บทที่ 2 คนที่เขารัก

ค่ำคืนของพิธีหมั้นหมายดำเนินต่อไปราวกับละครเวทีฉากใหญ่ที่ถูกเซ็ตไว้อย่างสมบูรณ์แบบ แสงไฟระยิบระยับจากโคมแก้วเจียระไนส่องกระทบแก้วแชมเปญในมือผู้ใหญ่ เสียงหัวเราะสรวลเสเฮฮาและคำอวยพรหวานหูที่พ่นออกมาตาม

มารยาททางสังคมยังคงดังกึกก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยงขนาดเล็ก แต่สำหรับพราวฟ้าแล้ว... เสียงเหล่านั้นกลับยิ่งเน้นย้ำความเหงาและความเจ็บปวดในใจเธอให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

พราวฟ้าในชุดราตรีเกาะอกสีขาวเรียบหรู ยืนกุมมือแน่นมองเมฆาที่คอยเดินประคองและโอบไหล่รินลดา แฟนสาวตัวจริงของเขา อย่างทะนุถนอม ชายหนุ่มพาผู้หญิงคนนั้นเดินทักทายผู้ใหญ่ในงานอย่างไม่แคร์สายตาคู่หมั้นอย่างเธอเลยแม้แต่น้อย

"ตาเมฆา! ทำแบบนี้มันหมายความว่ายังไง!"เสียงเข้มตึงเครียดของ 'คุณพงษ์สิทธิ์' พ่อของเมฆาดังขึ้นเบาๆ แต่เต็มไปด้วยอำนาจ เขาเดินเข้ามาแทรกพร้อมกับคุณหญิงวรินทร์ ผู้เป็นแม่ ทั้งคู่มีสีหน้าตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นลูกชายพารินลดาเข้ามาในงานหมั้นหมู่นี้

"ผมแค่เชิญรินมาร่วมแสดงความยินดีครับคุณพ่อ" เมฆาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้าน

"แต่อย่าลืมนะว่านี่คืองานหมั้นของแกกับหนูพราวฟ้า!" คุณหญิงวรินทร์เอ่ยเตือนเสียงเข้ม นัยน์ตาดุใส่ลูกชาย "คนของตระกูลวรเวชเวชากุลก็อยู่ในงานนี้ตั้งเท่าไหร่ แกพารินลดามาทำแบบนี้ มันหักหน้าหนูพราวฟ้ากับครอบครัวเขาเกินไปแล้วนะตาเมฆา รักษามารยาทและความรู้สึกของทางฝั่งโน้นบ้าง!"

"เรื่องสัญญาทางธุรกิจระหว่างสองตระกูลมีมูลค่ามหาศาล อย่าเอาอารมณ์ส่วนตัวมาทำให้งานใหญ่เสีย" คุณพงษ์สิทธิ์เอ่ยตักเตือนลูกชายอีกทาง "ไปดูแลหนูพราวฟ้าได้แล้ว ส่วนรินลดา... ชวนเพื่อนไปนั่งพักโซนอื่นก่อน"

เมฆาขมวดคิ้วแน่นด้วยความหงุดหงิดที่โดนผู้ใหญ่ตักเตือน แต่ก็ทำได้เพียงถอนหายใจและก้มหน้ารับคำผู้ใหญ่ตามมารยาท ก่อนจะหันไปบอกรินลดาเสียงนุ่ม "รินไปนั่งพักตรงนู้นก่อนนะ เดี๋ยวฉันตามไป"

"ค่ะเมฆา..." รินลดายิ้มหวานนอบน้อมรับคำผู้ใหญ่ ทว่าเมื่อผละออกมา สายตาที่ทอดมองมายังพราวฟ้ากลับเต็มไปด้วยความเจ็บใจและริษยาที่โดนกดไว้

