บทที่ 13 เต็มใจช่วย
"ขอบใจแล้วเจอกัน" พลอทิปพูดจบก็วางสายเพื่อสังเกตุการณ์กับเจ้าหน้าที่ฝั่งลาวเฝ้ามองบ้านทรงไทยหลังใหญ่ริมแม่น้ำโขงและเจ้าของบ้านก็เป็นนักธุรกิจค้าผ้าไหมชื่อดังของประเทศลาวและร่วมขบวนการกับนายโกศลลักลอบค้ายาเสพติดค้ามนุษย์และค้าของเถื่อน
“ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกได้นะครับ ผมยินดีช่วยเหลือพวกคุณเต็มที่” ผู้ใหญ่บ้านฟังดูแล้วก็เชื่อว่านายทหารหนุ่มมาปฏิบัติภารกิจจริงๆเขาจึงพร้อมให้ความช่วยเหลือทางเจ้าหน้าที่เต็มที่
“ผมขอพักที่บ้านผู้ใหญ่สักสองสามวันหรืออากจะมากกว่าหากจำเป็นได้มั้ยครับ” น่านฟ้าถามผู้ใหญ่อย่างน้อยเขาอยู่ที่นี่ก็ยังมีผู้ใหญ่เป็นหูเป็นตาให้เขาได้
“ได้สิครับ งั้นคุณน่านย้ายไปพักที่บ้านผมเลยดีกว่าครับ เพราะที่นั่นไม่มีใครเข้าไปรบกวน ส่วนที่นี่จะมีคนเข้าออกตลอดคงจะลำบากถ้าจะเก็บตัวไม่ให้ใครรู้” หมู่บ้านของเขาไม่ได้ใหญ่มีแค่สองร้อยกว่าหลังคาและใครทำอะไรก็จะรู้กันทั้งหมู่บ้านและแน่นอนว่าเสียงปืนเมื่อคืนก็ต้องมีคนได้ยินและต้องมีคนอยากรู้
“ขอบคุณผู้ใหญ่มากครับ ส่วนเรื่องอาหารการกินผมรบกวนด้วยครับเดียวผมจะโอนเงินให้เป็นค่าใชอาหารด้วยครับ” เขาไม่อยากรบกวนผู้ใหญ่บ้านแต่มันจำเป็นเพราะเขาไม่อยากให้ใครรู้ว่าถูกยิง
“ไม่เป็นไรคุณน่าน เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เองคุณจะกินสักเท่าไหร่เชียว พักให้สบายเถอะเดี๋ยวผมจะขอให้พ่อตามาดูบาดแผลให้ทุกวันครับ” ผู้ใหญ่ระพินพูดแล้วยิ้มให้นายทหารหนุ่มหล่อและบ้านเขาก็มีห้องพักหลายห้องไม่รมห้องของเขากับลูกทั้งสองยังมีห้องพักแขกอีกสามห้องเอาไว้รับรองญาติๆที่กรุงเทพเวลามาเที่ยวที่นี่ในช่วงเทศกาลต่างๆของจังหวัด
เจ้าของบ้านก็เดินนำนายทหารหนุ่มหล่อไปบ้านของเขาแล้วพาขึ้นไปห้องพักแล้วบอกให้พักผ่อนหากมีอะไรก็เรียกเขากับภรรยาได้ ทำให้น่านฟ้าซาบซึ้งชลใจของผู้ใหญ่บ้านพอเข้าห้องแล้วเขาก็นั่งรอฟังข่าวจากทีของเขาจนหลับไปด้วยฤทธิ์ยาที่คุณหมอฉีดยาแก้ปวดให้
ที่ประเทศลาว
ฝั่งตรงข้ามกับเมืองนครพนมมีบ้านทรงไทยของเศรษฐีลาวสร้างขึ้นบนเนินริมแม่น้ำโขงมีบริเวณกว้างขวางมีบ้านหลังเล็กหลังน้อยและตึกสูงสามชั้นเป็นที่ตั้งบริษัทและมีบริวารเต็มบ้านเพราะเขาทำธุรกิจค้าผ้าไหมส่งออกและตอนนี้ในบ้านหลังใหญ่ก็มีแขกจากเมืองไทยข้ามมาขอความช่วยเหลือเพราะถูกทางการตามล่าตัวและเจ้าของบ้านเองก็ทำธุรกิจร่วมกันอีกด้วยและเขาชะล่าใจเพราะคิดว่าทางการประเทศลาวทำอะไรเขาไม่ได้เพราะฉากหน้าเขาทำธุรกิจส่งออกถูกกฎหมาย แต่วันนี้ทางการไทยกำลังตามล่าเพื่อนร่วมธุรกิจของเขาจึงวางแผนหนีออกนอกประเทศก่อน
“คุณหลบอยู่ที่นี่ก่อน รับรองว่าปลอดภัย” นายสะหวันบอกนายโกศลที่รู้จักกันเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจกันมานานหลายปีทั้งถูกฎหมายและผิดกฎหายและไม่มีใครจับพวกเขาได้
“ขอบคุณมากเสี่ย"
“ตอนนี้เราสูญเสียสินค้าทั้งหมดไปแล้วจะทำยังไงต่อไปกันดี” เขาเสียดายสินค้ามูลค่ามหาศาลที่หายวับไปกับตาเพราะเจ้าหน้าที่ทางการไทยจับได้
“ผมกำลังรอลูกน้องติดต่อมาอยู่ และผมจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครมันกล้าทำแบบนี้” นายโกศลพูดด้วยคความเจ็บแค้นใจที่ถูกหักหลังและคิดว่ามีหนอนบ่อนไส้อยู่ในหมู่พวกเขาหรือไม่ก็ลูกน้อง แต่ถ้าเป็นลูกน้องมันจะรู้รายละเอียดการทำงานของเขาได้ยังไงว่าจะส่งของวันไหนเวลาไหน
“คุณไว้ใจไอ้พวกตำรวจมากไปน่ะสิ สุดท้ายพวกมันก็ต้องเลือกหน้าที่การงานของมันคนพวกนี้เลี้ยงไม่เชื่องหรอกนะ” เขาเองก็เลี้ยงพวกทหารตำรวจนักการเมืองไว้หลากหลายเพื่อขอข้อมูลเล็กๆน้อยๆจากคนพวกนั้นมีตั้งแต่ระดับล่างจนถึงสูงสุด
“ผมไม่ได้ไว้ใจนะ และถ้ามันกล้าทำแบบนี้มันก็ต้องได้รับผลกรรมของมันแน่นอน” นายโกศลกัดฟันพูดและตอนนี้เขายังไม่กล้าติดต่อพรรคพวกลิ่วล้อที่เป็นหูเป็นตาคอยส่งข่าวให้เขาเพราะกลัวถูกดักฟัง
“แล้วค่าเสียหายทั้งหมดใครจะรับผิดชอบล่ะ”
“เราก็ต้องช่วยกันสิเสี่ย เวลาได้เรายังได้เท่ากันเลย” เขาไม่ยอมจ่ายคนเดียวแน่
“แต่ของมันพ้นเขตของผมไปแล้วนะคุณโกศล คุณต้องรับผิดชอบสิทำไมผมต้องมารับผิดชอบอีกล่ะ” นายสะหวันพูดด้วยความไม่พอใจหุ้นส่วนที่จะให้เขาช่วยรับผิดชอบสินค้าทั้งที่พ้นเขตรับผิดชอบของเขาไปแล้ว
“ของยังไม่ถึงมือลูกค้านะเสี่ย ยังไงเราต้องรับผิดชอบร่วมกันจะให้ผมรับผิดชอบคนเดียวไม่ไหวแน่” สินค้าทั้งหมดราคากว่าห้าร้อยล้านบาทจะที่จะต้องจ่ายให้กับกองกำลังชนกลุ่มน้อยผู้ผลิตและคราวก่อนที่เรือระเบิดกลางแม่น้ำนั้นไม่ได้จ่ายเพราะลูกน้องของกองกำลังชนกลุ่มน้อยมันหักหลังกันเองและเขายังเสียเรือสปีดโบ๊ทไปหนึ่งลำ
“มันเรื่องของคุณที่ต้องรับผิดชอบ แค่ผมให้คุณหลบที่นี่ก็เสี่ยงมากพอแล้วอย่าดึงผมลงเหวไปด้วยสิคุณโกศล” นายสะหวันพูดอย่างใจเย็นเพราะเขาลงเรือลำเดียวกับนายโกศลแต่ถ้าถูกจับหรือดึงเขาไปเอี่ยวด้วยเขาจำเป็นต้องสละเรือ
“คุณพูดอย่างนี้ได้ยังไงเสี่ย เราทำธุรกิจร่วมกันมานานมได้ไปจากผมก็ไม่น้อยเงินแค่นี้คุณไม่จ่ายมันไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือไง” นายโกศลลุกขึ้นชี้หน้าว่าเจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่ซ่อนตัวในแมกไม้น้อยใหญ่และไม่ใช่จะเข้ามาถึงตัวได้ง่ายๆเพราะรอบๆบ้านของเขามีรั้วสูงและยังมีโรงงานทอผ้าโรงเลี้ยงหม่อนไหมเป็นชั้นๆกว่าจะถึงตัวบ้านไม่ง่ายเลย
“ถ้าผมเห็นแก่ตัวผมจะให้ที่ซ่อนตัวคุณหรือไงแล้วอย่ามาชี้หน้าผมอย่างนี้อีก ถ้าไม่มีคนของผมช่วยป่านนี้คุณถูกจับไปแล้ว มึงพาคุณโกศลไปบ้านพักหน่อย” นายสะหวันบอกลูกน้องให้พาแขกจากเมืองไทยไปซ่อนตัวเพราะเขาไม่รู้ว่าจะมีเรื่องโยงมาหาเขาหรือเปล่า
“ครับนายท่าน เชิญครับ” ลูกน้องร่างใหญ่ของนายสะหวันคำนับเจ้านายเชิญแขกของเจ้านายไปที่ซ่อนตัวก่อน
นายโกศลมองนายสะหวันแล้วถอนหายใจเพราะเขาพูดเรื่องจริงหากไม่มีคนของนายบนันทาช่วยป่านนี้เขาถูกจับไปแล้วจึงเดินตามร่างใหญ่ไปเพื่อซ่อนตัว
“ได้เรื่องอะไรบ้าง” นายสะหวันมองดูจนนายโกศลออกจากห้องทำงานแล้วประตูปิดลงก็ถามคนสนิท
“ทางฝั่งไทยส่งคนตามล่าตัวนายโกศลอยู่ครับ ส่วนคนของเราก็ตามเก็บคนของเขาได้แต่มีรอดไปสองคนและเป็นลูกน้องคนสนิทของนายโกศลแต่ถูกจับดูท่าว่างานนี้เขาลำบากครับ”
“งั้นมึงส่งคนตามดูหน่อย สถานการณ์เงียบแบบนี้กูสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้ว่ะ แล้วจัดเวรยามไว้รอบบ้านอย่าให้ราเล็ดรอดมาได้แม้กระมดสักตัวหนึ่งไม่งั้นได้เกมกันหมดแน่ แล้วสั่งเตรียมเครื่องบินเล็กไว้ด้วยอีกครึ่งชั่วโมงกูจะบินไปเขมร” นายสะหวันสั่งลูกน้องคนสนิทเพราะเขาก็อยู่ที่นี่ไม่ได้เหมือนกันส่วนภรรยาและลูกๆของเขาอยู่ที่ประเทศออสเตรเรีย
“ครับนาย”
ฝ่ายเจ้าหน้าที่ประเทศไทยกับประเทศลาวประสานงานกันและปฏิบัติภารกิจลับด้วยกันก็รอเวลาและจังหวะที่นายโกศลกับนายสะหวันเคลื่อนไหวก่อนถึงจะลงมือและวางทีมงานปฏิบัติการไว้ตามจุดต่างๆที่เป็นทางหลบหนีและพวกเขารู้ถึงตำแหน่งบ้านและชั้นใต้ดินสำหรับหลบหนีเพราะมีสายแฝงตัวอยู่ในบ้านมาเป็นปีและกว่าพวกมันจะไว้ใจได้เข้าออกบ้านได้โดยไม่สงสัย
“สายส่งข่าวมาแล้วครับท่าน” หัวหน้าทีมหน่วยรบพิเศษของประเทศลาวรายงานผู้บัญชาการที่มาคุมภารกิจครั้งนี้ด้วยตัวเอง
“ปฏิบัติตามแผนได้เลย อย่าให้พวกมันรู้ตัว”
“ครับท่าน..” นายทหารทุกคนรับคำสั่งและถ่ายทอดคำสั่งลงไปถึงทีมของตัวเองตามแผนการที่วางไว้
เจ้าหน้านำทีมด้วยหัวหน้าหน่วยรบพิเศษของประเทศลาวและประเทศไทยที่นำหมายค้นและหมายจับบุกไปหน้าบ้านของนายสะหวันขณะที่เจ้าของบ้านกำลังจะหลบหนีออกนอกประเทศ
“นายครับมีทหารตำรวจนำหมายค้นหมายจับมาจับนายกับนายโกศลเต็มหน้าบ้านครับ” สายของทหารหน่วยรบพิเศษวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกเจ้านายและคนสนิทที่เป็นลูกพี่ของเขา
“กูว่าแล้วไงล่ะ งั้นพวกมึงรับหน้าไว้ก่อน มึงสองคนไปกับกู” นายสะหวันบอกคนสนิทกับสายของทหารแล้วกดปุ่มเปิดประตูห้องเพื่อลงไปชั้นใต้ดิน
“เอ่อ นายไปกับลูกพี่นะครับ ถ้าผมไปอีกคนจะเป็นตัวถ่วง ผมให้คนเตรียมรถพานายไปสนามบินเล็กแล้วครับ” ลูกน้องคนสนิทมือซ้ายของนายสะหวันและเสนอตัวคุ้มกันให้เจ้านายหนี
“ขอบใจมาก ถ้ากูรอดกูจะตบรางวัลมึงสองคนอย่างงาม ไปเร็วเดี๋ยวพ่อมึงมา” นายสะหวันบอกคนสนิทแล้วลงบันไดไปชั้นใต้ดินอย่างรวดเร็ว
