บทที่ 3 จีบสาว
“ก็มีเรื่อยๆค่ะ ช่วงนี้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันเยอะก็พลอยทำให้ร้านค้าคึกคักค่ะ” เจ้าของร้านสาวตอบทหารหนุ่ม
“ขอให้ขายดีทุกวันนะครับ” นายทหารหนุ่มพูดแล้วยิ้มให้เจ้าของร้านก่อนจะเดินกลับไปที่โต้ะเพราะมีลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสาย
“มาจีบสาวแล้วเธอรู้มั้ยว่ามึงมาจีบ” พลอทิปถามรุ่นน้องที่มาดื่มกาแฟแล้วติดใจเจ้าของร้าน
“โธ่พี่นาย ขอแบบนี้ก็ต้องดูท่าทีของเธอก่อนสิครับ ขืนไปจีบแล้วเธอด่ากลับมาก็หน้าแหกสิครับ แต่ที่รู้เธอยังไม่มีแฟนครับ” มงคลตอบนายทหารหนุ่มหล่อรุ่นพี่และยังเป็นลูกชายของท่านรองผู้บัญชาการทหารเรือแต่พลอทิปไม่เคยอวดเบ่งกับใครเหมือนกับรุ่นพี่อีกสองคนที่เป็นลูกชายอดีตผู้บัญชาการทหารเรือและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่เพิ่งเกษียณไปเมื่อปีก่อนแต่ยังมีบารมีอำนาจอยู่
“ยังดีที่มึงไม่ตาถั่วเหมือนไอ้น่าน” ก็เพื่อนของเขาเคยคบหากับผู้หญิงคนเป็นลูกสาวนักธุรกิจคนดังเมืองระยองแต่สุดท้ายก็หนีไปแต่งงานกับคนที่รวยกว่าและเป็นลูกชายของนักการเมืองคนดังเพราะเพื่อนของเขาเป็นแค่ทหารเรือจนๆแต่ที่คบหาก็เพราะหล่อถูกใจเท่านั้น และอีกคนก็ผู้หญิงหลอกว่าโสดแล้วหวดเหลือแต่ชื่อเพราะดันไปหิ้วเด็กเสี่ยใหญ่เมืองพัทยา
“ก็ผู้กองน่านหล่อขนาดนั้นสาวๆก็รุมตอมเป็นธรรดาและคงไม่มีใครบอกว่ามีแฟนแล้วใช่มั้ยครับ” จ่าหนุ่ยพูดถึงเพื่อนของหัวหน้าทีมที่เจอกันบ่อยและยังเคยฝึกหนักมาด้วยกันหลายครั้งและร่วมปฏิบัติภารกิจด้วยกันหลายครั้งจึงสนิทกัน
“ทำยังกับพี่นายดีกว่าพี่น่านงั้นแหละ”
“ไอ้นี่ กูพูดถึงไอ้น่านอยู่นะ นี่มันบอกว่าจะมาถึงวันนี้ด้วยแต่ไม่บอกเวลา ไอ้นี่ชักเอาใหญ่แล้วสิ” พลอทิปว่าเพื่อนที่ถูกเรียกตัวมาช่วยงานเพราะที่นี่ไม่มีใครรู้จักน่านฟ้า
“มากี่คนครับ”
“สองคนกับไอ้หมอ..”
“เจ๋งเลยครับผู้กอง” จ่าดอมพูดขึ้นเพราะถ้าหน่วยจู่โจมพิเศษรวมตัวกันเมื่อไหร่ภารกิจนั้นจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
“เดี๋ยวเราไปสืบข่าวแถวท่าเรือกันดีกว่า ถ้าไอ้น่านกับไอ้หมอมาแล้วค่อยนัดประชุมกันคืนนี้” พลอทิปพูดเป็นการเป็นงานเพราะตอนนี้เขาต้องไปสืบข่าวหาเจ้าของเรือที่ระเบิดว่าเป็นของบริษัทไหน
“กาแฟมาแล้วค่ะ” เจ้าของร้านสาวยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟด้วยตัวเอง
“ขอบคุณครับคุณน้ำ สงสัยกาแฟแก้วนี้จะต้องหวานเป็นพิเศษแน่เพราะเจ้าของร้านมาเสิร์ฟเอง จริงมั้ยครับหมวด” จ่าดอมแซวเจ้าของร้านที่ยกกาแฟมาเสิร์ฟ
“ครับพี่จ่า”
“น้ำรับรองว่าเครื่องดื่มของร้านเราอร่อยทุกแก้วค่ะ เชิญตามสบายค่ะ น้ำขอตัวก่อนต้องการอะไรเพิ่งก็เรียกน้ำได้นะคะ” สายชลยิ้มให้ทุกคนก่อนจะขอตัวไปทำงานต่อ
“ถ้ามึงคิดจะจีบเล่นๆก็ถอนตัวนะไอ้หมอก คุณน้ำไม่ใช่ผู้หญิงที่มึงจะมาทำเล่นด้วยได้” พลอทิปเตือนรุ่นน้องเพราะสายชลวางตัวดีไม่ได้อ่อยหรือให้ท่าใครทั้งที่เขาก็โปรไฟล์ไม่น้อยหน้าใคร
“ผมจริงจังนะพี่นาย” เขาไม่เคยสนใจใครจริงจังจนกระทั่งมาเจอสายชลและไม่ได้สนใจเรื่องรูปร่างของเธอเขาชอบที่เธออัธยาศัยดีเป็นกันเองและคุยสนุก
“แล้วจะรออะไรล่ะหมวดก็ลุยเลยสิครับ” จ่าหนุ่ยเชียร์หมวดหนุ่มแม้จะขี้เล่นติดจะเจ้าชู้แต่คนเราจะเปลี่ยนตัวเองได้เมื่อเจอคนที่ใช่
“แน่นอนครับจ่า”
จากนั้นสี่หนุ่มก็คุยกันเบาๆเรื่องทั่วไปและสายตาก็สอดส่งไปตามนิสัยของทหารเพราะจุดนี้มองเห็นลำน้ำโขงชัดเจน
“ร้านคุณน้ำมีกล้องวงจรปิด” พลอทิปเห็นกล้องวงจรปิดที่หันออกไปทางหน้าร้าน
“งั้นเราขอดูได้มั้ยครับผู้กอง”
“ผมจะคุยกับคุณน้ำเองครับ”
“ตอนนี้ลูกค้าเยอะเดี๋ยวตอนเย็นเราจะมาอีกครั้งละกัน”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะเกริ่นกับคุณน้ำไว้ก่อนครับ” มงคลพูดเป็นการเป็นงาน
“งั้นไปกันเถอะ” พลอทิปวางแบงค์ห้าร้อยลงบนโต้ะแล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากร้านกาแฟพร้อมกับลูกน้องแล้วสวนทางกับสาวสวยสุดเซ็กซี่สามคนเดินเข้ามาในร้านกาแฟจึงหันไปมองเพราะหนึ่งในนั้นคือลูกสาวของเสี่ยคนดังมีอิทธิพลในเมืองนครพนมและเป็นเจ้าของท่าเรือสำราญล่องแม่น้ำโขงและเรือข้ามฟากไปฝั่งลาว ก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องแล้วเดินไปขึ้นรถกระบะโฟวิลสีดำสี่ประตูโดยจ่าหนุ่ยเป็นคนขับ
“คุณลูกค้าจะรับอะไรดีคะ” พนักงานสาวถามลูกค้าคนสวยทั้งสาม
“ฉันเอาคาปูชิโนเย็นแล้วเธอสองคนจะดื่มอะไรดีล่ะ” ปรีณาถามเพื่อนทั้งสองที่มาจากกรุงเทพ
“ฉันเอาน้ำส้มคั้นสด”
“ของฉันเอาชาเขียวปั่น เค้กก็น่ากินนะเธอ”
“เค้กของร้านเรามีแคลอลี่ต่ำเหมาะสำหรับคนที่ควบคุมชลหนักและทานได้ทุกเพศทุกวัยค่ะ”
“งั้นเอาอันนี้ อันนี้และอันนี้ละกัน” ปรีณาสั่งเค้กมาให้เพื่อนชิมเพราะเธอรู้ว่าร้านนี้ดังสุดในย่านนี้และนักท่องเที่ยวก็ชอบมาถ่ายรูปและปักหมุดที่นี่เพราะมองเห็นวิวแม่น้ำโขงชัดเจนยิ่งตอนเย็นร้านอาหารริมแม่น้ำโขงฝั่งลาวเปิดไฟสว่างก็ส่องประกายระยิบระยับสวยงามแม้จะเป็นร้านของเพื่อนร่วมโรงเรียนแต่เธอไม่ได้สนิทกับสายชล
“ตกแต่งร้านสวยมีคลาสดีนะแป้ง” รัชนีกรมองไปรอบๆร้านแล้วชมคนออกแบบที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่ชอบถ่ายรูป
“ก็เจ้าของร้านไปเรียนที่กรุงเทพนี่ ก็คงได้ไอเดียมาแหละฉันว่าจะให้พี่ชายทำแบบนี้ที่ท่าเรือน่ะ” เธอกำลังคิดว่าที่ท่าเรือน่าจะเปิดคาเฟ่เพราะติดริมแม่น้ำโขงติดกับท่าเรือเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและร้านของสายชลก็ทำให้เธอสนใจและอยากทำแบบนี้ เดี๋ยวจะต้องบอกพ่อกับพี่ชายให้ทำบ้าง
“แล้วเธอจะทำแบบนี้มั้ยล่ะ”
“พวกเธอก็รู้ว่าตอนนี้ธุรกิจคาเฟ่ต้องมีจุดขายฉันไม่อยากทำซ้ำใคร” แต่เธอยังคิดไม่ออกและร้านของสายชลมีจุดเด่นและจุดขายที่ทำให้ลูกค้ามาเช็คอินและปักหมุดได้ เธอก็ต้องทำได้เหมือนกัน
“แต่ร้านแบบนี้มันขายได้นะแป้ง” มาลิษาบอกเพื่อนเพราะยุคนี้จะเปิดคาเฟ่ก็ต้องสร้างจุดขายมีที่ให้นั่งเล่นถ่ายรูปและทุกคนที่มาก็ต้องซื้อเครื่องดื่มหนึ่งแก้วหรือขนมเค้ก คุ๊กกี้และชลผลไม้คั้นสดที่วางขายในตู้เย็นหนึ่งอย่างไม่งั้นจะเสียค่าเข้ามาถ่ายรูปหนึ่งร้อยบาท
“ฉันรู้น่า มันจะไปยากอะไรล่ะก็ให้สถาปนิกออกแบบให้ไง เอ้ะ นั่นมันยัยหลิวนี่” ปรีณาเห็นลัคนาเดินเข้ามาในร้านคนเดียวและที่เธอรู้จักก็เพราะว่าเคยคบหากับอคินพี่ชายของลัคนาตอนเรียนมัธยมอยู่พักใหญ่ก่อนจะเลิกกันเพราะลูกชายของท่านผู้ว่าที่ย้ายมาใหม่มาจีบเธอและคบหากันจนเรียนจบมัธยมปีที่หกและไปเรียนต่อเมืองนอกก่อนจะเลิกกันเพราะต่างไปมีสังคมใหม่และเธอก็คบหากับลูกหลานคนดังหรือที่เรียกว่าไฮโซจึงไม่ได้เจอกันหลายปี
“ใครอ่ะแป้ง”
“คนรู้จักน่ะ แต่นานมาแล้วไม่ได้เจอกัน”
“สวยนะเธอ”
“ก็งั้นๆแหละ” ปรีณามองลัคนาแล้วแบะปากใส่เพราะตอนที่เธอเลิกกับอคิน น้องสาวของเขามาว่าเธอถึงห้องเรียนทำให้เธอไม่พอใจจึงทะเลาะกันเสียงดังดีที่ครูมาแยกก่อนไม่งั้นคงได้ลงมือกัน
ส่วนคนที่ถูกพูดถึงก็ไปทักทายเพื่อนและสั่งเครื่องดื่มก่อนจะเดินมานั่งโต้ะที่ว่างแล้วเห็นอดีตแฟนของพี่ชายก็ไม่ได้สนใจจะทักทายจึงคุยไลน์กับเพื่อน
หลิว..แกไม่บอกว่ายัยพี่แป้งอยู่ร้านแก
น้ำ..อ้อ โทษทีคนสวย น้ำลืมไปเลยอ่ะ
หลิว..ไม่เป็นไร
น้ำ..งั้นแกไปนั่งชั้นบนมั้ยล่ะ
หลิว..ไม่เป็นไร นั่งตรงนี้ก็ได้
น้ำ..เดี๋ยวชลไปนั่งด้วยนะ ขอสั่งงานแป๊บหนึ่ง
“หลิว..โอเค
จากนั้นลัคนาก็เปิดโทรศัพท์ดูข้อความจากญาติผู้พี่ที่ส่งมาให้เธอช่วยคิดเรื่องงานแต่งงานของลูกค้าคู่ใหม่ที่ให้จัดงานแต่งงานให้และเรื่องมากอยากได้โน่นนี่นั่นและยังต้องการดอกไม้จากต่างประเทศและงบอั้นเพราะเป็นทายาทมหาเศรษฐีเขาแต่งงานกัน
“นี่แป้ง ยัยนั่นมองเธอแล้วเมินด้วยนะ” รัชนีกรพูดแล้วเหยียดริมฝีปาก
“อย่าไปสนใจเลยเธอ ยัยนั่นไม่ได้อยู่ในสังคมเดียวกับพวกเราหรอก”