หัวใจของคุณหนูวัยยี่สิบปีบีบรัดจนชาชิน แม้พ่อแม่ของเมฆาจะช่วยตักเตือนเขา แต่เพราะความทรงจำในวัยสิบหกปีที่เขาเคยเป็นแสงสว่างเดียวที่ยื่นมือเข้ามาปกป้องเธอในวันที่ขวัญเสีย พราวฟ้าจึงฝืนยิ้มและอดทนยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ยอมก้าวถอยหลังหรือแสดงอาการอ่อนแอออกมาให้ใครเห็นเด็ดขาด

ขณะที่ผู้ใหญ่แยกย้ายกันไปพูดคุยอีกฝั่ง เมฆาก็จำต้องปลีกตัวไปคุยงานกับผู้บริหารสูงอายุ พราวฟ้าที่กำลังจะก้าวไปตักเครื่องดื่มตรงซุ้มรับรอง ก็ต้องชะงักก้าวเมื่อร่างบางในชุดราตรีสีชมพูหวานเดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยรอยยิ้มหยาดเยิ้ม ทว่านัยน์ตาคู่สวยนั้นกลับเต็มไปด้วยแววอาฆาตและเย้ยหยันอย่างเปิดเผย

"ยินดีด้วยนะคะคุณหนูพราวฟ้า... ที่ได้แหวนเพชรราคาแพงมาสวมไว้บนนิ้ว" รินลดากระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนหวาน แต่เนื้อหาที่เอ่ยออกมากลับกัดลึก "แต่สงสารจังเลยนะคะ ได้เป็นถึงคู่หมั้นอย่างถูกต้อง... แต่สามีในอนาคตกลับพาฉันมาร่วมงานเพื่อตบหน้าคุณต่อหน้าผู้ใหญ่ทุกคน"

พราวฟ้าหยุดชะงัก พยายามรักษากิริยาสูงส่งของคุณหนูตระกูลใหญ่ไว้ เชิดหน้าขึ้นสบตารินลดาอย่างไม่เกรงกลัว

"ของของฉัน ย่อมเป็นของฉันวันยันค่ำ" พราวฟ้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นแต่หนักแน่น "ไม่จำเป็นต้องลงไปแปดเปื้อนกับผู้หญิงที่ชอบเสนอหน้ามาตอนคนอื่นเขาไม่เชิญหรอกนะรินลดา"

"ผู้หญิงที่ชอบเสนอหน้าเหรอคะ?" รินลดาเค่นหัวเราะในลำคอ ลดเสียงลงให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน สายตาเปลี่ยนเป็นเยาะเย้ยแทงใจดำทันที "แต่คนที่คุณว่าเสนอหน้านี่แหละค่ะ ที่เมฆาเขาโอบกอดและบอกรักทุกคืน! รู้ไหมคะว่าก่อนจะมางานนี้ เมฆาพูดอะไรกับฉันบ้าง? เขาบอกว่าแหวนเพชรบนนิ้วคุณน่ะ มันเหมือนห่วงใส่คอที่พ่อแม่คุณใช้เรื่องเงินบีบบังคับเอามาสวมให้เขาต่างหาก!"

คำพูดร้ายกาจกรีดลงบนแผลสดในใจของพราวฟ้าอย่างแรง พราวฟ้าหน้าซีดเผือด กำมือแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ ความโกรธและความเจ็บปวดพุ่งขึ้นจุกอก อารมณ์ร้อนรุ่มสั่งให้เธอเชิดหน้าขึ้นจ้องตารินลดาอย่างเอาเรื่อง

"ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้เลยนะรินลดา!" พราวฟ้ากดเสียงต่ำตวาดใส่ด้วยความโมโหจัด "อย่าเอาปากเน่าๆ มาพูดจาต่ำๆ ใส่ฉันและครอบครัวของฉัน!"

รินลดาไม่โกรธสักนิด แต่กลับตวัดสายตามองข้ามไหล่พราวฟ้าไป... เธอเห็นร่างสูงใหญ่ของเมฆาในชุดสูทสีเทาเข้มกำลังเดินกลับมาทางนี้พอดี!

แผนการร้ายกาจถูกจุดขึ้นในหัวของรินลดาชนิดที่ไม่ต้องคิดทบทวน!

รินลดาฉวยโอกาสตอนที่พราวฟ้าขยับมือเข้ามาใกล้ คว้าแก้วแชมเปญทรงสูงในมือของเธอเอง แล้วแกล้งทำเป็นสลัดมือสะบัดใส่ตัวอย่างแรง!

เพล้ง!

เสียงแก้วแชมเปญร่วงแตกกระจายดังสนั่นไปทั่วห้องจัดเลี้ยงอันสงบ! น้ำแชมเปญสาดกระเซ็นรดเสื้อราตรีสีชมพูหวานของรินลดาจนเปียกชุ่มเป็นวงกว้าง เศษแก้วเจียระไนบาดลงบนผิวเนื้อจนเลือดแดงสดค่อยๆ ซึมออกมา พร้อมกับที่รินลดาปล่อยตัวทิ้งน้ำหนักล้มลงไปกองกับพื้นหินอ่อนอย่างแรง!

"กรี้ดดด! คุณพราวฟ้าอย่าทำรินเลยค่ะ!" รินลดาปล่อยโฮร้องไห้ออกมาเสียงดังสนั่น กุมแขนตัวเองไว้ด้วยท่าทางสั่นสะท้านน่าสงสารขั้นสุด "รินขอโทษค่ะ! รินแค่มาแสดงความยินดี... ทำไมคุณพราวฟ้าต้องผลักริน แล้วเอาน้ำสาดใส่รินแบบนี้ด้วยฮือๆๆ !"

"รินลดา! เธอเล่นละครอะไรของเธอ!" พราวฟ้าช็อคไปชั่วขณะ ชี้หน้ารินลดาด้วยความโกรธจัด ลมหายใจหอบถี่ "เธอแกล้งล้มเองนะ!"

"เกิดอะไรขึ้น!"เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังกึกก้องขึ้นจากเบื้องหลัง!

เมฆาก้าวเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าดำมืดดุดัน นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธจัดและอคติลึกล้ำ ตวัดสายตามองพราวฟ้าที่ยืนชี้หน้าค้างอยู่ ก่อนจะมองลงไปยังรินลดาที่นอนร้องไห้กุมแขนเปื้อนเลือดอยู่บนพื้น

เมฆาก้าวเข้ามาแทรกกลางทันที เขาใช้มือหนาผลักไหล่พราวฟ้าออกอย่างแรงจนร่างบางเซถอยหลังไปหลายก้าว โดยไม่สนใจเลยว่าส้นสูงของเธอจะปะทะกับเศษแก้วบนพื้นหรือไม่ ก่อนจะรีบก้มลงไปประคองร่างของรินลดาขึ้นมาไว้ในอ้อมกอดด้วยความทะนุถนอมและห่วงใยสุดหัวใจ

"เมฆาคะ... ฮือๆๆ" รินลดาซบหน้าลงกับอกแกร่ง สะอื้นไห้จนตัวโยน "ริน... รินแค่มาเดินสวัสดีคุณพราวฟ้า แต่คุณพราวฟ้าโกรธที่เห็นรินมางาน... เธอเลยผลักรินล้ม แล้วกวาดแก้วแชมเปญใส่รินฮือๆๆ"

"พราวฟ้า! เธอมันจะมากเกินไปแล้วนะ!" เมฆาเงยหน้าขึ้นตวาดใส่หน้าพราวฟ้าเสียงดังลั่นต่อหน้าผู้ใหญ่และแขกเหรื่อทั้งงาน "ทำไมถึงได้เป็นคนใจร้ายและชอบใช้ความรุนแรงขนาดนี้!"

"พราวไม่ได้ทำค่ะพี่เมฆา!" พราวฟ้าพยายามอธิบาย น้ำตาแห่งความแหลกสลายคลอเบ้า จุกจนแทบหายใจไม่ออก "รินลดาตั้งใจจัดฉาก! เธอแกล้งปล่อยแก้วหลุดมือแล้วล้มลงไปเอง! พี่เมฆาฟังพราวบ้างสิคะ!"

"ตาเมฆา! เสียงดังอะไรกัน!" คุณพงษ์สิทธิ์เดินแกมวิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์พร้อมคุณหญิงวรินทร์ด้วยสีหน้าตระหนก "เกิดอะไรขึ้น!"

"ดูผลงานคู่หมั้นที่คุณพ่อเลือกให้ผมสิครับ!" เมฆาหันไปพูดกับพ่อแม่เสียงเข้มด้วยความโมโห "พราวฟ้าผลักรินล้มจนแก้วบาดเลือดออกขนาดนี้ ทั้งที่รินแค่มาอวยพรดีๆ!"

"เลิกโกหกตลบแตลงสักทีพราวฟ้า!" เมฆาหันกลับมาตวาดใส่พราวฟ้าอีกครั้งอย่างใจดำ ไร้ซึ่งความเชื่อใจแม้น้อยนิด "ฉันเห็นกับตาว่าเธอยืนชี้หน้ารินอยู่! รอยแชมเปญเปียกชุ่มและเลือดบนแขนรินขนาดนี้ เธอยังกล้าปฏิเสธอีกเหรอ!"

"พี่เมฆา..." พราวฟ้าจุกจนพูดไม่ออก หัวใจบีบรัดจนชาชิน "พี่ไม่เคยคิดจะถามความจริงจากพราวเลยใช่ไหมคะ? พี่ปักใจเชื่อไปแล้วใช่ไหมว่าพราวเป็นคนใจร้าย!"

"ใช่!" เมฆาตอบกลับอย่างเหี้ยมโหด ไร้ซึ่งความเมตตา "ฉันเห็นแต่ความดุร้าย เอาแต่ใจ และความน่ารังเกียจของเธอ! รินเขาอ่อนโยนและมีมารยาทกว่าเธอร้อยเท่า!"

"ตาเมฆา! หยุดเดียวนี้นะ! ตั้งสติแล้วฟังหนูพราวฟ้าอธิบายก่อน!" คุณหญิงวรินทร์พยายามเข้ามาระงับเหตุและดุลูกชาย แต่เมฆาที่กำลังหน้ามืดตามัวด้วยความห่วงแฟนสาวกลับไม่ฟังใครทั้งสิ้น

เมฆากระชับอ้อมกอดโอบร่างของรินลดาไว้แน่น ช้อนตัวอุ้มร่างบางของแฟนสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะตวัดสายตามามองพราวฟ้าด้วยความเย็นชาถึงขีดสุด

"ฉันหมดคำจะพูดกับคนอย่างเธอแล้ว พราวฟ้า!"พูดจบ เมฆาก็หมุนตัวอุ้มร่างของรินลดาเดินก้าวออกจากงานเลี้ยงไปทันที โดยไม่ฟังเสียงตวาดห้ามของพ่อแม่หรือสนใจสายตาตกตะลึงของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเลยสักนิด... ทิ้งให้พราวฟ้ายืนโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางสายตาเย้ยหยันและเสียงกระซิบกระซาบของแขกเหรื่อเพียงลำพัง!

มือเรียวเล็กยกขึ้นกุมแหวนเพชรบนนิ้วนางข้างซ้ายไว้แน่น หยดน้ำตาแห่งความแหลกสลายไหลร่วงลงกระทบแก้มเนียนเงียบๆ ...

พี่เมฆาไม่เคยเชื่อเธอเลยสักครั้ง... เขาเลือกที่จะเชื่อและปกป้องผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่ลืมตาหรี่ตา แล้วทิ้งเธอไว้กับความอับอายและบาดแผลในใจอย่างใจดำที่สุด!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป