บทที่ 10 เอ็นดูว่าที่ลูกสะใภ้

กาญจนาก็พาว่าที่ลูกสะใภ้ไปร่วมวงสนทนากับวีรพลและรณเทพ ดูแล้วเข้ากันได้เป็นอย่างดี วีรพลเองก็เอ็นดูพาขวัญนัก ด้วยกิริยามารยาทที่ได้รับการสั่งสอนมาเป็นอย่างดี ถึงแม้จะพอรู้จากรณเทพว่าพาขวัญนั้นเป็นคนเอาแต่ใจอยู่ไม่น้อย แต่เขาก็เห็นว่าผู้หญิงคนนี้ดีกว่าหลายๆ คนที่พบเจอ อาจจะเป็นเพราะพาขวัญเองก็อายุน้อย คงจะติดนิสัยเด็กๆ มาบ้าง บวกกับเธอเองก็เป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ รณเทพเองก็คงจะเลี้ยงดูอย่างดี ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ถือเป็นโชคดีถ้าให้ลูกชายคนเดียวได้มีชีวิตคู่กับสาวน้อยตรงหน้านี้

“ดีขึ้นแล้วหรือ” รณเทพถามพาขวัญหลังจากที่เธอทิ้งกายนั่งลงด้านข้าง

“ค่ะ ขวัญขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ทุกคนวุ่นวายกันไปหมดเลย”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกจ้ะ มันเป็นเรื่องที่ไม่คาดฝันนี่นา จะว่าไปแล้วเนี่ยหนูขวัญเองก็น่ารักจริงนะคะ ถ้าได้ไปเป็นสะใภ้คงจะดีไม่น้อย”

คำพูดของหล่อนทำให้พาขวัญรู้สึกเขินอาย ใบหน้าเธอขึ้นสีระเรื่อ ต่างจากวีรภัทรที่ทำสีหน้าปั้นยาก วงสนทนาต่างครื้นเครงคุยเรื่องโน้นทีเรื่องนี้ทีอย่างคนเข้ากันได้ดี แต่ดูเหมือนวีรภัทรจะถูกตัดออกจากบทสนทนาเพราะเขาแต่นั่งเงียบ บางคราก็หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมากางอ่านอย่างไม่สนใจใครอีก

พาขวัญลอบมองท่าทางของชายหนุ่มก็ถอนใจ ถ้าเป็นการแต่งงานอย่างที่เขาไม่เต็มใจเธอก็คงไม่มีความสุข ดูแล้วเขาช่างเย็นชากับเธอเหลือเกิน ต่างจากเมื่อครู่ที่ยังดูใส่ใจเธออยู่บ้าง ถึงแม้จะน้อยนิดก็ตามที

เมื่อกลับมาถึงบ้านกาญจนาก็ได้แต่ชมว่าที่ลูกสะใภ้อย่างออกหน้าออกตา แม้แต่ในระหว่างทานอาหารซึ่งปกติแล้วจะคุยกันเรื่องงานหรือเรื่องสับเพเหระ แต่มาวันนี้กลับพูดถึงพาขวัญอย่างเดียว

“พาขวัญเก่งนะคะ เห็นว่าเรียนจบมาจากประเทศฝรั่งเศส มีความสามารถเรื่องการพูดภาษาดีเยี่ยมเลยล่ะค่ะ พูดได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน” หล่อนพูดสีหน้าชื่นชมเป็นอย่างมาก

“ใช่... เห็นท่านรณเทพเคยพูดว่าพาขวัญอยากจะเป็นอาจารย์นี่นา ก็ดีเหมือนกันนะ ให้มาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเรา เราจะได้มีคนที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านภาษามาสอนนักศึกษา” วีรพลเสริม

“จริงเหรอคะ ดีจังเลยค่ะ ตาเวียร์ว่ายังไงล่ะจ๊ะ น้องเขาเก่งนา... ถ้าได้มาเป็นภรรยาคงจะเป็นที่เชิดหน้าชูตากับสังคมและวงศ์ตระกูลได้ ในประวัติก็ไม่มีเรื่องเสื่อมเสียหรือประพฤติตัวไม่ดีเลย ได้ข่าวว่าท่านรณเทพรักแล้วก็ดูแลเหมือนไข่ในหิน” วีรภัทรมองหน้ามารดาก่อนจะก้มลงทานอาหารต่อ ท่าทีที่ไม่สนใจทำให้ต้องพูดเสริม

“คุณว่าไหมคะ หนูพาขวัญเนี่ยน่ารักน่าชังเสียจริง จะรูปร่างหน้าตาหรือลักษณะกิริยามารยาทก็ได้รับการอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดี ฉันน่ะชอบจังเลยค่ะ” หล่อนถือช้อนค้างไว้อย่างนั้นเพื่อพูดถึงเรื่องพาขวัญ เขาส่ายหน้าอย่างระอาก่อนจะรวบช้อน พลางยกน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อแสดงว่าตนเองอิ่มแล้ว ไม่ใช่อิ่มอาหารตรงหน้า แต่เป็นอิ่มอกอิ่มใจกับว่าที่ภรรยาที่เขาไม่มีส่วนตัดสินใจ อิ่มจนเลี่ยน ก่อนที่เขาจะเดินออกจากโต๊ะอาหาร เสียงมารดาก็ดังขึ้นเสียก่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป