บทที่ 14 ความลับทางราชการ
ลูกทั้งทั้งสองมองตามหลังนายกับลูกพี่ลงไปแล้วก็กดปุ่มปิดประตูห้องลับแล้วทั้งสองก็เดินออกไปจาห้องทำงานของนายสะหวันและเจ้าหน้าที่ก้มาถึงบ้านพอดี
“ลูกพี่ลงไปรับหน้าเดี๋ยวผมจะเฝ้าหน้าห้องระวังหลังให้นายเองครับ” สายของทหารอาสาเฝ้าหน้าห้องเพราะเขารู้ว่าทางลับแล้ว
“เออ ดูให้ดีล่ะ” ลูกน้องของนายสะหวันพูดจบก็หันหลังเดินไปที่ประตูห้องทำงานของเจ้านาย
“กูต้องดูดีอยู่แล้ว ไม่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวลหรอก” สายของทหารพูดตามหลังลูกน้องคนสนิทมือซ้ายของนายสะหวันเบาๆ
“ผลัวะ..”
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะออกจากห้องประตูห้องทำงานก็ถูกถีบเปิดออกเสียงดังและถูกรวบตัวไว้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนจะพามือซ้ายของนายสะหวันออกไปจากห้อง
“ทางนี้ครับ” สายของทหารก็ถูกปล่อยตัวแล้วเขาก็กดปุ่มห้องลับให้หัวหน้าและเพื่อนร่วมทีมลงไป “นายโกศลอยู่ที่บ้านพักครับด้านโน้นครับ” เขาคิดว่านานโกศลหนีไปไหนไม่ได้เพราะเขาล็อคประตูห้องไว้หากจะหนีก็ต้องกระโดดลงมาจากชั้นสองและคนอย่างนายโกศลไม่ทำแน่
จากนั้นเจ้าหน้าที่ทั้งหมดก็ตามจับตัวนายสะหวันและลูกน้องได้ก่อนที่จะหนีออกนอกประเทศและจับเจ้าพ่อค้ายาเสพติดคนดังของภาคอีสานได้พร้อมลูกน้องคนสนิทและปลาซิวปลาลสร้อยได้นับสิบคนและตายไปห้าคนจากการขัดขึนการจับกุมและต่อสู้เจ้าหน้าที่ ทำให้ผู้สมร็ร่วมคิดที่รับเงินส่วยหรือใต้โต้ะระส่ำระสายไปตามๆกัน
เช้าวันถัดมา
ข่าวการจับกุมผู้มีอิทธิพลคนดังของจังหวัดโด่งดังไปทั่วประเทศไทยและประเทศลาวเพื่อนบ้านที่จับเศรษฐีลาวเจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่แห่งลุ่มชลโขงที่เจ้าหน้าที่ตามสืบมานานเป็นปีกว่าจะมีหลักฐานมัดตัวได้และทางเจ้าหน้าที่ได้อายัดทรัพย์ของนายโกศลทั้งหมดไว้ตรวจสอบรวมถึงคนในครอบครัวและญาติพี่น้องและลูกน้องคนสนิทใกล้ชิดทำให้เพื่อนๆของปรีณาพากันตีตัวออกห่างเพราะไม่อยากเสียชื่อเสียงไปด้วย
“ทำยังไงกันดีคะแม่ เราจะถูกจับเหมือนคุณพ่อใช่มั้ยคะ แป้งไม่รู้เรื่องที่พ่อทำนะแม่ แป้งกลัวถูกจับค่ะ” ปรีณาโทรคุยกับแม่ที่ตอนนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่บ้านเพราะทางเจ้าหน้าที่สืบหาข้อมูลว่าแม่และเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ต้องถูกสอบสวน ส่วนพี่ชายรู้เรื่องที่พ่อทำและยังเคยช่วยงานพ่อจึงถูกจับกุมตัวดำเนินคดีพร้อมกับพ่อไว้ที่สถานีตำรวจ
“ไม่เป็นไรลูก เดี๋ยวแม่จะไปคุยกับผู้ใหญ่ขอให้เขาช่วย” เธอเพิ่งรู้ข่าวเมื่อเช้าว่าสามีกับลูกชายถูกจับเพราะไม่มีใครบอกและปกติสามีจะทำอะไรเธอก็ไม่สนใจและก็อยู่คนละบ้านด้วย
“จะมีใครกล้าช่วยพ่อคะ คดียาเสพติดนะคะ” ทั้งยาเสพติดยาอียาไอซ์และค้ามนุษย์และมากพอที่พ่อจะถูกประหารชีวิตด้วย
“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันลูก” ตอนนี้เธอไม่รู้จะทำยังไง
