บทที่ 6 ไกด์สาว
“ยัยกิ๊ฟมันร้ายจริงๆ จิกผู้มาจนได้” มาลิษายิ้มตามหลังเพื่อนที่สามารถชวนหนุ่มหล่อมาดื่มด้วยกันและเธอก็ชอบหนุ่มคมเข้มเหมือนปรีณาและยอมหลีกทางให้เพื่อนเพราะเธอชอบพี่ชายของปรีณานั่นเอง
“นั่งสินะ แต่ถ้าอยู่กรุงเทพฉันไปจิกเองแล้ว” ปรีณาพูดกับเพื่อนเพราะที่นี่ไม่มีใครไม่รู้จักครอบครัวของเธอหากจะทำอะไรก็ต้องระวังไม่ให้มีข่าวเสียหายไปถึงพ่อแม่และตระกูลและแบบนี้เธอถึงเลือกอยู่กรุงเทพอย่างน้อยก็ไกลหูไกลตาพ่อแม่และมันทำให้เธอมีหน้ามีตาในสังคมไฮโซเพราะเพื่อนๆของเธอหลายคนเป็นลูกหลานคนดังและทายาทตระกูลเก่าแก่
“โน่นแก มากันแล้ว” มาลิษาพยักหน้าให้เพื่อนเมื่อเห็นรัชนีกรเดินมาพร้อมสองหนุ่มหล่อที่ดูดีมีสกุล
“นี่แป้งกับลิษาเพื่อนของกิ๊ฟค่ะ แล้วนี่คุณทอยกับคุณน่านมาเที่ยวเหมือนพวกเรา ฉันก็เลยชวนมาดื่มกับพวกเราน่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักคุณแป้งกับคุณกิ๊ฟครับ” อนุเดชยื่นมือไปจับมือกับสองสาวสวย
“ยินดีที่ได้รู้จักคุณทอยกับคุณน่านเช่นกันค่ะ” ปรีณายื่นมือไปจับมือกับอนุเดชและน่านฟ้าซึ่งคนหลังเธอจับนานหน่อยและยิ้มหวานให้เขา
น่านฟ้าไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมามีสีหน้านิ่งเฉยไร้ความรู้สึกแต่มันกลับทำให้เขาดูท้าทายน่าสนใจค้นหาตัวตนของเขา
“เชิญนั่งค่ะ” ปรีณาเชิญสองหนุ่มนั่งดื่มด้วยกันและหวังจะสานสัมพันธ์กับหนุ่มหล่อที่เธอหมายตา
“ขอบคุณครับ งั้นมือนี้ผมกับน่านขอเลี้ยงคุณกิ๊ฟ คุณแป้ง คุณลิษานะครับ” อนุเดชก็ยังเป็นหนุ่มอัธยาศัยดีและ
เฟรนด์ลี่กับทุกคน
“แต่คุณทอยกับคุณน่านมาเที่ยวนครพนนมก็ต้องให้เขจ้าบ้านอย่างแป้งเลี้ยงสิคะ อีกอย่างเรือสำราญลำนี้ก็เป็นธุรกิจที่บ้านของแป้งเองค่ะ”
“จริงเหรอครับ แหมผมกับนายน่านโชคดีจริงๆครับที่เจอกับเจ้าของเรือแต่ผมกับนายน่านเป็นผู้ชายยังไงมื้อนี้ผมขอเลี้ยงก่อนนะครับ”
“ก็ได้ค่ะ แต่มื้อหน้าให้แป้งเลี้ยงนะคะ”
“ด้วยความยินดีครับ”
“ว่าแต่คุณทอยกับคุณน่านจะอยู่เที่ยวที่นี่กี่วันคะ” มาลิษาถามสองหนุ่มหล่อและเธอก็คุ้นๆหน้าสองหนุ่มเหมือนจะเคยเห็นก่อนหรือเป็นเพราะว่าเขาหล่อ
“น่าจะสองสามวันครับ”
“ปกติคุณทอยกับคุณน่านทำงานที่ไหนคะ” ปรีณาถามสองหนุ่มแต่เธออยากรู้ว่าน่านฟ้าทำงานที่ไหนแต่รู้จักแค่เขาชื่อน่านมันน้อยไป
“ผมทำงานที่กรุงเทพครับ ส่วนนายน่านอยู่ชลบุรี” อนุเดชตอบสาวๆแล้วเตะเท้าเพื่อนที่ปล่อยให้เขาพูดคนเดียว
“คุณน่านทำงานที่ชลบุรีเหรอคะ แป้งชอบไปเที่ยวบางแสน พัทยามากเลยค่ะ” ปรีณาปูทางให้ตัวเองเพื่อจะได้เจอหนุ่มหล่อ
“ผมทำงานไม่เป็นที่ครับ แล้วแต่เจ้านายจะสั่ง ผมว่าเราดื่มกันดีกว่าครับ” เขาไม่ชอบพูดเรื่องงานกับคนไม่สนิทแต่ถึงสนิทก็จะรู้ว่าเขาเป็นทหารเรือเท่านั้น
“ดีค่ะ งั้นขอดื่มเพื่อมิตรภาพของพวกเราค่ะ เซียส..”
“เซียสสส..”
สามสาวยกแก้วไวน์ขึ้นชนกับสองหนุ่มแล้วดื่มเพื่อมิตรภาพแต่สองหนุ่มดื่มเพื่อภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายให้มาสืบข่าวเรื่องยาเสพติดที่เจอตอนเรือระเบิดว่าเป็นของใครกันแน่และตอนนี้ก็รู้แล้วว่าเป็นเรือของบริษัทริมฝั่งโขงของเสี่ยโกศลพ่อของปรีณาจึงพูดคุยและแอบสอบถามล้วงลึกทีละนิดเพื่อไม่ให้เธอสงสัยแต่ปรีณากลับพูดคุยเรื่องธุรกิจให้ฟังเอง หรือเธออวดรวยบอกให้พวกเขารู้สถานะของเธอว่าเป็นลูกเศรษฐีเมืองนครพนม
“คุณแป้งก็ไม่ได้อยู่ที่นี่เหรอครับ”
“แป้งไม่ได้อยู่ที่นี่ค่ะ แป้งมีบ้านมีคอนโดอยู่กรุงเทพค่ะ”
“แล้วกลับมาที่นี่บ่อยมั้ยครับ”
“ก็ไม่บ่อยค่ะ แป้งทำงานเป็นนางแบบดแต่ไม่ได้มีชื่อเสียงหรอกค่ะ”
“มิน่าล่ะถึงได้สวยและหุ่นดีแบบนี้ พวกดารานางแบบนี่ต้องรักษาหุ่นกันมากเลยใช่มั้ยครับ” อนุเดชมีหน้าที่ชวนคุยและน่านฟ้าก็พูดเสริมนิดหน่อยเพราะเขาไม่ใช่คนชอบพูดและไม่ชอบคนพูดมากด้วยแล้วเพื่อนๆในกลุ่มจะรู้ดีและเรียกเขาว่าเสือซุ่ม
“ก็ต้องมีบ้างค่ะ แล้วคุณน่านล่ะคะชอบออกกำลังกายหรือเปล่า”
“ก็มีเข้าบ้างครับ แต่ส่วนมากจะออกกำลังกายที่สวนสาธารณะมากกว่าครับ”
“ออกกำลังกายกลางแจ้งก็ดีนะคะ และยังได้สูดอากาศบริสุทธิ์ด้วย ไม่รู้ว่าแป้งจะมีโอกาสได้ไปออกกำลังกายกับคุณน่านหรือเปล่าน๊า” ปรีณาพูดหยอกนายทหารหนุ่มหล่อที่รู้จักชื่อเขาว่าน่านเท่านั้น
“ไม่รู้สิครับ เพราะผมต้องทำงานไม่ค่อยมีเวลาครับ"
“ว้า เสียดายจัง”
“งั้นเธอก็รอคุณน่านว่างสิแล้วค่อยชวนไปออกกำลังกายที่ฟิตเน็ตก็ได้นี่นา”
“จริงด้วยค่ะ ถ้าแป้งจะขออนุญาตชวนคุณน่านไปออกกำลังกายด้วยกันจะได้มั้ยคะ”
“ถ้าผมว่างนะครับ”
“งั้นเราต้องมีเบอร์ติดต่อกันนะคะ”
“ได้ครับ”
จากนั้นหนุ่มสาวทั้งสองก็และเบอร์โทรกันแล้วดื่มกินพูดคุยกันจนกระทั่งเรือสำราญวนกลับมาจอดที่ท่าเรือและสองหนุ่มก็ขอตัวกลับก่อนเพราะนัดกับเพื่อนไว้
“แล้วเจอกันที่กรุงเทพนะคะคุณทอย”
“แน่นอนครับ”
“ถ้าคุณน่านยังไม่กลับแล้วต้องการไกด์พาเที่ยวก็โทรหาแป้งได้นะคะ” ปรีณาเสนอตัวทั้งที่เธอจะต้องกลับกรุงเทพพร้อมกับเพื่อนแต่ตอนนี้เปลี่ยนใจเพราะอยากสนิทกับหนุ่มหล่อมากกว่า
