บทที่ 11 ถูกเก็บ
“ปังๆๆ ปัๆๆๆ..” เสียงตอบรับของชัชชัยเป็นเสียงปืนที่รัวยิงและน่านฟ้าก็เห็นจะกล้องอินฟาเรดทีจึงกระชากชัชชัยหลบต้นไม้ใหญ่แต่ไม่พ้น
“โอ้ยย..กูถูกยิง" ชัชชัยร้องเสียงดังด้วยความเจ็บแล้วกุมสีข้างไว้ก่อนจะทรุดลงบนพื้น
“เฮ้ย มึงหยุดไม่ได้นะไอ้ชัช ไปเร็วถ้ามึงไม่อยากตายเป็นผีเฝ้าป่าที่นี่” น่านฟ้ากระฉากแขนของชัชชัยให้ไปกับเขาก่อนที่มันจะเป็นผีเฝ้าป่าแล้วมองไปหลังเห็นพวกมันตามมาติดๆ
“ช่วยกูด้วย กูไม่อยากตาย” ชัชชัยกัดฟันบอกกฤติธีและคิดว่าคนกลุ่มนี้มาเก็บเขา
“ถูกลากมึงไปไม่ไหวนะไอ้ชัช” น่านฟ้าหิ้วปีกผู้ต้องหายขึ้นแล้วดันตัวมันหลบต้นไม้ใหญ่เพื่อกำบังกระสุนและพวกมันก็มากันห้าคนหากไม่มีใครมาช่วยเขาคิดว่าชัชชัยจบเห่แน่
“มาช่วยกูด่วน ตอนนี้มีคนกลุ่มหนึ่งตามฆ่าปลาเล็ก” นายทหารหนุ่มโทรไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนและไม่ใช้วิทยุสื่อสาร
“ส่งพิกัดมาให้กู เดี๋ยวส่งคนไปช่วยแล้วถ้าต้านไม่ไหวมึงปล่อยตัวมันเลย” พลอทิปบอกเพื่อนแล้วรอพิกัดจากเพื่อนเพราะตอนนี้เขาควบคุมสถานการณ์ได้แล้วจับยาเสพติดได้ล็อตใหญ่มีมูลค่ามหาศาลและยังช่วยเหลือหญิงสาวชาวลาวกว่าห้าสิบคนได้อีกแต่ยังจับตัวนายโกศลไม่ได้
“ช่วยกูด้วย กูไม่อยากตายถ้ากูรอดกูจะเป็นพยานให้” ชัชชัยพูดเสียงแผ่วอย่างอ่อนแรง
“ถ้ามึงไม่อยากตายก็อยู่เงียบๆตรงนี้เดี๋ยวจะมีคนมาช่วย” น่านฟ้าลอบมองกลุ่มคนทั้งห้าที่เดินมาทางเขากับชัชชัยจึงตัดสินใจล่อมันไปอีกทางถ้าเขาไม่ทำแบบนี้ชัชชัยไม่รอดแน่และมันก็หนีไม่ไหวด้วย ก่อนจะวิ่งซิกแซกไปอย่างเงียบๆพอห่างจากชัชชัยยี่สิบเมตรเขาก็ทำเสียงดัง
“ปังงๆๆ ปังงๆๆ..” เสียงปืนดังสนั่นอีกครั้งเท่ากับบอกจุดของพวกเขาให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยจู่โจมที่มาช่วยลูกทีมอย่างรวดเร็ว
“บ้าเอ้ย..” น่านฟ้าถึงกับเซเมื่อเขาถูกยิงที่ไล่แต่ด้วยอาชีพของเขาและถูกฝึกฝนมาอย่างหนักแผลแค่นี้มันไกลหัวใจจึงกัดฟันยิงตอบโต้พวกมันทั้งห้าคนและเล็งไปที่พวกมันร่วงทีละคน
“ปังๆๆ..”
“เฮ้ย..”
“พี่คนของเราตายไปสามแล้วนะ”
“ถ้ามึงไม่อยากตายมึงก็ฆ่าพวกมันให้หมด” เสียงห้าวแข็งกร้าวตวาดใส่ลูกน้องแล้วเล็งปืนสอดส่ายหาเป้าหมายแม้ปืนของเขาจะติดกล้องอินฟาเรดแต่มันสู้กล้องอินฟาเรดพองของทหารที่มีทั้งติดหมวกและปืน
“ตะ แต่ว่า..”
“หามันให้เจอ”
“ปังๆๆ ปังๆๆ..” เสียงปืนดันเป็นระยะแล้วน่านฟ้าก็วิ่งลึกเข้าไปในสวนจนห่างจากฝั่งแม่น้ำโขงหลายร้อยเมตรก่อนจะหยุดหลบตรงต้นไม้แล้วโทรเช็คกับเพื่อนว่าถึงตัวชัชชัยหรือยัง
“ว่าไง”
“ได้ตัวแล้ว มึงอยู่ไหน”
“ไม่ต้องห่วงเหลืออีกสองเดี๋ยวกูจัดการเอง” น่านฟ้าพูดจบก็เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเช็คกระสุนเรียบร้อยก่อนจะเล็งเป้านิ่งที่เดินมาทางเขาและเขาไม่อยากฆ่าใครแต่ด้วยหน้าที่ของเขาหากไม่ฆ่าพวกมันก็เป็นเขานี่แหละที่ตะถูกพวกมันฆ่า
“ปังๆๆ..”
“โอ้ยย..” ไอ้หัวหน้าพของพวกมันร้องออกมาได้คำเดียวก็มันล้มหงายหลังลงไป
“ลูกพี่..” ลูกน้องของมันล้มตัวนอนราบแล้วส่ายปลายกระบอกปืนหาทิศทางกระสุนที่เจาะร่างลูกพี่ของมันจึงรัวกระสุนใส่จนหมดแม็ก
น่านฟ้าก็ยิงสวนไปแล้วเขาก็ปลิดชีวิตมันได้ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพิงต้นไม้แล้วกดแผลของตัวเองและเขาไม่แน่ใจว่าพวกมันจะตามมาอีกหรือเปล่าจึงต้องลุกขึ้นเดินไปตามทางต้นไม้น้อยใหญ่จนทะลุทุ่งนาเขาจึงเดินเร็วตรงไปบ้านหลังหนึ่งที่มีแสงไฟจากรั้วบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือ
“เสียงปืนใช่มั้ยพี่พิน”
“น่าจะใช่นะ หมอนอยู่ในห้องนี่ก่อนนะ พี่จะออกไปดูหน่อย”
“ระวังตัวด้วยนะพี่” พิสมรบอกสามีเบาๆ
ผู้ใหญ่ระพินลุกขึ้นหยิบปืนลูกซองบนหัวนอนแล้วเดินออกไปจากห้องเพราะแถวนี้ไม่เคยมีโจรขโมยแต่แถวริมชลโขงมักจะมีพวกลักลอบค้าของเถื่อนและยาเสพติดและค้ามนุษย์แต่มันไกลจากบ้านขอเขาพอสมควรและไม่เคยได้ยินเสียงปืนเหมือนคราวนี้ ก่อนจะเดินไปทางหลังบ้านมองฝ่าความมืดไม่เห็นอะไรหรือได้ยินเสียงอะไรจึงรอดูอยู่พักใหญ่
“อย่ายิงครับ ช่วยผมด้วยผมถูกยิงมาครับ” น่านฟ้าส่งเสียงไปก่อนเพราะเขาเห็นหนุ่มใหญ่ยืนถือปืนอยู่บนศาลา
“คุณเป็นใคร แล้วไปทำอะไรมาถึงถูกยิง” ผู้ใหญ่ระพินส่องไฟฉายไปทางต้นเสียงก็เห็นชายหนุ่มร่างใหญ่ใส่ชุดทหารเหมือนหน่วยคอมมานโดจึงลดปืนลง
“ผมเป็นทหารมาปฏิบัติภารกิจครับ”
“งั้นตามผมมานี่เลย” ผู้ใหญ่ใช้ไฟฉายส่องหน้าคนที่บอกว่าเป็นทหารก็เห็นเขาใส่ชุดทหารจริงและปิดหน้าปิดตาเหมือนหน่วยรบพิเศษและเห็นเลือดไหลจากไหล่ แม้เขาจะกลัวยังไงต้องช่วยคนเจ็บก่อนจึงพาไปที่ห้องพยาบาล
“อย่าเปิดไฟครับ”
“เดี๋ยวผมปิดม่านก่อน” ผู้ใหญ่ระพินก็ปิดผ้าม่านแล้วเปิดไฟทำให้มองเห็นนายทหารชัดเจน
“ผมว่ากระสุนมันฝังในครับ คุณช่วยผ่าออกให้ผมได้มั้ย” น่านฟ้ากัดฟันขอร้องให้เจ้าของห้องพยาบาลช่วยเหลือ
“ก่อนจะให้ผมช่วย คุณต้องบอกก่อนว่าเป็นทหารหน่วยไหนแล้วปฏิบัติภารกิจอะไร”
“ผมปฏิบัติงานร่วมกับนรข.นครพนมครับ คุณโทรเช็คเบอร์นี้ได้เลยถามเขาว่าน่านฟ้าเป็นใครครับ” น่านฟ้าคว้าปากกาที่วางอยู่แล้วเขียนเบอร์โทรลงบนกระดาษให้เจ้าของบ้าน
“งั้นรอสักครู่นะครับ” ผู้ใหญ่ระพินก็เดินจ้ำอ้าวออกจากห้องพยาบาลกลับไปที่บ้านเพื่อบอกภรรยาและเช็คว่าคนเจ็บเป็นใครหากเป็นทหารมาปฏิบัติภารกิจลับจริง แน่นอนว่าเขาจะต้องปกปิดตัวเอง
“ว่าไงพี่พิน”
“มีทหารถูกยิง”
“ห๋า..”
“หมอนไปช่วยเขาหน่อยสิ”
“เชื่อได้มั้ยพี่พิน”
“ก็น่าจะได้นะ ดูจากชุดทหารของเขาน่าจะเป็นหน่วยรบพิเศษน่ะ เดี๋ยวพี่โทรเช็คก่อน” ผู้ใหญ่ระพินก็หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรตามเบอร์ที่ได้มาจากคนที่มาขอความช่วยเหลือ
“ตู้ดดๆๆ..”
“สวัสดีครับ” พลอทิปรับสายแปลก
“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าใครพูดสายอยู่ครับ”
“ผมนาวาเอกพลอทิป หน้าหน้าสถานีเรือนรข.นครพนมครับ แล้วคุณเป็นใครครับ”
“คุณรูจักน่านฟ้ามั้ยครับ”
“นาวาเอกน่านฟ้า เพื่อนร่วมงานของผมครับ แล้วคุณรู้จักเขาได้ยังไงบอกผมมาเดี๋ยวนี้” พลอทิปรู้ทันทีว่าเพื่อนมีปัญหาแน่ถึงได้ให้คนโทรมาหาเขา
“เขาถูกยิง”
“ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”
“เขาบอกว่าจะติดต่อคุณเองครับ”
“ช่วยเขาด้วยนะครับ และถ้ามีอะไรก็โทรหาผมเบอร์นี้ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนะครับ” เขารู้ว่าเพื่อนไม่อยากให้ใครรู้ว่าบาดเจ็บและถ้าอาการหนักมันคงให้เขาส่งอนุเดชไปแล้ว
“แล้วผมจะแน่ใจได้ยังไงว่าพวกคุณไม้หลอกผม”
“ด้วยเกียรติของทหารครับ”
"ตกลงผมเชื่อคุณ” ผู้ใหญ่ระพินพูดจบก็วางสาย “ไปเร็วหมอน เขาถูกยิงและบอกว่ากระสุนน่าจะฝังไน”
“งั้นก็ต้องส่งโรงพยาบาลค่ะ”
“ถ้าเขาอยากไปโรงพยาบาลคงไม่มาขอให้พี่ช่วยหรอก”
“แล้วจะทำยังไงล่ะพี่พิน หมอนผ่าตัดไม่เป็นนะ”
“งั้นโทรตามคุณพ่อดีมั้ย”
“ก็ได้พี่ งั้นพี่โทรเลย หมอนจะดูแผลให้เขาก่อน” คุณพิสมรเดินเข้าไปในห้องพยาบาลขอตัวเองที่มีอุปกรณ์ทำแผลเบื้องต้นและยาสามัญประจำบ้าน
