บทที่ 1 งานหมั้น
งานหมั้นหมาย
เสียงดนตรีคลาสสิกหวานหูดังกังวานไปทั่วห้องโถงจัดเลี้ยงขนาดเล็กของโรงแรมหรูใจกลางเมืองหลวง แสงไฟระยิบระยับจากโคมแก้วเจียระไนบนเพดานส่องกระทบแก้วแชมเปญทรงสูงในมือของแขกผู้ใหญ่เพียงไม่กี่ท่าน บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความเงียบสงบ ไร้ซึ่งแสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพและไร้ซึ่งเงาของสื่อมวลชน มีเพียงญาติผู้ใหญ่สนิทและผู้บริหารระดับสูงของสองตระกูลใหญ่อย่าง ‘วรเวชเวชากุล’ และ ‘อัศวเมธินท์’ มาร่วมชนแก้วฉลองเป็นการภายในเท่านั้น
‘พราวฟ้า’ ในชุดราตรีเกาะอกสีขาวบริสุทธิ์ ตัดเย็บด้วยผ้าไหมเนื้อดีเรียบหรูกราดเกลื่อน ยืนสง่างามอยู่ข้างกายชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหวานเนียนปราศจากริ้วรอยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนอ่อนละมุน ทว่าดวงตาคู่สวยสุกใส
นั้นกลับฉายแววหมองเศร้าที่ถูกซ่อนไว้เบื้องหลังรอยยิ้มบางๆ มือเรียวเล็กในถุงมือผ้าซาตินกำเข้าหากันแน่น
เมื่อก้มลงมองแหวนเพชรเม็ดงามทรงเอมเมอรัลด์คัตบนนิ้วนางข้างซ้าย หัวใจของเด็กสาววัยยี่สิบปีก็เต็มไปด้วยความรู้สึกอันสับสน ทั้งเจ็บปวด... ละอายใจ... และตื้นตันจนจุกอก ทำไมเธอถึงยึดมั่นและยอมทนรับความเย็นชาของเขาขนาดนี้น่ะหรือ?
เพราะเมื่อสี่ปีก่อน ในวันที่เด็กสาววัยเพียงสิบหกปีอย่างพราวฟ้าต้องประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์กะทันหัน ภาพของความมืดมิด เสียงกรีดร้อง และบาดแผลตามร่างกายทำเอาเธอขวัญเสียจนสติแทบหลุดลอย ในวินาทีที่เธอคิดว่าชีวิตกำลังจะจบลง ชายหนุ่มร่างสูงอย่าง ‘เมฆา’ ในวัยยี่สิบสี่ปี คือคนที่รีบวิ่งเข้ามาถึงตัวเธอเป็นคนแรก เขารีบถอดเสื้อสูทเนื้อหนาของตัวเองมาคลุมไหล่ที่สั่นเทาของเธอไว้ คอยกุมมือเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยคราบเลือดของเธอไว้แน่นตลอดทางบนรถพยาบาล นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นมองเธอด้วยความห่วงใยอย่างที่สุด
‘ไม่ต้องกลัวนะพราว... พี่อยู่นี่แล้ว พี่จะอยู่ดูแลพราวเอง’ เขาเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอบอุ่นที่ฝังลึกลงไปในจิตวิญญาณของเธอตั้งแต่วันนั้น
สัมผัสที่อบอุ่น สายตาที่เต็มไปด้วยความทะนุถนอม และประโยคสัญญาในวันนั้น กลายเป็นตราประทับลึกที่ฝังแน่นอยู่ในหัวใจของพราวฟ้ามาโดยตลอด ตั้งแต่วัยสิบหกปีเป็นต้นมา สำหรับเธอแล้ว พี่เมฆาไม่ใช่แค่ชายหนุ่มที่เพียบพร้อมหรือสูงส่งเกินเอื้อม แต่เขาคือ ‘โลกทั้งใบ’ คือเจ้าชายในฝัน และเป็นแสงสว่างเดียวที่เธอแอบรักและฝันอยากจะใช้ชีวิตคู่ด้วยมาโดยตลอดสี่ปีเต็ม
ทว่า... แสงสว่างอันแสนอบอุ่นในวันนั้น บัดนี้กลับกลายเป็นความเย็นชาอันแสนเหี้ยมโหด ที่คอยแผดเผาและกัดกินหัวใจเธอจนเหวอะหวะไม่เหลือชิ้นดี
พราวฟ้าค่อยๆ เลื่อนสายตามอง ‘เมฆา’ ประธานบริหารหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีแห่งเครือบริษัทใหญ่ ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของเรือนร่างสูงโปร่งสง่างามในชุดสูทตัดแต่งพิเศษสีเทาเข้ม ใบหน้าคมคายราวกับรูปสลักของเทพบุตรทอดมองตรงไปข้างหน้า ทว่าริมฝีปากหยักได้รูปที่เคยยิ้มให้เธอในอดีต บัดนี้กลับเรียบตึง นัยน์ตาคมกริบฉายแววเย็นชา แข็งกระด่าง และปราศจากความรู้สึกใดๆ โดยสิ้นเชิง
ความจริงแล้ว งานหมั้นในค่ำคืนนี้ควรจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกร สมเกียรติและฐานะคุณหนูตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่เมฆากลับยืนกรานกับผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายอย่างแข็งขืนว่าจะจัดงานแบบ 'ปิดเงียบที่สุด' และ 'จำกัดเฉพาะคนใน' โดยไม่เชิญสื่อมวลชนสำนักใดมาร่วมงานแม้แต่สำนักเดียว ราวกับว่าเขาต้องการปกปิดการมีตัวตนของเธอในฐานะคู่หมั้นให้เป็นความลับจากสายตาโลกภายนอกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้... เขาอยากจะลบเธอออกไปจากชีวิตของเขาตั้งแต่วินาทีแรกที่สวมแหวนให้เธอด้วยซ้ำ
ผิดกับเมื่อสามเดือนก่อนอย่างสิ้นเชิง...
พราวฟ้ายังคงจำภาพข่าวหน้าหนึ่งและกระแสในโซเชียลมีเดียได้ดี ในวันเกิดของ ‘รินลดา’ แฟนสาวที่เมฆารักสุดหัวใจและคบหากันมาอย่างเปิดเผย เมฆาทุ่มเงินมหาศาลจัดงานเฉลิมฉลองเนรมิตเกาะส่วนตัวอย่างอลังการ เชิญแขกเหรื่อระดับประเทศและสื่อมวลชนนับร้อยมาร่วมงาน ประกาศความรักความสำคัญของผู้หญิงคนนั้นอย่างภาคภูมิใจต่อหน้ากล้องทุกตัว เขาดูแลรินลดาด้วยสายตานุ่มนวลประคบประหงม ทำราวกับรินลดาคือเจ้าหญิงที่เขาพร้อมจะประเคนทุกอย่างในโลกนี้ให้
ทั้งที่รู้ดีว่างานหมั้นวันนี้ถูกจัดขึ้นอย่างไม่เต็มใจ... ทั้งที่รู้ว่าเขาต้องการปิดบังเธอ เพราะหัวใจของเขามีรินลดาอยู่เต็มสี่ห้อง... แต่เพื่อโอกาสเดียวที่จะได้ยืนอยู่ข้างกายชายหนุ่มที่เธอรักหมดหัวใจ เพื่อสัญญาในอดีตที่เธอคิดไปเองว่าเขายังคงจำได้ พราวฟ้าก็ยังยอมกลืนความเสียใจ ความอับอายทั้งหมดลงคอ และยอมก้าวเข้าสู่งานหมั้นที่ไร้ซึ่งหัวใจนี้อย่างคนดื้อด้าน
"พราว... ยิ้มหน่อยสิลูก" คุณหญิงพิมพา ผู้เป็นแม่ก้มลงกระซิบข้างหูเบาๆ ด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมและเป็นสุข "ตาเมฆาเขาคงเหนื่อยเรื่องงานช่วงนี้ หน้าก็เลยดูตึงไปหน่อย อย่าคิดมากเลยนะลูกนะ"
"ค่ะคุณแม่ พราวไม่เป็นไรค่ะ..." พราวฟ้าช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มข้างกาย กระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงหวานใส "พี่เมฆาคะ..."
ต่อหน้าผู้ใหญ่ เมฆายังคงรักษากิริยาสุภาพเรียบร้อยได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขายิ้มรับคำอวยพรและก้มลงรับแก้วแชมเปญจากผู้ใหญ่เพื่อถือไว้ในมือ... ทว่าในจังหวะที่ยื่นมือไปประคองแก้วเคียงข้างเธอ ปลายนิ้วหนาของเขาที่บังเอิญแตะถูกหลังมือเธอนั้นกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
เมฆาเอียงหน้าทำทีเหมือนโน้มลงมากระซิบคำหวานต่อหน้าผู้ใหญ่
"อย่าพยายามแสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันให้มันมากนัก พราวฟ้า" น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับเรียบเย็นต่ำประชิดข้างหู เป็นน้ำเสียงราบเรียบแต่กัดลึกที่ได้ยินกันเพียงแค่สองคน
"พี่เมฆา..." พราวฟ้าชะงัก ชาไปทั้งหน้า เลือดในกายคล้ายจะเย็นชืดลงไปครึ่งหนึ่ง
"รักษากิริยาต่อหน้าผู้ใหญ่ไว้ให้ดี" เมฆาเหยียดยิ้มบางๆ บนริมฝีปากเพื่อตบตาผู้ใหญ่ ทว่าคำพูดที่เอ่ยลอดไรฟันกลับบาดลึก "เธอคงสะใจมากสินะที่ใช้เรื่องสัญญาร่วมทุนบีบพรากฉันมาจากริน... แต่จำไว้เลยนะ ละครฉากนี้มีขึ้นแค่ต่อหน้าผู้ใหญ่เท่านั้น!"
คำพูดไร้เยื่อใยเปรียบเสมือนคมมีดเล่มโตที่กรีดลงบนหัวใจที่แหลกสลายอยู่แล้วของพราวฟ้า แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดตอบกลับ สายตาของเมฆากลับมองข้ามไหล่เธอไปทางประตูทางเข้าห้องโถง... และแววตาที่เคยเย็นชาตึงเครียด กลับแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลและห่วงใยในทันตา!
ร่างบางในชุดราตรีสีชมพูหวานประดับลูกไม้ดูอ่อนหวานละมุนละไม ก้าวเข้ามาในงานหมั้นท่ามกลางสายตาแปลกใจของแขกเหรื่อผู้ใหญ่
รินลดา... แฟนสาวตัวจริงของเมฆา...
เมฆาเป็นคนส่งบัตรเชิญและเชิญแฟนสาวของเขามาร่วมงานหมั้นของตัวเองด้วยมือของเขาเอง! เขาพาคนรักตัวจริงมาหยามหน้าคู่หมั้นอย่างเธอต่อหน้าแขกเหรื่อและผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลอย่างไม่แยแสศักดิ์ศรีของพราวฟ้าเลยสักนิด!
"เมฆาคะ... รินมาร่วมแสดงความยินดีตามที่คุณบอกแล้วค่ะ คุณพราวฟ้า... ยินดีด้วยนะคะ" รินลดายิ้มหวาน เดินตรงเข้ามาหาเมฆาด้วยท่าทางนอบน้อมอ่อนหวาน
คำยินดีที่แฝงไปด้วยสายตาริษยาและเย้ยหยันถูกส่งมายังพราวฟ้า พราวฟ้ากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเจ็บปวดบีบรัดหัวใจจนหายใจติดขัด
พี่เมฆาใจร้ายกับเธอถึงเพียงนี้... ย่ำยีความรู้สึกของเธอต่อหน้าทุกคนอย่างใจดำ เพื่อให้เห็นชัดเจนว่าในหัวใจของเขานั้น มีเพียงรินลดาคนเดียวเท่านั้นที่สำคัญ!
พิธีการดำเนินต่อไปจนกระทั่งผู้ใหญ่แยกย้ายกันไปพูดคุยตามมุมห้อง เมฆาขอตัวปลีกตัวออกไปรับลมยามค่ำคืนตรงระเบียงหรูด้านนอก... พราวฟ้าไม่รอช้า เธอถือแก้วน้ำส้มเดินตามหลังเขาออกไปที่ระเบียงลับสายตาผู้คน หวังจะได้เอ่ยถามความจริงและความรู้สึกในใจของเขาให้ชัดเจน
"พี่เมฆาคะ..." น้ำเสียงหวานดังขึ้นจากเบื้องหลัง
เมื่อพ้นสายตาบรรดาผู้ใหญ่และผู้คนในงาน หน้ากากความสุภาพของประธานหนุ่มก็ถูกถอดออกทันที เมฆาหมุนตัวกลับมามองร่างบางในชุดสีขาว สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นความเหยียดหยามและเย็นชาอย่างเปิดเผย
"ตามออกมาทำไม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบเรื่อยแต่น้ำคำกลับบาดลึก "ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาวุ่นวาย"
"พราวเอาเครื่องดื่มมาให้ค่ะ เห็นพี่เมฆาดื่มเหล้ามาตลอดงาน... แล้วก็อยากถามพี่เมฆาด้วย ทำไมต้องชวนรินลดามางานหมั้นของเรา ทำไมต้องทำร้ายจิตใจพราวขนาดนี้!" พราวฟ้าเอ่ยถามด้วยความเจ็บปวด
"เก็บน้ำส้มของคุณคืนไปเหอะ พราวฟ้า" เมฆายกมือขึ้นปฏิเสธโดยไม่มองแก้วในมือเธอ "ฉันไม่ได้ต้องการสิ่งของจากเธอ และอย่ามาถามหาเหตุผลอะไรทั้งนั้น"
เมฆาเดินเข้าหาเธอทีละก้าว กดสายตามองเธออย่างเหนือกว่า "การที่ฉันเชิญรินมา ก็เพื่อให้เธอตื่นจากฝันหวานสักทีไงล่ะว่าอย่าหวังจะได้หัวใจจากฉัน! การหมั้นครั้งนี้มันเกิดขึ้นเพราะพ่อแม่เธอใช้เรื่องเงินและคอนเนกชันมาพรากฉันกับแฟน และจำใส่หัวไว้เลยนะพราวฟ้า... ทันทีที่ฉันหาวิธียกเลิกสัญญาร่วมทุนนี้ได้ ฉันจะถอนหมั้นกับเธอทันที โดยไม่เหลือความเมตตาให้อีกแม้วินาทีเดียว!"
คำพูดร้ายกาจตอกย้ำลงบนแผลสด พราวฟ้าจุกจนขอบตาร้อนผ่าว แต่น้ำตาแห่งความอ่อนแอถูกความถือดีข่มไว้จนมิด เธอยิ้มบางๆ บนริมฝีปากเพื่อซ่อนความแหลกสลายข้างในไว้ นัยน์ตาสุกใสฉายแววเด็ดเดี่ยวสู้คน ไม่ยอมก้มหน้าหนีสายตาเขาเลยแม้แต่วินาทีเดียว
"พี่เมฆาอยากจะคิดว่าพราวใช้เงินบีบบังคับ หรืออยากจะมองพราวเป็นตัวร้ายยังไงก็ตามใจค่ะ..." พราวฟ้าเน้นย้ำทีละคำด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว "แต่พราวขอยืนยันตรงนี้ ว่าพราวหมั้นกับพี่เพราะพราวรักพี่มาตลอดสี่ปีเต็ม และตราบใดที่แหวนวงนี้ยังอยู่บนนิ้วของพราว พราวก็จะไม่ยอมปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแย่งตำแหน่งคู่หมั้นของพราวไปเด็ดขาด!"
พูดจบ พราวฟ้าก็หมุนตัวสะบัดหน้าเดินกลับเข้าสู่ห้องจัดเลี้ยงด้วยท่วงท่าเชิดหงส์อันสง่างาม ทิ้งให้เมฆายืนจุกและหงุดหงิดกับความดื้อด้านไม่ยอมคนของคุณหนูตัวแสบอยู่ตรงระเบียงเพียงลำพัง
ทว่าเมื่อก้าวพ้นสายตาของชายหนุ่มและผู้คน หลบเข้ามาในซอกมุมมืดที่ไร้ผู้คน พราวฟ้าก็ค่อยๆ ลำเลียงเอาความเข้มแข็งออกไป เหลือเพียงความบอบช้ำที่สั่งสมอยู่ภายใน ร่างบางค่อยๆ ทรุดกายลงนั่งกุมข้ามบนเก้าอี้ ปล่อยให้น้ำตาที่อัดอั้นไว้ไหลรินลงมาตามแก้มเนียนอย่างเงียบเชียบ มือเรียวเล็กยกขึ้นกุมแหวนเพชรราคาแพงบนนิ้วนางข้างซ้ายไว้แน่น สะอื้นไห้คนเดียวในความมืดมิด
แหวนวงนี้... ช่างหนักอึ้ง เย็นเยียบ และไร้ซึ่งความสุขเหลือเกิน
ขณะเดียวกัน ในมุมมืดอีกฝั่งของงานเลี้ยง รินลดายืนแอบมองพราวฟ้าผ่านม่านกระจกใส รอยยิ้มสมเพชและเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าที่ฉาบด้วยคราบคนดี นัยน์ตาเต็มไปด้วยความริษยาและอาฆาต
'อยากได้เขานักใช่ไหมคุณหนูพราวฟ้า...' รินลดาพึมพำกับตัวเองด้วยสายตามุ่งร้าย 'คิดว่าใช้เงินบีบให้เขาหมั้นด้วยแล้วจะได้หัวใจเมฆาเหรอ? ฝันไปเหอะ! เมฆาเป็นแฟนฉัน... และฉันจะทำทุกทางเพื่อให้แกโดนถอนหมั้นและเขวี้ยงทิ้งเหมือนหมาข้างถนนให้ได้!'
รินลดาปรับสีหน้าให้ดูเศร้าสร้อย อ่อนแอ และน้ำตาคลอเบ้าในทันตา เมื่อเห็นเมฆาเดินกลับเข้ามาในงาน เธอรีบก้าวเท้าเข้าไปหาชายหนุ่มด้วยท่าทางน่าสงสารทันที
"เมฆาคะ..." เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยเรียก
เมฆาชะงักก้าว แววตาที่เคยเย็นชาเหี้ยมโหดกลับอ่อนลงในทันทีที่มองรินลดา "ริน... เป็นอะไรไปครับ? ใครทำอะไรคุณ?"
"เปล่าค่ะ... รินแค่เห็นคุณพราวฟ้าเดินไปร้องไห้ตรงซอกระเบียง" รินลดาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ซบหน้าลงกับอกแกร่ง
"รินแค่อดโทษตัวเองไม่ได้... รินไม่น่ามาร่วมงานนี้เลย รินทำให้คุณพราวฟ้าต้องเสียใจ และทำให้เมฆาต้องลำบากใจ..."
"ไม่ต้องโทษตัวเองหรอกครับริน" เมฆาถอนหายใจยาว ดึงมือบางของแฟนสาวมากุมไว้แน่น อบอุ่นและอ่อนโยนอย่างที่พราวฟ้าไม่เคยได้รับ "รินไม่ได้ทำอะไรผิด เด็กเอาแต่ใจคนนั้นต่างหากที่เข้ามาแทรกกลางเรา ไม่ต้องเป็นห่วงนะ... อีกไม่นาน เมื่อเรื่องธุรกิจเรียบร้อย ฉันจะจัดการสลัดเด็กนั่นทิ้ง และคืนตำแหน่งว่าที่เจ้าสาวที่ถูกต้องให้รินแน่นอนครับ"
รินลดายิ้มหวาน ซบหน้าลงกับอกแกร่งเพื่อซ่อนสายตาแห่งชัยชนะไว้ "รินเชื่อใจเมฆาค่ะ... รินจะรอวันนั้นนะคะ"
หลังจากพราวฟ้าใช้นิ้วซับน้ำตาจนแห้งสนิท จัดแจงเสื้อผ้าและสีหน้าให้เรียบร้อย เธอก้าวเดินกลับเข้ามาในงานเลี้ยงด้วยท่าทีสง่างาม ทว่าภาพชายหญิงสองคนกอดกันอยู่อย่างอบอุ่นในมุมมืดของงานกลับปะทะเข้ากับสายตาของเธอเข้าอย่างจัง...
พราวฟ้าหยุดชะงัก ไม่ได้ร้องไห้หรือแสดงอาการหวาดหวั่นออกมาเลยแม้แต่น้อย แม้ความจริงอันแสนเจ็บปวดจะฉายชัดในหัวใจ... ว่างานหมั้นที่เธอแลกมาด้วยหัวใจและความรักทั้งหมด สำหรับเขาแล้ว มันไม่มีค่าอะไรเลย นอกจาก
'งานหมั้นตบตาคนอื่น' ที่มาขัดขวางความรักของเขากับแฟนสาวแต่แทนที่จะท้อถอย พราวฟ้ากลับกำมือเข้าหากันแน่น ดวงตาคู่สวยทอประกายแห่งความมุ่งมั่นและความเอาชนะ
"คิดจะสลัดพราวทิ้งเพื่อไปหาแฟนพี่งั้นเหรอคะพี่เมฆา..." พราวฟ้าพึมพำในใจอย่างเด็ดเดี่ยว มองภาพทั้งคู่นิ่ง "พราวรักพี่เมฆามาสี่ปีเต็ม และพราวก็ได้หมั้นกับพี่แล้ว... ไม่มีทางที่พราวจะยอมยกพี่ให้ผู้หญิงคนไหน หรือยอมปล่อยให้พี่หลุดมือไปง่ายๆ หรอกค่ะ!"
