บทที่ 17 หวั่นไหว
“ขอบคุณครับอาผู้ใหญ่”
“งั้นเชิญคุณน่านตามสบาย ผมจะกลับไปดูชาวบ้านก่อนพอดีซ่อมแซมฝายทดชลยังไม่เสร็จเลย”
“ครับอาผู้ใหญ่..” น่านฟ้ายิ้มให้ผู้ใหญ่ระพินแล้วมองตามหลังท่านเดินออกไปจากบ้านแล้วเขาก็โทรคุยกับเพื่อนนัดแนะให้มารับพรุ่งนี้เช้า
ลัคนาเดินขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเองแล้วล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นเพราะเมื่อเช้าเธอตื่นแต่เช้าไปสนามบินขึ้นเครื่องบินกลับบ้านก็รู้สึกง่วงนอนนิดจึงคิดว่าจะไปดื่มกาแฟที่ร้านของเพื่อนรักก่อนแล้วค่อยไปดูผ้าไหมที่ร้านของเพื่อนรักอีกคน
“หลิวไปไหนครับ” น่านฟ้าถามเจ้าของบ้านที่หน้าตาสดใสกว่าตอนมาถึง
“ฉันจะไปทำงานค่ะ ฝากบ้านด้วยนะคะ” ลัคนาพูดแล้วยิ้มกับนายทหารหนุ่มที่มายึดบ้านของเธออยู่อย่างสบายอารมณ์
“ได้ครับ รับรองว่าจะดูแลให้อย่างดีครับ” ถ้าแถมเจ้าของบ้านสาวเขาจะดูแลให้ดียิ่งกว่าอีกสิบเท่าเลย
ลัคนาค้อนหนุ่มหล่อที่รับปากดูแลบ้านให้เธอหน้าระรื่นไม่สะทกสะท้านกับคำพูดประชดประชันของเธอด้วยความหมั่นไส้แล้วเดินออกไปจากบ้านแล้วขับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันเล็กของตัวเองออกไปจากบ้าน
น่านฟ้าได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์และรู้ทันทีว่าเป็นรถบิ๊กไบค์จึงเดินไปแง้มผ้าม่านดูก็เห็นร่างเล็กเพรียวระหงขับออกไปจากบ้าน
“ร้ายไม่ใช่เล่นเลยนะลูกสาวอาผู้ใหญ่ หุหุๆๆ..” ใบหน้าหล่อระบายยิ้มเต็มหน้าแล้วเดินกลับไปนั่งที่โซฟาเพราะทั้งบ้านเหลือเขาคนเดียวและภรรยาของอาผู้ใหญ่ก็เตรียมอาหารกลาวงวันให้เขาพร้อมกับผลไม้ปอกเรียบร้อยไว้ในตู้เย็นและคิดว่าเขาจะตอบแทนทุกคนยังไงดีจึงโทรปรึกษาพี่ชาย
“ว่าไงไอ้แสบ ได้ข่าวว่าฝีมือตกงั้นเหรอวะ” นาวีพูดหยอกเย้าน้องชาย
“ก็นิดหน่อยน่ะพี่ แล้วพี่ยุ่งหรือเปล่า”
“ยุ่งมากถึงมากที่สุด” นาวีตอบน้องชายขำๆก็คนทำงานมันก็ต้องยุ่งเป็นเรื่องปกติมั้ยล่ะ
“พี่พูดอย่างนี้ผมรู้สึกผิดไม่ทันเลยนะครับ”
“อ้าว ก็แกถามนี่หว่า แล้วจะกลับบ้านเมื่อไหร่ล่ะ”
“น่าจะสองสามวันครับ พอดีผมอยากปรึกษาพี่เรื่องอาผู้ใหญ่กับเมียและพ่อตาแม่ยายของท่านครับ”
“มีอะไรล่ะ”
“ผมมาอยู่บ้านเขาแล้วพวกเขาก็ดูแลเป็นอย่างดีผมอยากตอบแทนพวกเขาแต่ไม่รู้จะตอบแทนยังไงดีครับ”
“แกก็หาของขวัญไปขอบคุณพวกเขาสิ”
“แล้วอะไรดีครับ ผมไม่ถนัดด้วยสิก็เลยโทรมาถามผู้รู้นี่แหละครับ” ก็พี่ชายของเขาเอาใจสาวๆเก่งจะตาย จ้องรายไหนรายนั้นก็ไม่รอด
“อะไรดีล่ะ ผู้ชายก็เป็นพวกนาฬิกาสิ ผู้หญิงก็กระเป๋าเครื่องประดับ แต่ว่าเครื่องประดับจะดูน่าเกลียดเพราะพวกเขาช่วยเหลแกด้วยใจ แต่กระเป๋าก็นน่าจะดูดีกว่านะ” นาวีตอบน้องชายและมันไม่น่าเกลียด
“งั้นพี่จัดการมให้ผมหน่อยสิครับ คุณหมอกับภรรยาท่านเกษียณแล้ว อาผู้ใหญ่ก็ทำงานลุยๆ เมียอาผู้ใหญ่เป็นพยาบาลครับ”
“ได้ เดี๋ยวจะจัดการให้ แล้วจะให้เอาไปให้ที่ไหนล่ะ”
“พี่ให้คนเอามาให้ผมที่นี่ละกัน”
“ได้ๆ เดี๋ยวจัดการให้..”
“บอสคะ เอ่อ ขอโทษค่ะ..” เลขาสาวใหญ่เคาะประตูแล้วเดินเข้ามาในห้องของเจ้านายพอเห็นเจ้านายคุยโทรศัพท์อยู่ก็ขอโทษเบาๆ
“งั้นพี่ทำงานเถอะ ขอบคุณครับ” น่านฟ้าขอบคุณพี่ชายเสร็จก็วางสาย
“มีอะไรครับพี่ชบา”
“เอ่อ คือ คุณไอซ์เธอมาขอพบบอสบอกมีธุระด่วยค่ะ พี่บอกแล้วว่าบอสไม่ว่างเธอก็ไม่ฟังค่ะ” ชบารายงานเจ้านายหนุ่มหล่อเนื้อหอมที่สาวๆมาหาไม่เว้นแต่ละวัน
“งั้นเชิญเธอไปรอที่ห้องรับรองละกัน อีกสิบนาทีผมตามไปครับ” นาวีบอกเลขาให้เชิญเพื่อนสาวคนล่าสุดไปรอที่ห้องรับรอง
“ค่ะบอส” ชบารับคำสั่งของเจ้านายแล้วหันหลังเดินออกไป
“เดี๋ยวครับพี่ชบา”
“ค่ะบอส”
“พี่ชบาช่วยดูกระเป๋าสำหรับผู้หญิงให้ผมสองใบพอดีนายน่านจะเอาไปให้เป็นของขวัญผู้ใหญ่ ท่านหนึ่งเกษียณแล้วอีกท่านหนึ่งยังทำงานอยู่และทั้งสองเป็นพยาบาล อีกสองท่านเป็นผู้ชาย ท่านหนึ่งเป็นคุณหมอเกษียณแล้ว อีกท่านเป็นผู้ใหญ่บ้าน พี่ชบาเลือกให้เหมาะสมด้วย และราคาไม่เกี่ยงครับ ขอวันนี้นะครับ อ้อ แล้วจองตั๋วเครื่องบินไปกลับนครพนมให้ตะการด้วยครับ”
“ได้ค่ะบอส เดี๋ยวพี่จะจัดการให้ค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
ชบาคำนับเจ้านายหนุ่มหล่อแล้วเดินออกไปจากห้องเชิญแขกไปรอเจ้านายและให้ผู้ช่วยจัดเครื่องดื่มไปเสิร์ฟแล้วเธอก็ค้นหาข้องมูลกระเป๋าและนาฬิกาให้เจ้านายและจองตั๋วเครื่องบินไปกลับให้คนสนิทของเจ้านาย
ที่นครพนม
ลัคนาไปดื่มกาแฟที่ร้านของเพื่อนก่อนและจะทานอาหารกลางวันด้วยกันที่ร้านและมีเพื่อนชายคนเดียวในกลุ่มมาทานด้วย
“ว่าไงจ้ะสาวกรุงเทพ ไปไงมาไงถึงมาโผล่ที่นี่ได้ยะ” สายชลแซวเพื่อนยิ้มๆ
“คิดถึงหนุ่มนครพนมสิยะ”
“เห้อะ ขอให้จริงเถอะ ว่าแต่แกเห็นข่าวของบ้านยัยแป้งแล้วใช่ป่ะ”
“เห็นแล้วล่ะ”
“เวรกรรมตามทันสักทีนะแก ฉันไม่อยากจะสมชลหน้าหรอกนะแต่อดไม่ได้น่ะ” สายชลพูดกับเพื่อนแล้วพากันเดินไปนั่งที่โต้ะมุมร้าน
“ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้นแหละแก เอาลาเต้ร้อนมาดื่มสักแก้วสิ”
“ฉันสั่งไว้ให้แล้ว”
“ขอบใจมากเพื่อนัก แกรู้ใจฉันที่สุด”
“ก็แหงล่ะ แกไม่มีแฟนฉันก็ไม่มีแฟนและถ้าไม่รู้ใจแกแล้วฉันจะไปรู้ใจใครล่ะ”
“คนนั้นมั้ง..” ลัคนาบุ้ยปากไปทางหน้าร้านที่มีเจ้าหน้าที่ทหารหกคนแต่งกายครึ่งท่อนเดินเข้ามาในร้านกาแฟ
“แค่ขาประจำย่ะ”
“ประจำใจเจ้าของร้านเหรอจ้ะ”
“พูดมาก เดี๋ยวมา อ้อ สนใจรับสักคนมั้ยจ้ะเพื่อนรัก”
“ไม่อ่ะ เชิญแกตามสบาย..”
“สวัสดีครับคุณหลิว ไม่คิดว่าจะเจอคุณหลิวที่นี่เลยครับ” อนุเดชเดินเข้ามคนสุดท้ายพอเห็นสาวสวยที่เขาวานให้เธอถ่ายรูปให้คราวก่อนนั่งอยู่กับเจ้าของร้านก็เดินมาทักทาย
“เอ่อ สวัสดีค่ะ..” ลัคนาทำหน้างงว่าเธอรู้จักนายทหารคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่แต่หน้าคุ้นๆ
“ผมทอยไงครับ”
“อ่อ หมอทอยจำได้แล้วค่ะ”
“รู้จักกันด้วยเหรอพี่ทอย” หมวดหมอกถามรุ่นพี่ที่รู้จักเพื่อนของสายชลก่อนเขา
“เคยเจอคุณหลิวที่ลานพญาสัตตนาคราชน่ะ”
“อ่อ หลิวเป็นเพื่อนของชลเองค่ะ นี่ ผู้กองนาย หมวดหมอก จ่าดอม จ่าหนุ่ย จ่าโทนและผู้กองทอยแกรู้จักแล้วนะ” สายชลแนะนำหนุ่มๆให้เพื่อนรักรู้จัก
“ยินดีที่ได้รู้จักคุณหลิวครับ” พลอทิปรับไหว้ลูกสาวผู้ใหญ่ระพิน
“ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนเช่นกันค่ะ” ลัคนายกมือไหว้ทุกคนเพราะดูแล้วพวกเขาอายุมากกว่าเธอ
“ไหนๆเราก็รู้จักกันแล้วงั้นนั่งด้วยกันนะครับ” อนุเดชเชิญหญิงสาวนั่ง
“ค่ะ..”ลัคนายิ้มให้ทุกคน
“เจอเพื่อนผมหรือเปล่าครับ” พลอทิปถามลูกสาวคนสวยของผู้ใหญ่ระพิน
“เขาเป็นเพื่อนของผู้กองเหรอคะ”
“ครับผม”
“เพิ่งเจอค่ะ”
“แล้วมันเป็นยังไงบ้างครับ”
“ก็ไม่เป็นไรค่ะ น่าจะดีขึ้นค่ะ” ถ้าเธอไม่ไปขยุ้มแผลของเขาจนมันปรินะ
“ต้องขอบคุณพ่อผู้ใหญ่ของคุณหลิวนะครับ ที่ช่วยเหลือเพื่อนของผมเดี๋ยวพรุ่งนี้เย็นผมจะไปรับเพื่อนและขอบคุณท่านครับ” พลอทิปบอกลัคนาเพราะน่านฟ้าโทรมาบอกว่าพรุ่งนี้เย็นให้ไปรับเขาที่บ้านผู้ใหญ่และท่านผู้บัญชากรให้เขาสั่งกระเช้าผลไม้ไปขอบคุณคุณหมอกับผู้ใหญ่บ้านด้วย
“ค่ะ” ลัคนายิ้มให้นายทหารหนุ่มหล่อตามมารยาทและแต่ละคนก็หน้าตาดีหล่อห้าวหล่อโหดหล่อหวานหล่อเหี้ยมดิบเถื่อนมารวมกลุ่มเดียวกัน