“ตอนนี้เพื่อนๆของแป้งก็รู้กันหมดแล้วไม่มีใครคบแป้งแล้วค่ะแม่ ฮือๆๆ..” ปรีณาร้องไห้เสียงดังและเธอไม่สามารถอยู่ในสังคมได้อีก
“กลับบ้านเราก่อนนะลูก แล้วค่อยคุยกัน” ตอนนี้เธอกับลูกสายถูกควบคุมตัวเหมือนกันและไม่ให้ออกนอกประเทศรวมถึงทรัพย์สินทั้งหมดก็ถูกอายัดจนกว่าจะมีหลักฐานทางการเงินมายืนยันที่มาของรายได้ทั้งหมดและเจ้าหน้าที่ก็ตรวจสอบหมดแล้วแค่รอแถลงข่าวและดำเนินคดีนายโกศลกับลูกชาย ส่วนประเทศลาวก็แถลงข่าวจับกุมนายสะหวันกับลูกน้องและอายัดบ้านทรงไทยหลังใหญ่ไว้ตรวสอบ ส่วนลูกเมียไปอยู่ต่างประเทศนานแล้วและเจ้าหน้าที่ก็ตรวจสอบทางการเงินเหมือนกัน
ที่บ้านของผู้ใหญ่ระพิน
น่านฟ้ารู้ข่าวนายโกศลถูกจับกุมก็เช้าแล้วจึงโทรคุยกับเพื่อนและเขากับเพื่อนๆร่วมทีมได้ปฏิบัติภารกิจสำเร็จแล้วก็เหลือแค่รวบรวมหลักฐานทั้งหมดให้ผู้บัญชาการจัดการดำเนินคดีต่อไป
“จะให้กูไปรับมั้ย” พลอทิปถามเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บแต่ไม่ให้บอกใครแม้กระทั่งครอบครัวมีแค่ผู้บัญชาการกับเพื่อนในทีมเท่านั้นที่รู้
“ไม่ต้องมึงบอกท่านด้วยว่ากูขอเวลาอาทิตย์หนึ่งจะไปรายงานตัว เดี๋ยวกูจะโทรหาพ่อเองและอย่าบอกใครว่ากูบาดเจ็บ”
“โอเค แล้วแผลมึงเป็นยังไงบ้าง ให้ไอ้ทอยไปดูมั้ย มันด่ากูมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว” พลอทิปถามเพื่อนหลังจากอนุเดชรู้แล้วก็บ่นเขาที่ไม่ส่งมันไปดูอาการของน่านฟ้า
“ไม่เป็นไรพอดีพ่อตาของผู้ใหญ่บ้านท่านเป็นหมอและภรรยาของผู้ใหญ่บ้านก็เป็นพยาบาลด้วยพวกมึงไม่ต้องห่วงให้ไอ้ทอยมันกลับกรุงเทพไปก่อนเลย” เขาไม่อยากให้พ่อแม่เป็นห่วงและครั้งนี้เขาปฏิบัติภารกิจครั้งสุดท้ายด้วย และที่ผ่านมาเขาเอาตัวรอดมาได้ตลอดและแผลนี้ฝากไว้บนตัวเขาเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งได้ปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่ของชายชาติทหารเพื่อประชาชนและประเทศชาติ
“โอเค งั้นมึงโทรคุยกับไอ้ทอยเองนะ”
“โอเคเพื่อน”
“ดูแลตัวเองด้วยล่ะ มีอะไรก็โทรบอกกูด้วย อ้อ บ้านผู้ใหญ่มีลูกสาวด้วยนะไม่ใช่ว่ามึงติดใจลูกสาวของเขาล่ะถึงไม่ยยอมกลับบ้าน ฮ่าๆๆ..” พลอทิปพูดจบก็วางสายจากเพื่อนแล้วหัวเราะขำและเขาก็รู้จักผู้ใหญ่บ้านที่น่านฟ้าพักรักษาตัวอยู่
“ไอ้หมอนี่มันรู้ดีไปหมดเลยนะ” น่านฟ้าส่ายหน้าไปมายิ้มๆแล้วโทรหาอนุเดชบอกให้เพื่อนกลับกรุงเทพไปก่อน แต่เพื่อนรอกลับพร้อมเขา พอคุยกับเพื่อนเสร็จก็โทรหาพ่อบอกท่านไปตามความจริงและขอให้ท่านอย่าเพิ่งบอกแม่กับพี่ชาย
เมื่อคุยกับพ่อเสร็จเมียผู้ใหญ่ก็มาเรียกเขาและยกอาหารเช้ามาให้ที่ห้องและให้คุณหมอดูอาการและดูแผลที่ผ่าเอากระสุนออกไปเมื่อคืนและเขามีไข้จากบาดแผลทั้งคืนจนถึงเช้านี้กินยาแล้วก็ดีขึ้นพอยาหมดฤทธิ์ก็เจ็บแผลจึงกินยาแก้ปวดทุกสี่ชั่วโมง
เวลาผ่านไปสี่วัน
อาการของน่านฟ้าก็ดีขึ้นจากการดูแลของคุณหมออุทัยกับคุณพยาบาลพิสมรทำให้หายไข้และบาดแผลก็หายบวมดีขึ้นมากแต่ต้องงดใช้งานเขาจึงใช้ที่คล้องไหล่ และพอเจ้าของบ้านไม่อยู่เขาก็กลายเป็นเจ้าของบ้านและไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่บ้านผู้ใหญ่นอกจากเจ้าของบ้านทั้งสองและพ่อตาแม่ยายของผู้ใหญ่เท่านั้น ทำให้เขามีเวลาสำรวจห้องนับแขกบ้านผู้ใหญ่ที่มีรูปลูกชายลูกสาวรับปริญญาติดบนผนังบ้านและลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านสวยจริงและยังเป็นคนเดียวกับที่อนุเดชไปจีบด้วยสิ
ส่วนลัคนาก็รู้ข่าวนายโกศลกับลูกชายถูกจับพร้อมกับทุกคนทั่วประเทศและแอบดีใจที่เจ้าหน้าที่กวาดล้างผู้มีอิทธิพลและเจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้จึงโทรคุยกับพี่ชายที่โชคดีไม่ได้เกี่ยวข้องกับปรีณาไม่งั้นอาจจะโดนหางเลขไปด้วยและวันนี้เธอกลับบ้านนครพนมไปจัดการเรื่องผ้าไหมที่ต้องใช้ในงานแต่งงานของคนดังตามที่ได้รับมอบหมายจากเจ้านายสาวและผู้จัดการ เมื่อลงจากเครื่องบินก็ตรงกลับบ้านก่อนจะไปดูผ้าไหมที่ร้านของเพื่อนให้เจ้านายสาวและเธอเสนองานผ้าไหมร้านของเพื่อนให้เจ้านายดูและไลลาก็ชอบอยากได้มาตัดเย็บชุดเจ้าสาวและตกแต่งในงานเลี้ยงต่างๆตามโอกาสที่เหมาะสมทำให้เธอได้กลับบ้าน
“บ้านเงียบเชียวไปไหนกันหมดนะ” เสียงหวานพูดคนเดียวเบาๆเพราะที่บ้านไม่มีใครอยู่ปกติก็ออกไปดูเรือกสวนไร่นาตามที่ลูกบ้านมาขอความช่วยเหลือและจะมีครอบครัวของญาติห่างๆที่มาอยู่ด้วยคอยเป็นหูเป็นตาให้พ่อแม่ “ประตูก็ไม่ล็อคด้วยนี่”
น่านฟ้าได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้านพ่อผู้ใหญ่แต่ทุกคนไม่อยู่ท่านให้คนขับรถไถสองคันออกไปไถที่ดินของชาวบ้านจากแต่เช้าพอสายหน่อยท่านก็ไปดูและบอกให้เขาอยู่บ้านหากมีอะไรก็ให้โทรหาได้และเขาอยู่ที่นี่ไม่มีใครรู้นอกจากพ่อกับเพื่อนที่รู้ว่าเขาบาดเจ็บ พอได้ยินเสียงรถเขาก็ลุกขึ้นเดินมาแอบตรงประตูบ้านมองว่าใครมาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งใส่กางเกงยีนส์สกินนี่สีเข้มเสื้อตัในสีขาวอวดเอวบางมีเสื้อแจ๊คเก็ตสวมทับจัดว่าสวยน่ารักหุ่นดีผมยาวสลวยถูกลมตีปลิวระใบหน้าแสงแดดส่องออกโทนสีส้มดูสวยเซ็กซี่ ลงจากรถรับจ้างของสนามบินเดินมาในบ้านแล้วยืนบ่นและเธอก็เหมือนผู้หญิงที่อยู่ในรูปบนผนังบ้านและเจ้าของบ้านบอกว่าเป็นลูกสาวคนเล็กที่ทำงานอยู่กรุงเทพและยังทำงานบริษัทเวดดิ้งแพลนเนอร์กับพี่สะใภ้ของอนุเดชและเขาไม่ได้บอกผู้ใหญ่ระพินว่ารู้จักกับเจ้าของบริษัทเขาบอกแค่ว่าเป็นทหารกำลังปฏิบัติหน้าที่และถูกยิงจึงต้องเก็บตัวเพื่อไม่ให้ใครรู้เพราะคนที่เขาไล่จับเป็นคนมีอิทธิพลมีพรรคพวกอยู่ในกลุ่มข้าราชการระดับสูงของจังหวัดและถ้าเขาไปโรงพยาบาลก็ต้องมีคนรู้และที่เขาพักที่นี่ก็เพราะว่าเมียผู้ใหญ่บ้านเป็นพยาบาลและพ่อของเธอก็เป็นหมอเขาจึงได้รับความช่วยเหลือจากสองสามีภรรยาที่เก็บเรื่องของเขาเป็นความลับ
