกรอบรูปหยุดนิ่ง อนันญามองใบหน้าของลูก ก่อนวางมันกลับลงบนโต๊ะ

“ครอบครัวของเรามีกันสองคนก็ถูกแล้วครับ”

“แต่ของเพื่อนมีพ่อด้วย” เรย์ขยับกรอบรูปกลับมาหาตัวเอง “ถ้าพ่อตายแล้ว เราเอารูปพ่อติดตรงนี้ได้ไหมครับ”

“แม่ไม่มีรูปเขาครับ”

“แม่ไม่เคยถ่ายรูปกับพ่อเหรอ”

“ไม่เคยครับ” อนันญาตอบ ก่อนลุกไปหยิบกระเป๋านักเรียนมาวางบนเก้าอี้ “เอากรอบรูปใส่กระเป๋าก่อนนะ เดี๋ยวไปโรงเรียนสาย”

เรย์ไม่ได้ขยับ เขายังนั่งมองพื้นที่ว่างในภาพเหมือนเดิม

“พ่อตายตั้งแต่เมื่อไรครับ”

“นานแล้วครับ”

“ก่อนเรย์เกิดเหรอ” อนันญาหยิบขวดน้ำใส่กระเป๋าโดยไม่หันกลับไปมองลูก

“เรื่องของผู้ใหญ่บางเรื่องอธิบายยากครับ เอาไว้เรย์โตกว่านี้ แม่จะเล่าให้ฟัง”

“พ่อตายเพราะอะไรครับ”

“เรย์ครับ”

“เรย์แค่อยากรู้” เด็กชายเงยหน้าขึ้น “พ่อเคยเห็นเรย์ไหมครับ”

คำถามทำให้อนันญาปิดกระเป๋าช้าลง เมื่อห้าปีก่อนเชิงชายเคยเห็นผลตรวจครรภ์กับรองเท้าเด็กที่เธอเตรียมไว้ เขารู้ว่ากำลังจะมีเด็กคนนี้ แต่ไม่เคยเห็นใบหน้าของลูก ไม่เคยเห็นภาพอัลตราซาวนด์ และไม่เคยรู้ว่าเด็กที่เขาสั่งให้เอาออกเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

“ยังไม่เคยครับ”

“ถ้าพ่อเห็นเรย์ พ่อจะชอบเรย์ไหม” อนันญามองใบหน้าเล็กตรงหน้า เธออยากตอบว่าพ่อทุกคนต้องรักลูก แต่ในวันที่เชิงชายรู้ว่าเรย์มีตัวตน เขาไม่ได้ถามว่าเด็กแข็งแรงหรือไม่ ไม่ได้ถามว่าเธอตั้งครรภ์มานานเท่าไร เขาสั่งให้เธอไปโรงพยาบาลเพื่อเอาเด็กออกเท่านั้น

“แม่ไม่รู้ครับ”

“เรย์ไม่ดื้อนะครับ แล้วก็กินข้าวเองได้ด้วย”

“แม่รู้ครับ”

“ถ้าพ่อรู้ พ่ออาจจะอยากมาเล่นกับเรย์ก็ได้” เด็กชายแตะพื้นที่ว่างข้างรูปตัวเอง “คุณลุงที่โรงแรมยังเล่นกับเรย์เลยครับ”

“คุณลุงไม่ได้เล่นกับเรย์ เขาแค่ช่วยพาไปหาคุณครูครับ”

“แต่คุณลุงคุยกับเรย์ตั้งนาน” เรย์มองกรอบรูปอีกครั้ง “ถ้าพ่อไม่ตาย พ่อจะคุยกับเรย์ไหมครับ”

“เรย์อยากมีพ่อเหรอครับ” อนันญานั่งลงข้างลูก

เด็กชายพยักหน้า ก่อนรีบส่ายหน้าเมื่อเห็นสีหน้าของแม่

“ไม่อยากแล้วก็ได้ครับ”

“ทำไมเปลี่ยนใจเร็วจัง”

“แม่ทำหน้าเศร้า” เรย์ยกมือเล็กขึ้นแตะระหว่างคิ้วของเธอ “เรย์ไม่ถามแล้วครับ”

อนันญาจับมือลูกลงมากุมไว้ เธอคิดมาตลอดว่าเลี้ยงเรย์คนเดียวได้ดีและไม่เคยทำให้ลูกรู้สึกขาดอะไร แต่ที่จริงเด็กชายแค่ไม่ยอมพูด เพราะกลัวว่าเธอจะเสียใจ

“แม่ไม่ได้โกรธเรย์ครับ”

“งั้นเรย์เอารูปพ่อได้ไหม”

“แม่ไม่มีจริง ๆ ครับ”

“ไม่มีก็วาดเอาได้” เรย์หยิบดินสอขึ้นมา ก่อนชะงัก “แต่เรย์ไม่รู้ว่าพ่อหน้าตายังไง”

“เอาไว้ค่อยวาดนะครับ ตอนนี้ต้องไปโรงเรียนแล้ว” อนันญาปิดกระเป๋านักเรียนและส่งให้ลูก เรย์ยอมสะพายแต่ยังถือกรอบรูปไว้แนบอก

หลังส่งเรย์เข้าโรงเรียน อนันญากลับมาที่พักและนำกระเป๋าเดินทางออกมาวางข้างเตียง เสื้อผ้าของเธอกับลูกมีไม่มาก หากเก็บตอนนี้คงออกจากเมืองได้ภายในวันนี้ ก่อนเชิงชายจะตามมาพบอีกครั้ง

เธอหยิบเสื้อของเรย์ออกจากตู้ได้สองตัว ก่อนวางกลับลงไปแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาโรงพยาบาล

“สวัสดีค่ะ หมิวอยากขอเลื่อนนัดตรวจตาค่ะ”

“เดิมนัดกับแพทย์เฉพาะทางไว้อีกสามวันใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ ถ้าขอเปลี่ยนเป็นเดือนหน้าได้ไหมคะ” เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนแจ้งว่าคิวของแพทย์เต็มเกือบทุกวัน หากยกเลิกครั้งนี้อาจต้องรออีกหลายสัปดาห์ อีกทั้งในใบส่งตัวมีหมายเหตุว่าอาการของเธอควรได้รับการตรวจต่อโดยเร็ว

อนันญามองเสื้อผ้าที่วางอยู่บนเตียง เธอไม่อยากอยู่ในเมืองต่อ แต่ถ้ากลับไปแล้วอาการแย่ลง คนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคงเป็นเรย์

“ถ้าอย่างนั้นหมิวใช้วันเดิมค่ะ” เธอวางสาย ก่อนเก็บเสื้อผ้ากลับเข้าตู้ อย่างน้อยต้องรอให้ตรวจเสร็จก่อน หากไม่มีอะไรน่ากังวล เธอจะพาเรย์กลับทันที

ช่วงสายโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง หมายเลขที่ปรากฏไม่คุ้นตา อนันญาคิดว่าโรงพยาบาลอาจโทรมายืนยันรายละเอียด จึงกดรับโดยไม่ได้ระวัง

“สวัสดีค่ะ”

“คิดจะหนีอีกแล้วหรือไง” มือที่ถือโทรศัพท์กระชับแน่นขึ้น อนันญาจำเสียงของเชิงชายได้ทันที

“คุณได้เบอร์ฉันมาจากไหน”

“ข้อมูลผู้ปกครองที่โรงเรียนส่งให้โรงแรมตอนลงทะเบียนผู้ร่วมกิจกรรม”

“ข้อมูลนั้นมีไว้ใช้กรณีฉุกเฉิน ไม่ใช่ให้เจ้าของโรงแรมนำมาใช้เรื่องส่วนตัว”

“ฉันรู้ว่าไม่เหมาะสม”

“รู้แล้วยังโทรมาอีกเหรอคะ”

“ตอบคำถามฉันเรื่องเดียว แล้วฉันจะไม่โทรไปอีก” อนันญาเดินไปปิดประตูห้อง ทั้งที่ภายในไม่มีใครอยู่

“ฉันไม่มีอะไรต้องตอบคุณค่ะ”

“พ่อของเรย์ชื่ออะไร”

“ฉันบอกไปแล้วว่าเขาตายไปแล้ว คุณจะอยากรู้เพื่ออะไร”

“เพราะห้าปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยได้ข่าวว่าเธอแต่งงานหรือมีสามี”

“คุณไม่รู้ ไม่ได้แปลว่าฉันไม่มีชีวิตของตัวเอง ชีวิตห้าปีของฉันไม่จำเป็นต้องรายงานให้คุณรู้”

“ถ้าอย่างนั้นบอกชื่อเขามา”

“ฉันไม่บอกค่ะ และอย่าโทรมาอีก” อนันญากดวางสาย ก่อนปิดเสียงโทรศัพท์แล้ววางลงบนโต๊ะ เชิงชายโทรกลับมาอีกครั้ง แต่เธอปล่อยให้สายตัดไปเอง จากนั้นข้อความจากหมายเลขเดิมก็ปรากฏขึ้น

“ถ้าเด็กไม่เกี่ยวกับฉัน เธอก็บอกมาตรง ๆ” อนันญาอ่านประโยคนั้นซ้ำ ก่อนลบข้อความทิ้งและเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า เพราะคำตอบตรง ๆ คือสิ่งที่เธอให้เขาไม่ได้

ช่วงบ่าย อนันญาไปรับเรย์กลับจากโรงเรียนตามเวลา เมื่อกลับถึงที่พัก เด็กชายวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้และนำกรอบรูปออกมาวางบนโต๊ะ

“คุณครูบอกว่าเรย์ยังวาดรูปพ่อเพิ่มได้ครับ พรุ่งนี้ค่อยเอาไปส่งใหม่” อนันญายังไม่ทันตอบ โทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้นอีกครั้ง เธอเห็นหมายเลขเดิมแล้วรีบเดินออกห่างจากลูกก่อนกดรับ

“คุณจะโทรมาทำไมอีก”

“เพราะเธอยังไม่ตอบฉัน”

“คุณเชิงชาย ฉันบอกแล้วว่าเรย์ไม่เกี่ยวกับคุณ” อนันญาหันกลับไปมองลูกและพบว่าเด็กชายกำลังยืนฟังอยู่ เธอจึงกดวางสายทันที เรย์มองโทรศัพท์ในมือแม่ ก่อนหันไปมองกรอบรูปที่ยังมีพื้นที่ว่างอยู่ข้างตัวเอง

“คุณลุงคนนั้นอยากเป็นพ่อเรย์เหรอครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป