บทที่ 8 ปฏิบัติภารกิจ

“ลูกสาวบริษัทผลิตสีเอ็นจี สวยเก่งครบเครื่องเพิ่งจบมาจากนอกได้ไม่ถึงปี”

“งั้นกูต้องโทรไปแสดงความยินดีกับพี่อัตใช่มั้ยวะ” เขาไม่เชื่อว่าคาสโนว่าตัวพ่อที่หวงความโสดอย่างพี่อัตจะยอมแต่งงานง่ายๆแบบนี้ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาพี่ชาย

“ตู้ดดดๆๆ..”

“ว่าไงน้องชาย เห็นข่าวแล้วสิ”

“ครับพี่อัต ข่าวจริงเหรอครับแล้วมันยังไงกันแน่พี่อัตไปมีแฟนตอนไหนทำไมผมไม่รู้วะ” คนเป็นน้องถามด้วยความสงสัย

“เฮ้อ อย่าให้พูดเลย ทุกอย่างที่เห็นป้าของแกเป็นคนจัดการให้น่ะสิ” อรรถพลพูดอย่างปลงๆเมื่อชีวิตของเขาหมดสนุกและจะไม่สงบสุขอีกต่อไป

“อย่างคุณป้านี่นะจะจัดการกับพี่อัตได้”

“เมื่อก่อนน่ะใช่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วโว้ยแล้วแกอยู่ไหนเนี่ย”

“ผมมาทำงานทีทนครพนม คุยเรื่องพี่ก่อนเถอะผมเผือกร้อนมากเลยทำไมพี่อัตถึงว่าคุณป้าจัดการให้มันยังไงกันแน่ครับ”

“แม่ฉันเล่นไม้ตายอยากมีหลานน่ะสิ ถ้าไม่แต่งไม่หมั้นฉันก็จะกลายเป็นลูกอกตัญญูและฉันจะกล้าเหรอวะ” แม่เขาเป็นคนใจดีรักลูกหลานไม่เคยด่าตีและที่สำคัญท่านไม่เคยบังคับกะเกณฑ์เขาไม่ว่าเรื่องเรียนเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวไม่เคยยุ่งและถ้าเขาไม่แต่งท่านก็ไม่ว่าแต่คำพูดของท่านมันทำให้เขารู้สึกผิดและเข้าใจว่าเขาเป็นลูกคนเดียวความหวังทุกอย่างก็อยู่ที่เขาหากเขาไม่ทำแล้วใครจะทำ

“งั้นยินดีด้วยนะพี่อัต ว่าที่เมียพี่ก็สวยดีนี่”

“งั้นมึงแต่งแทนกูมั้ยวะ”

“เชิญพี่ตามสบายเถอะ เอาน่าแต่งไปเดี๋ยวก็รักกันเองแหละ หึหึๆๆ..”

“มึงจะอยู่นครพนมกี่วัน”

“น่าจะอาทิตย์หนึ่งหรืออาจจะมากกว่านั้นถ้างานไม่เสร็จ”

“โอเค ถ้าฉันว่างจะแวะไปเที่ยว”

“แวะมาเที่ยวเหรอครับ นครพนมนะไม่ใช่ทองหล่อ”

“ถ้าฉันจะไปจะที่ไหนก็ช่างเถอะ ถึงบริษัทแล้วไว้เจอกันแล้วจะเล่าให้ฟังแค่นี่แหละ” อรรถนพพูดจบก็วางสายแล้วลงจากรถเดินเข้าบริษัทท่ามกลางสายตาของพนักงานสาวๆมองเจ้านายหนุ่มอย่างเสียดายแม้เขาจะอวบแต่ไม่ไม่ใครรังเกียจคนมีเงิน

“หึหึๆๆ..” น่านฟ้าวางสายแล้วหัวเราะในลำคอ

“เป็นไงวะ ดูท่าว่าจะถูกจับคลุมถุงชนใช่มั้ยวะ”

“เห็นว่าคุณป้าขอน่ะ”

“กูยังโดนเลยพอเบี้ยวนัดบ่อยๆทำให้ท่านขายหน้าเดี๋ยวท่านก็ยอมถอยเองแหละ”

“บาปหนานะมึง”

“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ หรือมึงจะยอมให้ท่านหาเมียให้”

“ไม่มีทาง”

“นั่นไง มึงก็เหมือนกันแหละ ไปๆอาบชลเร็วเข้าเดี๋ยวคนเรือจะรอ” เขานัดเรือไว้เวลาเก้านาฬิกา

จากนั้นสองหนุ่มก็เรียงคิวอาบชลเมื่อเสร็จแล้วก็แต่งตัวหล่อพากันออกไปจากห้องพักตรงไปที่ท่าเรือสำราญริมฝั่งโขงริเวอร์ไซด์ด้วยรถสามล้อเครื่องเพราะอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม พอไปถึงก็เดินไปที่เคานเตอร์ประชาสัมพันธ์

“ผมจองเรือไว้เวลาเก้าโมงในนามทอยครับ” อนุเดชแจ้งกับประชาสัมพันธ์สาว

“รอสักครู่นะคะ” ประชาสัมพันธ์สาวพูดจบก็พิมชื่อทอยและเวลาจองเรือก็เจอพอดี “เชิญด้านนี้ค่ะ เดินตรงไปแล้วขึ้นเรือลำแรกนะคะ”

“ขอบคุณครับ” อนุเดชพยักหน้าให้เพื่อนก่อนจะเดินไปทางท่าเรือ

“คุณน่าน คุณทอยคะ” ปรีณาเรียกสองหนุ่มและเดินไปหาอย่างรวดเร็ว

น่านฟ้ากับอนุเดชหยุดเท้าแล้วหันไปมองสบตากันก่อนจะหันหลังกลับไปตามเสียงเรียกก็เห็นลูกสาวเจ้าของท่าเรือเดินมาหาพวกเขา

“สวัสดีครับคุณแป้งมาได้ยังไงครับ” อนุเดชถามสาวสวยไม่คิดว่าจะเจอกันเร็วแบบนี้

“พอดีแป้งมาดูงานให้ป๊าค่ะ แล้วคุณน่านกับคุณทอยจะไปเที่ยวไหนคะ”

“ผมว่าจะนั่งเรือเล่นและข้ามไปเดินเล่นฝั่งลาวสักหน่อยครับ”

“งั้น คุณน่านกับคุณทอยสนใจไปเรือของแป้งมั้ยคะ”

“พอดีผมจองเรือไว้แล้วครับ”

“อืม งั้นแป้งไปด้วยคนได้มั้ยคะ คุณทอยกับคุณน่านจ่ายค่าเรือแล้วงั้นแป้งขอเป็นเจ้ามือเองแป้งรู้จักร้านอาหารแถวริมโขงเยอะนะคะ” และส่วนมากก็เป็นร้านอาหารของเพื่อนพ่อแม่ที่ทำธุรกิจร่วมกันและยังเป็นเศรษฐีลาวอีกด้วย

“งั้นเชิญครับ” น่านฟ้าเชิญสาวสวยที่มองตาก็รู้ว่าเธออ่านกินเขาอยู่

“ขอบคุณคุณน่านมากนะคะที่ให้แป้งไปเที่ยวด้วย คุณน่านกับคุณทอยอยากไปเที่ยวไหนเป็นพิเศษบอกแป้งได้เลยวันนี้แป้งจะเป็นไกด์ให้ค่ะ” ปรีณาพูดแล้วยิ้มหวานใส่จริตชม้ายตามองน่านฟ้าสื่อให้เขารู้ว่าเธอชอบเขา

“ดีเลยครับ วันนี้เราสองคนได้ไกด์เจ้าถิ่นพาเที่ยว งั้นผมไม่เกรงใจนะครับ” อนุเดชพูดแล้วยิ้มและแอบกระทุ้งศอกใส่เพื่อนที่ทำหน้าตายไม่รู้สึกรู้สาอะไร

จากนั้นปริณาก็พาสองหนุ่มหล่อนั่งเรือเล่นจนกระทั่งสิบเอ็ดนาฬิกาก็ขึ้นที่ท่าแขกแขวงคำม่วนฝั่งที่ลาวตรงข้ามกับอำเภอเมืองนครพนมพาไปดื่มกาแฟที่คาเฟ่ชื่อดังริมโขงและไปทานอาหารที่ร้านหรูริมแม่น้ำโขงที่เจ้าของเป็นเพื่อนของเสี่ยโกศลทำธุรกิจมาด้วยกันและได้นั่งโต้ะพิเศษที่มองเห็นแม่น้ำโขงที่มีเรือแล่นสัญจรไปมาและฝั่งประเทศไทยทั้งของภาครัฐและเอกชนและหนึ่งในนั้นก็มีของครอบครัวปรีณาที่มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งในนครพนม

“ผมขอไปถ่ายรูปตรงนั้นหน่อยนะครับ” อนุเดชมองรอบๆร้านอาหารหรูริมแม่น้ำโขงที่ไม่ต่างจากร้านหรูๆในเมืองไทยและเมนูอาหารนานาชาติก็มีเหมือนกัน แต่หลักๆก็มีอาหารขึ้นชื่อของลาวหลายอย่างแล้วพวกเขาก็สั่งมาลองทานหลายอย่างตามคำแนะนำของไกด์สาวจำเป็น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป