บทที่ 8 เรย์อยากถามเรื่องพ่อ

อนันญาจัดป้ายชื่อบนเสื้อของเรย์ให้ตรง ก่อนย่อตัวลงตรวจเชือกรองเท้าทั้งสองข้าง วันนี้เป็นวันสุดท้ายของกิจกรรมโรงเรียน เด็กทุกคนต้องรวมตัวกันหน้าห้องเรียนชั่วคราว ก่อนคุณครูจะพาไปทำกิจกรรมที่ร้านอาหารใกล้โรงพยาบาล

“วันนี้ห้ามเดินออกจากกลุ่มอีกนะครับ ถ้าหาคุณครูไม่เจอให้ยืนรออยู่ที่เดิม แล้วก็ห้ามไปไหนกับคนแปลกหน้า”

“คุณลุงเชิงชายเป็นคนแปลกหน้าหรือเปล่าครับ” เรย์ถาม

“ทำไมถามแบบนั้น”

“แม่บอกว่าเคยรู้จักคุณลุง ถ้าเคยรู้จักก็ไม่แปลกหน้าใช่ไหมครับ”

“ถึงแม่จะเคยรู้จัก เรย์ก็ห้ามไปไหนกับเขาโดยไม่บอกแม่ เข้าใจไหมครับ”

“ครับ” เด็กชายรับคำ แต่ยังไม่เดินเข้าไปหาคุณครู 

“เมื่อวานแม่บอกคุณลุงว่าเรย์ไม่เกี่ยว ทำไมคุณลุงอยากให้เรย์เกี่ยวกับเขาครับ” อนันญาชะงักไปชั่วครู่ เธอคิดว่าเรย์คงไม่ได้ยินบทสนทนาทางโทรศัพท์ทั้งหมด แต่เด็กชายจำประโยคที่ได้ยินได้ชัดเจนกว่าที่เธอคิด

“คุณลุงเข้าใจผิดครับ”

“เข้าใจผิดว่าอะไร”

“เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เรย์ยังไม่ต้องรู้ครับ”

“เกี่ยวกับพ่อหรือเปล่า”

“เรย์ครับ คุณครูกำลังเรียกแล้ว” อนันญาหยิบกรอบรูปจากมือลูกส่งให้คุณครู ก่อนลูบศีรษะเด็กชาย 

“ไปทำกิจกรรมก่อนนะครับ แม่จะไปรอที่ร้านอาหาร” เรย์ยังมองเธอเหมือนอยากถามต่อ แต่เมื่อเพื่อนเข้ามาจูงมือ เขาจึงยอมเดินตามเข้าไป อนันญารอจนเด็กทุกคนออกจากโรงเรียนแล้วจึงเรียกรถไปโรงพยาบาล

เธอติดต่อแผนกนัดหมายเพื่อยืนยันวันตรวจอีกครั้ง เจ้าหน้าที่แจ้งให้เตรียมเอกสารและเผื่อเวลาสำหรับการตรวจหลายอย่าง อนันญาจดรายละเอียดลงในโทรศัพท์ ก่อนเก็บใบส่งตัวกลับเข้ากระเป๋า

เมื่อจัดการเสร็จ เธอเดินไปรอเรย์ที่ร้านอาหารตามที่โรงเรียนแจ้งไว้ ร้านอยู่ห่างจากโรงพยาบาลไม่มากและแบ่งพื้นที่ด้านในให้เด็กทำกิจกรรม อนันญาเลือกโต๊ะใกล้ประตูเพื่อให้มองเห็นตอนครูพาเด็กเข้ามา เธอนั่งได้ไม่นาน เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก็ถูกดึงออก

“ฉันขอนั่งด้วย” เชิงชายพูด ก่อนนั่งลงโดยไม่รอคำอนุญาต

“คุณตามฉันมาได้ยังไง”

“ฉันถามผู้จัดการโรงแรมว่าโรงเรียนใช้สถานที่ไหนจัดกิจกรรมต่อ”

“คุณเอาข้อมูลของเด็กกับผู้ปกครองมาใช้ตามหาฉันอีกแล้ว”

“เธอจะโกรธฉันเรื่องนี้ก็ได้ แต่ฉันต้องรู้ว่าเรย์เป็นลูกของฉันหรือเปล่า”

“ฉันตอบคุณไปแล้ว”

“เธอบอกว่าพ่อของเด็กตาย แต่ไม่ยอมบอกว่าเขาเป็นใคร” เชิงชายวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ 

“เธอแต่งงานเมื่อไร มีทะเบียนสมรสหรือหลักฐานอะไรบ้าง”

“ฉันไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตของตัวเองมาพิสูจน์ให้คุณดู”

“ถ้าผู้ชายคนนั้นมีตัวตนจริง บอกชื่อเขามา”

“แล้วถ้าฉันไม่บอก คุณจะทำอะไรคะ”

“ฉันจะหาคำตอบเอง” อนันญามองคนตรงหน้า น้ำเสียงของเขายังคงเหมือนเมื่อห้าปีก่อน เมื่อเชิงชายต้องการอะไร เขาจะทำทุกทางจนกว่าจะได้สิ่งนั้น โดยไม่สนใจว่าคนอื่นต้องการเหมือนเขาหรือไม่

“สมมติว่าเรย์เป็นลูกของคุณจริงๆ คุณคิดจะทำยังไงคะ” เชิงชายเงียบไปเล็กน้อย 

“ฉันจะรับผิดชอบ”

“รับผิดชอบแบบไหน” อนันญาถาม 

“คุณจะสั่งให้ฉันพาเขาไปโรงพยาบาลอีกหรือเปล่า หรือครั้งนี้เด็กโตเกินกว่าที่คุณจะสั่งให้เอาออกแล้ว” มือของเชิงชายที่วางอยู่บนโต๊ะหยุดนิ่ง เขามองเธอโดยไม่ตอบทันที

“เรื่องนั้นผ่านมาห้าปีแล้ว”

“สำหรับคุณอาจผ่านไปแล้ว แต่ฉันจำได้ทุกคำ” อนันญาหยิบกระเป๋าขึ้นมาเตรียมย้ายโต๊ะ 

“คุณไม่มีสิทธิ์ถามถึงเรย์ หลังจากสิ่งที่คุณเคยทำ”

เสียงเด็กหลายคนดังขึ้นจากหน้าร้าน คุณครูพาเรย์กับเพื่อนเดินเข้ามาพอดี เด็กชายมองหาแม่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเห็นผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอ

“คุณลุง!” เรย์เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าดีใจ 

“คุณลุงมาทำอะไรที่นี่ครับ”

“มากินข้าว”

“คุณลุงมากินคนเดียวเหรอครับ”

“ใช่” เรย์มองแม่ที่ยังยืนถือกระเป๋า ก่อนหันกลับไปหาเชิงชาย 

“คุณลุงรู้จักพ่อเรย์ไหมครับ” เชิงชายมองอนันญาอยู่ครู่หนึ่ง 

“ยังไม่แน่ใจ”

“ถ้ารู้แล้วบอกเรย์ได้ไหมครับ เรย์อยากวาดรูปพ่อใส่กรอบ”

“เรย์กลับไปนั่งกับเพื่อนก่อนครับ” อนันญาจับไหล่ลูกและพากลับไปหาเด็กกลุ่มอื่น โดยไม่เปิดโอกาสให้เชิงชายตอบ

อาหารของเด็กถูกนำมาเสิร์ฟหลังจากนั้น คุณครูให้ผู้ปกครองนั่งร่วมโต๊ะกับลูก อนันญาจึงต้องกลับมานั่งที่เดิม เพราะเรย์เลือกเก้าอี้ข้างเชิงชายไว้แล้ว

เด็กชายตักข้าวเข้าปากได้สองคำ ก่อนใช้ช้อนเขี่ยต้นหอมออกไปวางข้างจานทีละชิ้น เชิงชายมองอยู่เงียบๆ จนคุณครูเดินเข้ามาเห็น

“เรย์ครับ ไม่เลือกกินนะ”

“เรย์ไม่ได้เลือกครับ เรย์กินข้าวกับไข่หมดแล้ว แต่ต้นหอมเหม็น” เด็กชายตอบด้วยสีหน้าจริงจัง 

“ถ้าเอาออก อาหารที่เหลือก็ยังกินได้ครับ”

“แต่ผักมีประโยชน์นะคะ”

“อย่างอื่นก็มีผักครับ เรย์กินแตงกวาได้” เรย์ชี้แตงกวาในจาน ก่อนเขี่ยต้นหอมชิ้นสุดท้ายออกแล้ววางช้อนให้ตรงขอบจาน

เชิงชายมองกองต้นหอมข้างจานเด็ก เขาเองไม่เคยกินต้นหอม และมักแยกออกทุกครั้งโดยไม่ต้องให้ใครเตือน ท่าทางจัดช้อนให้ตรงหลังจากกินเสร็จก็เหมือนนิสัยที่เขาทำมาตั้งแต่เด็ก

อนันญาเห็นสายตาของเชิงชายจึงรีบเลื่อนจานของเรย์เข้าหาตัว 

“ถ้าไม่กินก็ไม่ต้องเขี่ยต่อแล้วครับ เดี๋ยวแม่เอาออกให้”

หลังจบกิจกรรม เชิงชายเดินตามแม่ลูกออกมาหน้าร้าน รถที่อนันญาเรียกไว้ยังมาไม่ถึง เขาจึงเปิดประตูรถของตัวเองและมองไปทางเรย์

“ฉันไปส่ง”

“ไม่ต้องค่ะ”

“คุณลุงไปส่งได้ไหมครับ” เรย์ถาม 

“เรย์อยากถามเรื่องพ่อ”

“คุณลุงไม่รู้จักพ่อของเรย์ครับ และต่อไปห้ามถามเรื่องนี้กับเขาอีก” อนันญาตอบ ก่อนพาลูกไปขึ้นรถที่เพิ่งจอดเทียบทางเดิน

เรย์ก้มหน้ารับคำและปีนขึ้นไปนั่งด้านใน อนันญากำลังจะปิดประตู เด็กชายก็หันกลับไปมองเชิงชายที่ยังยืนอยู่ข้างรถ

“แม่ครับ ถ้าคุณลุงไม่รู้จักพ่อ ทำไมแม่ไม่ให้เรย์ถามเขาล่ะครับ”

อนันญาชะงักไป แต่รถเริ่มเคลื่อนออกจากหน้าร้านเสียก่อน เชิงชายยังยืนอยู่ที่เดิม มองตามแม่ลูกพร้อมความสงสัยที่ชัดขึ้นกว่าเดิม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป